ตอนที่ 114 ไม่อาจละเลยคุณหนูรอง

โอวหยางฮ่าวเซวียนก้าวออกมา ชายหนุ่มช่วยยั้งองค์ชายหกไว้ เขาเพียงยกยิ้มขึ้นบางเบา

 

“องค์ชายหกอย่าได้ทรงกริ้วไปเลยพ่ะย่ะค่ะ ล้มป่วยลงครานี้ทำให้กระหม่อมได้เห็นธาตุแท้ของผู้คน ในความโชคร้ายที่ตระกูลโอยหยางต้องเผชิญกลับกลายเป็นความโชคดีที่ทำให้กระหม่อมไม่หลวมตัวเข้าพิธีสมรสไปกับภรรยาผู้มีจิตเยี่ยงอสรพิษ กระหม่อมสมควรกล่าวคำขอบคุณต่อตระกูลน่าหลานด้วยความซาบซึ้งใจยิ่งมากกว่าพ่ะย่ะค่ะ”

 

จูอี้ฉวินที่ยืนอยู่ด้วยกันปล่อยเสียงหัวเราะลั่นขณะที่อีกมือยกขึ้นลูบหนวดเครา

 

“สกุลจูของข้าหาได้เกรงกลัวต่อภรรยาผู้มีจิตอสรพิษเลยแม้เพียงน้อย นางกำลังจะมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งแห่งคนสกุลจูของพวกเราแล้ว ไม่ว่านางจะเป็นลูกสะใภ้ที่หัวรุนแรงหรือชั่วร้ายสักเพียงไร สกุลจูของพวกเราย่อมมีวิธีการอบรมสั่งสอนนางได้อย่างแน่นอน ขอเวลาแค่เพียงไม่เกินขวบปีเท่านั้น นางก็จะกลายเป็นภรรยาที่แสนดีของบุตรชายข้า สำหรับเรื่องนี้ ขอฮูหยินน่าหลานอย่าได้กังวลไป ตระกูลจูของเราจะไม่มีวันละเลยคุณหนูรองอย่างแน่นอน”

 

กล้ามเนื้อบนใบหน้าของฮูหยินน่าหลานบิดเบ้ไปมาตลอดเวลาด้วยความอับอาย นางพยายามข่มกลั้นตนเองอย่างยิ่งเพื่อจะมิให้ต้องหลุดสบถวาจาหยาบคายเผ็ดร้อนบาดหูออกไป ฝ่ามือที่แนบอยู่ข้างลำกายกำแน่นกระทั่งเส้นโลหิตปูดโปนออกมาอย่างเห็นได้ชัด

 

ยิ่งเมื่อได้เห็นใบหน้าอันหล่อเหลาคมสันของโอวหยางฮ่าวเซวียนผู้มีท่วงทีองอาจงามสง่า กรุ่นอายรัสมีแห่งความสูงส่งแผ่ซ่านกำจายออกมาจากกาย ช่างแตกต่างจากจูจงป้าผู้เป็นราวกับสุกรผู้นั้นอย่างมิอาจเทียบเทียม ยามนี้ฮูหยินน่าหลานสำนึกเสียใจอย่างหนักหนากระทั่งลำไส้กลับกลายเป็นสีเขียว

 

มิคิดเลยว่าอาการเจ็บป่วยของโอวหยางฮ่าวเซวียนจะสามารถเยียวยารักษาให้หายได้ ! นายท่านให้การวินิจฉัยไว้ว่าเขาจะต้องอยู่ในสภาพของผู้พิกลพิการอย่างแน่นอน ที่สุดแล้ว ผู้ใดคือผู้ให้การเยียวยารักษา ? !

 

หากนางรู้แต่แรกว่าทุกสิ่งจะกลับกลายเป็นเช่นนี้ การให้เฟ่ยเสวี่ยออกเรือนไปสู่สกุลโอวหยางย่อมเป็นหนทางที่เพริศแพร้วงดงามเป็นที่ยิ่ง ! ทว่ายามนี้ ทุกสิ่งพลันมลายสิ้น !

 

ฮูหยินน่าหลานกัดฟันกระทั่งเสียงขบไรฟันดังชัดหูด้วยความเสียดายอย่างเหลือประมาณ หากแต่จูอี้ฉวินหาได้ใส่ใจสีหน้าท่าทางของนางแม้เพียงน้อย ดวงตาเล็ก ๆ ที่เปล่งประกายสุกใสยังคงจับจ้องเขม็งมายังฮูหยินน่าหลาน

 

