ตอนที่ 32 องค์หญิงที่เพ้อฝันอยากเป็นชายาอ๋องคัง (1)

ตี้คังปรายตามององครักษ์แวบหนึ่ง ก่อนจะบ่ายหน้าเดินไปยังทิศทางที่นำไปสู่ตำหนักของตน 

 

*****

 

ณ ตำหนักอ๋องคัง

 

บริเวณลานภายในตำหนัก ในวันที่อากาศอบอ้าวเช่นนี้

 

เด็กสาวผู้หนึ่งกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้หิน นิ้วของนางพันเส้นผมเล่นเบา ๆ อย่างเบื่อ ๆ

 

“องค์หญิง…น้ำชาเพคะ”

 

นางกำนัลในตำหนักผู้หนึ่งเดินเข้ามาอย่างระมัดระวังพร้อมด้วยถาดชุดน้ำชา และของขบเคี้ยว นางวางถาดไว้ตรงหน้าเด็กสาว ก่อนจะถอยไปยืนด้านข้างอย่างสุภาพ

 

สายตาของเด็กสาวกราดมองไปยังชุดน้ำชา นางเลิกคิ้วขึ้นสูง

 

“นี่คือชุดน้ำชาที่ตำหนักอ๋องคังใช้รับรององค์หญิงแห่งอาณาจักรนี้กระนั้นหรือ ? ข้าเห็นชุดน้ำชาหยกในห้องตำรา เหตุใดเจ้าไม่นำมันออกมารับรองข้า ? หรือเจ้าคิดว่าข้าไม่คู่ควรกับชุดน้ำชาชุดนั้น ? “

 

ปัง !

 

เด็กสาวตบโต๊ะหินอย่างแรง ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความโกรธ ขณะส่งเสียงตวาดลั่น 

 

นางกำนัลหวาดกลัวจนลนลาน นางทรุดร่างลงคุกเข่าตัวสั่นเทา

 

“ทูลองค์หญิง ชุดน้ำชาหยกชุดนั้นเป็นชุดน้ำชาส่วนตัวของท่านอ๋อง ท่านอ๋องเป็นคนเจ้าระเบียบ และจะไม่พอใจหากต้องใช้สิ่งของร่วมกับผู้ใด”

 

“บังอาจ !” ทันใดนั้นเด็กสาวก็ลุกขึ้น นางตบหน้าสาวใช้

 

สาวใช้ซวนเซหมอบลงกับพื้นดิน มือของนางสั่นระริกยามยกขึ้นปิดปากและแก้มของตนเอง สีหน้าแววตาของนางช่างน่าเวทนายิ่ง

 

“ไม่ช้าไม่นานข้าก็จะมาเป็นชายาแห่งตำหนักนี้ ! ของ ๆ ท่านอ๋องย่อมเปรียบเสมือนของ ๆ ข้า ! เจ้ากล้าพูดได้อย่างไรว่าท่านอ๋องจะไม่พอใจ”

 

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา องค์หญิงเดินทางออกนอกอาณาจักร เพื่อฝึกฝนศิลปะวิทยาต่าง ๆ จากท่านอาจารย์หลายต่อหลายท่าน นั่นเป็นเหตุให้นางไม่รู้จัก ตี้คัง กระทั่งเมื่อไม่กี่วันก่อน ที่นางกลับถึงอาณาจักรหลิวฮั่ว และทันทีที่มาถึง นางก็ตกหลุมรักตี้คังตั้งแต่แรกพบ

 

ถึงแม้ว่าชื่อเสียงอันโหดร้ายของตี้คังจะเป็นเป็นที่เลื่องลือไปทั่วราชอาณาจักร ทว่าองค์หญิงหกกลับไม่คิดเช่นนั้น นางคิดว่าเขาอาจจะโหดร้ายกับหญิงใดก็ได้ หากแต่มิใช่กับนางซึ่งเป็นถึงองค์หญิงแห่งอาณาจักรนี้ อย่างไรเสียตี้คังก็ต้องไว้หน้านางบ้าง

 

นางกำนัลกลัวจนไม่กล้ากล่าวคำใดอีก นางทำได้เพียงก้มศีรษะจนชิดพื้น และหากทำได้นางก็อยากจะแทรกแผ่นดินหนีไปจากตรงนี้เสียด้วยซ้ำ 

 

“ชายาข้ากระนั้นหรือ ?”

