ตอนที่ 101 เสื่อมเสียชื่อเสียงสกุลน่าหลาน

พลังฝีมือของไป๋หู่นับว่าสูงส่ง แต่ถึงกระนั้นเขากลับมิอาจล่วงรู้ได้ว่าผู้ที่อยู่ตรงนี้คือสตรีที่ปลอมแปลงกายเป็นบุรุษเพศ

 

เกอซีหาได้ตื่นตกใจไม่ การที่ไป๋หู่จะล่วงรู้ความเป็นจริงในข้อนี้ย่อมเป็นเรื่องธรรมดาที่ไม่มีความสลักสำคัญแต่ประการใด เพียงทว่าแค่คิดถึงสกุลน่าหลาน อีกทั้งยังน่าหลานเฟ่ยเสวี่ยผู้ทำให้น่าหลานเกอซีต้องถึงแก่ความตายขึ้นมาแล้ว มุมปากของหญิงสาวพลันแย้มยกขึ้นเล็กน้อยด้วยสีหน้าที่เผยให้รู้สึกได้ถึงความเย็นยะเยียบจนด้านชา

 

มือของนางเคลื่อนไหวอย่างนุ่มนวลประดุจปีกจั๊กจั่นที่บางเบากระพือไหว ฉับพลันหน้ากากมนุษย์ก็ปรากฏขึ้นในมือ หลังจากซับใบหน้าแค่เพียงแผ่วเบาหญิงสาวก็สวมประกบหน้ากากชิ้นนั้นลงไป

 

ครู่ถัดมา ผิวพรรณที่ละเอียดนวลผ่องงดงามเจริญตาของหนุ่มน้อยกลับกลายเป็นดวงหน้าของหญิงสาวแสนอัปลักษณ์ที่ซูบซีดแลดูอมโรค ผิวพรรณแห้งกร้านเนื้อรอบดวงตาบวมเป่ง

 

ไป๋หู่เบิ่งตากว้างชี้นิ้วค้างไปยังใบหน้าตรงหน้าอย่างตะลึงงัน อ้ำอึ้งจนพูดไม่ออกไปกว่าครึ่งวัน

 

ชั่วขณะนั้นเอง เสียงคำรามที่เกรี้ยวกราดระเบิดลั่นอยู่หน้าประตู “ไสหัวไป ! รู้ไหมว่าข้าคือผู้ใด ? กล้าดีอย่างไรจึงเข้ามาขวางทางข้า พวกเจ้าอยากตายนักใช่ไหม !”

 

ประตูสวนหลังบ้านถูกกระแทกให้เปิดออกอย่างป่าเถื่อน บุรุษรูปร่างกำยำสูงใหญ่กว่าปกติทั่วไปในชุดสีน้ำเงินสาวเท้ากร่างเข้ามาถึงด้านใน

 

จากรูปร่างหน้าตาที่เห็น มันน่าจะมีอายุราว ๆสี่สิบปี ใบหน้าเหี้ยมเกรียม มันหรี่สายตาชำเลืองมองด้วยหางตา ตลอดทั่วเรือนกายปลดปล่อยกลิ่นอายแห่งความโหดเหี้ยมทารุณ

 

บุรุษผู้นี้คือฉินลู่ทาสรับใช้แห่งเรือนน่าหลาน อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในพรรคพวกของจางเต๋อจง ด้วยเหตุที่จางเต๋อจงหายตัวไปเมื่อหลายวันก่อน ฉินลู่จึงถูกนำเข้ามาเติมเต็มหน้าที่ซึ่งขาดหาย ด้วยการเลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็นหัวหน้าพ่อบ้านแทน ยามนี้มันจึงแสนจะภาคภูมิในความสำเร็จของตนยิ่งนัก

 

หากแต่แค่เพียงไป๋หู่เหลือบแล สีหน้าของชายหนุ่มกลับไม่เผยอารมณ์ใดนอกไปเสียจากความดูแคลน ก็แค่สวะระดับสามกำลังปราณเมล็ดพันธุ์เพาะบ่ม หากมันถูกส่งไปตำหนักราชันมันจุราช กระทั่งเป็นเด็กถูพื้นในอาคารที่แยกห่างที่สุดแห่งพระตำหนักยังไม่อาจเป็นได้

