ตอนที่ 134 ปฐมภูมิโลกันตร์ขั้นสูง

ใต้บึงก้นบ่อน้ำทิพย์ธาราแห่งความสันโดษชั้นเก้าเดือดพลุ่งพล่าน คลื่นพลังหมุนเกลียวแผ่ตัวขยายไปทั่วผืนธรณีลำนำศักดิ์สิทธิ์บรรพกาล บานประตูทั้งหมดแห่งพระราชวังซูมี่ปรากฏเสียงดัง ‘กริ๊ก’ ขึ้นพร้อมกัน

 

ภายในพระราชวังซูมี่ ณ ห้องโถงอันโอฬาร แสงสว่างวูบวาบที่เคยปรากฏอยู่บนฟองไข่ใบยักษ์อยู่เสมอพลันนิ่งแข็งค้าง รอยแยกแตกระแหงเริ่มปริพาดผ่านผิวสัมผัสอันลื่นราบเรียบขึ้นมาทีละน้อย คล้ายบางสิ่งซึ่งอยู่ภายในกำลังจะกะเทาะเปลือกไข่ใบยักษ์ออกมา

 

*****

 

แสงแดดอันอบอุ่นจากภายนอกสาดส่องจับต้องร่างของเกอซีให้สว่างไสวชวนมอง แสงสีทองทอประกายระยิบระยับพาดผ่านบนดวงหน้าอันงดงามละเอียดอ่อนบางคล้ายดั่งภูตน้อยซุกซนกำลังหยอกเย้าปลุกนางให้ลุกขึ้นจากนิทรารมย์

 

ปลายขนตางอนยาวเงางามสั่นกระเพื่อมขึ้นลงเล็กน้อย คิ้วทั้งสองจิกเข้าหากันอีกหน่อยก่อนเปลือกตาทั้งคู่จะค่อย ๆ เผยอขึ้นมาอย่างเชื่องช้า ทันทีที่ร่างกายขยับเคลื่อนไหวหญิงสาวส่งเสียงออกมาด้วยความเจ็บปวด

 

ตลอดทั่วทั้งร่างปานประหนึ่งถูกฝูงช้างทั้งโขลงเข้าเหยียบย่ำจนแทบแหลกเป็นเศษชิ้น เจ็บปวดเกินกว่าจะทานทน เส้นชีพจรทั่วร่างราวกับถูกบางสิ่งยื้อยุดฉุดกระชาก ขยับเขยื้อนแค่เพียงปลายก้อยกลับกลายเป็นเจ็บปวดรวดร้าวไปตลอดทั่วทั้งเรือนกาย

 

เกอซีสูดลมหายใจเข้าอย่างแรง จากนั้นจึงเริ่มเดินพลังภายในเพื่อหมายจะช่วยบรรเทาความเจ็บปวดรวดร้าวระบมทั่วร่าง หากทว่ากลับมิคาดคิดเลยว่าจุดตันเถียนจะส่งปฏิกิริยาตอบรับในทันที สายพลังงานอันบริสุทธิ์โคจรโลดแล่นผ่านออกมาจากจุดตันเถียน แค่เพียงครู่ กระแสพลังที่ไหลผ่านออกมากลับสามารถทะลุทะลวงผ่านตลอดทั่วเส้นชีพจรลมปราณที่กระจายอยู่ทั่วร่าง

 

เมื่อเส้นชีพจรลมปราณถูกชำระล้างด้วยสายพลังอันบริสุทธิ์ ความเจ็บปวดพลันค่อยเลือนลางจางคลายลง อวัยวะน้อยใหญ่หลุดพ้นจากสภาพอันตึงเกร็งปานประดุจได้รับการบำรุงนวดเฟ้นอย่างละเมียดละไมกระทั่งเกอซีอดมิได้ที่จะปลดปล่อยเสียงถอนหายใจยาวอออกมาด้วยความรู้สึกที่ผ่อนคลาย

 