 

ขณะที่องค์หญิงหกกำลังสะใจที่คิดว่านางกำนัลกำลังตัวสั่นเทาด้วยความกลัวนาง น้ำเสียงที่เย็นชา และเฉยเมยก็ดังขึ้นด้านหลังนาง

 

“เหตุใดตัวข้าเองถึงไม่รู้เรื่องนี้เลยล่ะ ?”

 

เสียงของชายผู้นั้นช่างเยือกเย็นสะท้านหัวใจ กระทั่งทำให้องค์หญิงตัวแข็งทื่อขึ้นมาในบัดดล ใบหน้าของนางแดงระเรื่อด้วยความเขินอาย นางหันกลับไปเผชิญหน้ากับเจ้าของเสียงนั้น

 

“ท่านอ๋อง ข้ารอท่านตั้งนานกว่าท่านจะกลับมา ท่านรู้หรือไม่ ? ” 

 

องค์หญิงทำเสียงเล็กเสียงน้อย ราวกับนางกำลังพร่ำรำพันกับคู่รัก

 

“ทว่า… ” องค์หญิงหกหยุดคำพูด ก่อนจะหันไปมองนางกำนัลยังคงคุกเข่าอยู่ที่เดิมด้วยสายตาดุดัน

 

“นางหญิงรับใช้นี่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง ! นางกล้านำชุดน้ำชาชั้นรองนี่มารับรองข้า !”

 

ตี้คังค่อย ๆ หันไปมองชุดน้ำชาบนโต๊ะหิน 

 

เขายกมือขึ้นจับถ้วยน้ำชา และกำจนแน่น นัยน์ตาของเขาหรี่ลงเล็กน้อย ประกายแสงเย็นยะเยือกส่องผ่านนัยน์ตาของเขา

 

“เพล้ง…”

 

ชั่วขณะนั้นเอง ถ้วยชาพลันแหลกเป็นชิ้น ๆ น้ำชาร้อน ๆ รดลงบนมือของเขา หากแต่ดูเหมือนว่าเขาจะไม่รู้สึกอะไรเลย ราวกับว่าความร้อนนั้นไม่ส่งผลกระทบใด  ๆ ต่อเขา

 

“ชาของข้า เจ้าไม่มีค่าพอที่จะดื่มชาของข้า !”

 

ชาของข้า เจ้าไม่มีค่าพอที่จะดื่มชาของข้า !

 

องค์หญิงหกเบิกตากว้างอย่างตื่นตะลึง ใบหน้าของนางซีด ริมฝีปากของนางสั่นระริกด้วยความโกรธ พลันแววตาของนางแปรเปลี่ยนเป็นโกรธเกรี้ยว

 

เขากล้าดียังไงมาหักหน้านาง ?

 

ตี้คังวางเศษถ้วยแตก ๆ ลงบนโต๊ะก่อนจะกดเบา ๆ พร้อมเสียงดัง “ปัง” ชั่วอึดใจถัดมาโต๊ะหินทั้งโต๊ะพลันแตกหักลงกลายเป็นเศษหินกองบนพื้น

 

“ทำความสะอาดสถานที่แห่งนี้ ใช้น้ำเกลือชะล้างทุกที่ที่นางเดินผ่านอีกสิบรอบเพื่อฆ่าเชื้อ”

 

ตี้คังปัดมือ น้ำเสียงที่เย็นชา และบาดลึกของเขาเขย่าหัวใจขององค์หญิงกระทั่งสั่นสะท้าน

 

***จบตอน องค์หญิงที่เพ้อฝันอยากเป็นชายาอ๋องคัง (1)***