 

แม่นมเฉินตื่นผวาหวาดกลัว แต่ถึงกระนั้น หญิงชรายังคงตั้งหน้าตั้งตาเข้าไปขวางทาง ปากพร่ำพูด “พ่อบ้านฉินนับเป็นเกียรติยิ่งนักที่ท่านมาเยือน ทว่านี่มันเรื่องอันใดกัน ? โปรดแจ้งแก่แม่เฒ่าผู้นี้เถิด ข้าจะได้ไปรายงานให้คุณหนูได้รับทราบ”

 

“หลบไป ! นางแก่หนังเหนียว !” ฉินลู่ยกเท้าถีบแม่นมเฉินพลางกล่าวกระแทกแดกดัน “เจ้าคิดว่าตนคือผู้ใด ! มีคุณสมบัติใดมาพูดกับข้า ! รีบไปตามตัวน่าหลานเกอซีออกมา ข้ามาตามคำสั่งของฮูหยิน”

 

กล่าวจบมันก็ไม่เหลือบแลแม่นมเฉินอีก ทั้งยังเดินอาด ๆ ตรงไปยังสวนด้านหลัง

 

หากแต่ทันทีที่เข้ามาในสวน ฝีเท้าของมันกลับต้องชะงักด้วยใบหน้าที่แสดงออกอย่างชัดเจนถึงความแปลกประลาดใจ

 

มันไม่เพียงแค่เห็นเกอซีนั่งยกถ้วยชาจิบอย่างสบายอารมณ์อยู่ในสวนเท่านั้น หากแต่ยังเห็นเด็กสาวตัวน้อยกำลังจัดเตรียมผลไม้ให้แก่นาง ส่วนบุรุษรูปร่างแข็งแรงกำยำอีกหลายคนต่างห้อมล้อมพร้อมอารักขาพิทักษ์

 

ใกล้กันนั้นคือบุรุษผู้สง่างามหล่อเหลาสะดุดสายตาที่ไม่คุ้นตาฉินลู่ หากแต่รอยยิ้มของชายผู้นี้กลับดูเลวร้ายยามเมื่อจับจ้องมาที่มัน

 

ฉินลู่แทบไม่เชื่อสายตา นางคือน่าหลานเกอซีคุณหนูสามที่เอาแต่นั่งกลัวหัวหดเนื้อกายสั่นเทาเอาแต่ร่ำไห้บีบน้ำตาผู้นั้นแน่หรือ ?

 

มันใช้สายตาสำรวจดรุณีเบื้องหน้าอย่างละเอียดลอออีกครา หากหญิงผู้นี้ไม่ใช่คุณหนูสามแล้วจะเป็นผู้ใดได้เล่า ? ผู้ใดจะมีสีหน้าซีดเซียว ตลอดทั่วเรือนกายไร้สิ้นกระแสพลังปราณ เป็นแค่เพียงร่างแห่งมนุษย์สามัญเช่นนี้อีกเล่า ?

 

ฮึ่ม นางมันก็แค่ตัวสวะ ! เพียงสามารถเอาผู้คนมาแออัดในสวนแห่งนี้ได้ก็คิดว่าจะขู่กันได้งั้นรึ ?

 

ฝันไปเถอะ !

 

ยิ่งคิดฉินลู่ก็ยิ่งเดือดดาล มันเดินกร่างตรงเข้าหาน่าหลานเกอซีด้วยความหยิ่งผยองก่อนจะเอ่ยเยาะหยันขึ้น “คุณหนูสามช่างหัวก้าวหน้าเสียจริง ! ไม่พบท่านแค่เพียงไม่กี่เดือน คุณหนูสามไปคว้าไอ้แมงดาพวกนี้มาจากที่ใดกัน ? เห็นได้ชัดว่าท่านหาได้เกรงกลัวว่าความเป็นหญิงหลายใจของท่านจะถูกนำไปโพนทะนาจนเสื่อมเสียไปถึงชื่อเสียงของสกุลน่าหลาน”

 

***จบตอน เสื่อมเสียชื่อเสียงสกุลน่าหลาน***