“ฮูหยินน่าหลาน ในวันนี้เรามาเพื่อพูดคุยเรื่องการหมั้นหมาย จะอย่างไรเสียคุณหนูรอง และบุตรชายของข้าก็มีความสัมพันธ์อย่างแนบแน่นต่อกันแล้ว หากบุตรชายของข้าไม่มาสู่ขอนางให้เหมาะสมย่อมจะทำให้ชื่อเสียงของคุณหนูรองต้องแปดเปื้อนมิใช่หรือ ? ฮูหยินน่าจะเชิญตัวคุณหนูรองออกมาเพื่อให้หนุ่มสาวได้พบปะพูดคุยกันบ้าง ยิ่งหากพวกเราสามารถเลือกวันมงคลสมรสกันให้เรียบร้อยชัดเจนในวันนี้เลยนั่นย่อมเป็นการดียิ่ง”

 

ทันทีที่คำว่า ‘ความสัมพันธ์แนบแน่น’ กระทบเข้าโสตประสาท เส้นเลือดดำบนหน้าผากของฮูหยินน่าหลานพลันปูดโปนขึ้น ครั้นเมื่อหางตาสะบัดไปเห็นอาการยิ้มคล้ายเยาะของโอวหยางฮ่าวเซวียนนางก็ยิ่งร้อนรุ่ม ผู้เป็นมารดารีบร้องสั่งให้บ่าวรับใช้ไปเรียกตัวเกอซีออกมา

 

เพียงครู่เท่านั้น สาวน้อยในชุดผ้าโปร่งสีชมพูที่ทับซ้อนด้วยผ้ามัสลินบางเบาโปร่งใสก็ปรากฏกายขึ้น นางมวยผมเป็นทรงซาลาเปาสองข้างบนศีรษะ มีบ่าวรับใช้สองคนประคองแขนทั้งสองข้างเดินก้าวออกมา

 

ทันทีที่จูจงป้าเห็นสาวน้อยผู้นี้ความฉงนสนเท่ห์ก็ฉายผ่านดวงตาที่เบิกกว้างด้วยความตกตะลึงงัน

 

จูจงป้าโกรธเกรี้ยวฉุนเฉียวอย่างหนัก เพียงกำลังจะอ้าปากกว้างหนาก่นด่าออกมา อีกฝ่ายกลับแหงนเงยศีรษะที่กำลังก้มงุดขึ้นจนเผยให้เห็นรอยแย้มยิ้มชั่วร้ายที่พุ่งตรงมาถึงเขา

 

จูจงป้าเคยได้รับบทเรียนมาคราหนึ่งแล้ว มันรีบหยุดชะงักคำ ความเจ็บแปลบระเบิดพุ่งถาโถมไปทั่วทั้งร่าง น้ำเสียงทั้งหมดจุกติดแน่นอยู่ที่ลำคอ

 

ชั่ววูบ เพียงเห็นอีกฝ่ายพลิกฝ่ามือหงายขึ้น ป้ายผนึกตราทาสที่อยู่ในฝ่ามือของหญิงสาวส่งแสงสะท้อนผ่านเข้าม่านนัยน์ตาของมัน ฉับพลันก็รู้สึกเจ็บปวดทรมานราวกับถูกทิ่มแทงลงไปถึงเนื้อสมอง ติดตามมาด้วยสติสัมปชัญญะเริ่มเลือนลางมีเพียงเสียงออกคำสั่งบางอย่างดังก้องสะท้อนอยู่ภายในใจ ทำให้มันต้องน้อมรับกระทำตามอย่างอับจนหนทาง

 

นอกไปเสียจากคนทั้งคู่แล้วมิได้มีผู้ใดสังเกตเห็นการกระทำที่รวดเร็วฉับไวของเกอซีได้เลย เว้นเสียแต่โอวหยางฮ่าวเซวียนผู้ยืนอยู่ไม่ไกลกันนัก ชายหนุ่มเหลือบสายตาดูหญิงสาวคราหนึ่ง หันไปมองจูจงป้าอีกคราหนึง หากแต่กลับไม่เอ่ยคำใด มีเพียงอาการแย้มยิ้มอย่างเห็นได้ชัดในแววตาที่ล้ำลึกคู่นั้น

 

ฮูหยินน่าหลานคว้ามือเกอซีผลักไปหาพ่อลูกสกุลจู “ในวันนั้น ผู้ที่มีความสัมพันธ์แนบแน่น และมีความบาดหมางกับคุณชายจูจงป้าก็คือเด็กคนนี้ นางคือคุณหนูแห่งตระกูลน่าหลานของเราเช่นกัน งานมงคลสมรสครานี้จะช่วยเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างตระกูลจูและตระกูลน่าหลาน พวกเราทั้งสองตระกูลนับว่ามีฐานะเท่าเทียมกัน ย่อมถือได้ว่าพิธีสมรสครานี้คือคู่ที่เหมาะสมกันยิ่งนัก…..”

 

***จบตอน ไม่อาจละเลยคุณหนูรอง***