ทว่าฉับพลันสีหน้าของนางกลับแปรเปลี่ยน หญิงสาวขยับกายลุกขึ้นในท่านั่งทันที

 

เมื่อกระแสพลังปราณสามารถไหลเวียนผ่านจุดตันเถียนเข้าสู่สภาพที่สมบูรณ์พร้อม ความตื่นรู้แห่งกระแสจิตสัมผัส**  เข้าสู่ระดับที่กระจ่างชัดเจนยิ่งขึ้น เกอซีสามารถมองเห็นกระแสพลังปราณภายในกายไหลเวียนถ่ายเทลงสู่เส้นชีพจรต่าง ๆ ได้อย่างทะลุปรุโปร่ง เมื่อกระแสพลังปราณพวยพุ่งรวมลงมายังฝ่ามือ จิตสมาธิของเกอซีจดจ่อตั้งมั่น ฉับพลัน กลุ่มพลังสว่างไสวที่หลากสีพลันเกิดปรากฏรวมตัวกันขึ้นที่ใจกลางฝ่ามือ

**กระแสจิตสัมผัส คือความสามารถในการใช้กระแสจิตสำรวจสิ่งต่าง ๆ โดยผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้าของผู้ฝึกยุทธ โดยขอบเขตความสามารถของการใช้กระแสจิตสัมผัสนั้นผันแปรไปตามพลังฝีมือของคนผู้นั้น

 

ด้วยความตื่นเต้นตกใจ สภาวะแห่งสมาธิจดจ่อของเกอซีเคลื่อนออก ขุมพลังหลากสีที่ใจกลางฝ่ามือสลายหายไปอย่างรวดเร็ว

 

นี่…….เป็นเช่นนี้ได้อย่างไร ? จุดตันเถียนของนางได้รับการปลดผนึกอย่างสมบูรณ์ ?

 

ไม่เพียงแค่นั้น พลังปราณที่อัดแน่นอยู่ภายในจุดตันเถียนสามารถส่งให้พลังวัตรของนางพุ่งขึ้นไปถึงระดับเก้าขั้นที่สองปฐมภูมิโลกันตร์*อีกด้วย ?

*พลังปราณแต่ละขั้นมี 10 ระดับ ปราณขั้นที่หนึ่งคือเมล็ดพันธุ์เพาะบ่ม ขั้นที่สองคือปฐมภูมิโลกันตร์ และขั้นสุดท้ายคือ ขั้นสยบทั่วจักรวาล

 

ความทรงจำที่หลงเหลือค้างไว้ก่อนจะหมดสติค่อย ๆหลั่งไหลออกมาทีละน้อย คลับคล้ายคลับคลาในความทรงจำที่เลือนลางนั้น นางกำลังถูกมือสังหารขั้นที่สามพลิกผันอเวจีติดตามไล่ล่าหมายสังหาร ก่อนจะหลบหนีเข้าไปในป่าลึกแห่งเทือกเขาฉาง แม้จะเพียรพยายามรับมือกับพวกมันทั้งหมดอย่างเต็มกำลังความสามารถ นางกลับปลิดศีรษะพวกมันลงได้แค่เพียงสองคน ที่สุดแล้วความแข็งแกร่งของนางกับมือสังหารเหล่านั้นนับว่ายังห่างกันไกล จนท้ายที่สุด พวกมันใช้กระบี่แทงทะลุช่องอกและช่องท้องของนางได้

 

ทว่ายามนี้อาการบาดเจ็บกลับไม่คงเหลือปรากฏให้ได้เห็น อีกทั้งผิวพรรณตลอดทั่วเรือนกายกลับแลดูผ่องกระจ่างใสกว่าแต่ก่อน กระทั่งรอยแผลเป็นสีขาวจาง ๆจากปลายแส้ยามนี้มันเลือนลางหายไปโดยไม่เหลือร่องรอย

 

นางรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาได้อีกคราจริงล่ะหรือ ? ยังมี นางสามารถบรรลุพลังปราณขั้นที่หนึ่งเมล็ดพันธุ์เพาะบ่มกระโดดก้าวเข้าสู่ระดับสูงของขั้นสองปฐมภูมิโลกันตร์ด้วยชั่วระยะเวลาสั้น ๆ เพียงนี้หรือ ?

 

เกอซีตื่นเต้นยินดีเป็นที่ยิ่ง นับแต่ถูกย้ายจิตเคลื่อนมาสู่ดินแดนแห่งนี้พลังความแข็งแกร่งทั้งหลายคล้ายแทบสูญสิ้น ต้องกลับกลายเป็นผู้อ่อนแออับจนสิ้นหนทางเปิดผนึกจุดตันเถียนที่ฝ่อ ช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาโดยตลอดล้วนมีเพียงความร้อนรนกระวนกระวาย ไป๋หวูฉาง*ผู้สูงส่ง ยอดมือสังหารเหรียญทองผู้มีอายุน้อยที่สุดในหน้าประวัติศาสตร์กลับต้องมาตกอยู่ในสภาพสิ้นดีที่เรียกได้ว่าเป็นเพียงเศษสวะไร้ค่าในอีกโลกหนึ่งกระนั้นหรือ ?

*ไป๋หวูฉาง คือฉายาในฐานะมือสังหารของเกอซีในอดีตภพ ซึ่งไป๋หวูฉางมีความหมายถึงความบริสุทธิ์สะอาดอันไม่เที่ยงแท้

 

ยามนี้เมื่อสามารถปลดโซ่ตรวนที่พันธนาการจิตใจออกไปได้ สามารถก้าวข้ามขอบเขตพลังปราณสู่ขั้นปฐมภูมิโลกันตร์ภายในระยะเวลาเพียงอึดใจ นางจะไม่ยินดีกระนั้นหรือ ? สมควรทราบได้ว่า หากไม่นับรวมผู้คนเหนือปกติวิสัยทั่วไปซึ่งทำหน้าที่ดูแลรับใช้ภายในตำหนักราชันมัจจุราชแล้ว ตลอดทั่วทั้งนครเหยียนจิงมียอดฝีมือขั้นที่สามพลิกผันอเวจีแค่เพียงไม่กี่คนเท่านั้น หากยิ่งหมายจะนับจำนวนแห่งยอดฝีมือขั้นที่สี่ปฐพีสะท้านสะเทือนนั้นเรียกได้ว่าแทบจะยกมือขึ้นนับนิ้วกันได้เลยทีเดียว

 

ในความทรงจำของนาง การที่น่าหลานเฟ่ยเสวี่ยได้รับการยกย่องให้เป็นผู้เปี่ยมพรสวรรค์นั้นสืบเนื่องมาจากการที่นางสามารถบรรลุพลังขั้นที่สองปฐมภูมิโลกันตร์ด้วยระยะเวลาเพียงแค่สองปีเท่านั้น

 

เกอซีหัวเราะออกมาเบา ๆ นางอดมิได้ที่จะคลายฝ่ามือของตนออกมาอีกครา แค่เพียงครู่ พลังแสงหลากสีพลันหลอมรวมก่อตัวขึ้นที่ใจกลางฝ่ามือ

 

นางรวบรวมจิตให้เป็นหนึ่ง พลังแสงหลากสีพลันแปรเปลี่ยนเป็นขุมพลังสีแดงสัญลักษณ์แสดงคุณลักษณะแห่งธาตุไฟอย่างง่ายดาย 

 

ดวงตาของเกอซีเปล่งประกายสุกใส ปราณพลังสีแดงเพลิงที่กลางฝ่ามือพลันแปรเปลี่ยนเป็นสีฟ้า สัญลักษณ์แสดงคุณลักษณะแห่งธาตุน้ำ

 

***จบตอน ปฐมภูมิโลกันตร์ขั้นสูง***