ตอนที่ 135 เจ้าก้อนเนื้อกลมกลิ้งขาวนวลนุ่มนิ่ม

ไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่านางจะสามารถปรับเปลี่ยนปราณพลังให้แปรสภาพเป็นสีสันที่แตกต่างกันได้ถึงห้าชนิดได้อย่างลื่นไหลไม่สะดุดเฉกเช่นกับที่นางสามารถประสานรวมพวกมันทั้งห้าเข้าเป็นหนึ่ง ! หากทว่า มิใช่เมื่อผู้ฝึกยุทธขั้นพื้นฐานโคจรรวมกลุ่มพลังปราณย่อมจะปรากฏได้เพียงสีขาวสีเดียว ซึ่งเป็นการบ่งชี้ถึงพลังปราณที่มีในกายล่ะหรือ ? แม้หากฐานปราณของคนผู้นั้นมีคุณสมบัติถึงสองสถานะ ยังปรากฏได้เพียงสีขาวขุ่นดุจน้ำนม และหากผู้ฝึกยุทธมีฐานปราณซึ่งมีคุณสมบัติมากยิ่งไปกว่า ทั้งเมื่อคนผู้นั้นเร่งเร้ากำลังปราณให้ปะทุมากขึ้น ปราณพลังแสงสีขาวกลับยิ่งปรากฏความขุ่นมัวปานประหนึ่งดวงจันทราที่อับแสง

 

ชั่วขณะแห่งความงุนงง พลันปรากฏเสียงเด็กน้อยอ่อนเยาว์แสนน่ารักขึ้นภายในหัวของเกอซี

 

“ท่านแม่ช่างไม่รู้เอาเสียเลย เป็นเช่นนี้สืบเนื่องมาจากพลังยุทธของท่านแม่ประกอบรวมตัวขึ้นมาจากพลังปราณแห่งห้าธาตุ เช่นนั้นแสงสีแห่งพลังปราณที่ปรากฏย่อมแสดงสภาวะของมันออกมาด้วยสีสันที่แตกต่างกันห้ารูปลักษณะ”

 

คราแรกเกอซียังรู้สึกตระหนกตกใจ ทว่าต่อมาจึงพอจะระลึกได้ว่าเจ้าของสำเนียงเสียงนั้นคือหนูน้อยต้านต้านที่นางคุ้นเคย

 

ทว่า ต้านต้านเคยบอกกับนางว่าเมื่อนางออกมาจากมิติเวทเขาย่อมไม่สามารถติดต่อสื่อสารกับนางได้มิใช่หรือ ? แต่เมื่อครู่นางกลับสามารถได้ยินถ้อยคำของต้านต้านผู้อยู่ด้านในมิติเวทอย่างชัดเจน มิใช่สิ่งนี้เป็นเครื่องบ่งบอกว่าพลังเวทของต้านต้านเลื่อนภูมิขึ้นกระนั้นหรือ ?

 

เกอซีใจเต้นโครมครามด้วยความตื่นเต้น นางรีบเคลื่อนกายจิตกลับเข้าสู่มิติเวทในทันที

 

ครั้นเมื่อเหยียบเยือนมาถึงภายในมิติเวท เกอซีสามารถรับรู้ได้ถึงคลื่นพลังอันหนาแน่นอุดมไปทั่วทั้งมิติเวท คลื่นพลังที่พุ่งเข้าจู่โจมถาโถมใส่นางยามนี้หนาแน่นกว่าพลังซึ่งเคยมีในมิติเวทก่อนหน้าหนี้ถึงสิบเท่า ยังไม่ทันจะมีโอกาสกวาดตาสำรวจไปโดยรอบให้ถ้วนทั่วในมิติเวท บางสิ่งซึ่งมีลักษณะกลมกลิ้งวิ่งพุ่งกระโจนเข้าหาอ้อมแขนของนางเสียงดัง ‘ตุ้บ’

 

เกอซีถูกกระแทกถอยหลังโซเซไปเสียหลายก้าวกว่าจะสามารถประคองตัวกลับมายืนหยัดได้อย่างมั่นคงอีกคราด้วยความยากลำบากก่อนจะค่อย ๆยกเจ้าสิ่งกลมกลิ้งน้อย ๆ นั้นขึ้นมองในระดับสายตา

 

มันเรียบเนียน นุ่มนิ่ม กลม ๆ ขาว ๆ คล้ายก้อนเนื้อกลมกลิ้ง…… เอ่อ…..หรืออาจสมควรกล่าวว่าเหมือนเยลลี่นิ่มเนื้อเด้งจะเหมาะสมยิ่งกว่า ? ผิวสัมผัสของมันนุ่มนิ่มน่ารัก อ่อนโยนน่าสัมผัส เนื้อเนียนขาวละออเรียบลื่นประดุจใยไหมที่ขาวสะอาดตา หากผู้ใดได้ยลเห็นย่อมใคร่ปรารถนาอยากลิ้มลองได้กลืนกิน

 

ส่วนบนของเจ้าก้อนเนื้อขาวนวลคือศีรษะกลม ๆน้อย ๆ บนศีรษะน้อย ๆ นั้นมิใช่เส้นผมหากทว่ามันคือหนวดน้อย ๆแสนน่ารักน่าชังสองเส้นคล้ายหนวดแมลงหรือหนวดกุ้ง

 

หนวดน้องหนูต้านต้าน

 

ยามนี้หัวน้อย ๆ กลม ๆ กำลังเอียงโย้ไปเย้มา เจ้าหนวดน้อย ๆ ทั้งสองก็แกว่งส่ายไปส่ายมาตามไปด้วย ลูกนัยน์ตากลมโตที่สุกใสชุ่มฉ่ำแวววาวนั้นกินพื้นที่บนใบหน้าไปกว่าครึ่ง ดวงตาทั้งคู่กำลังจับจ้องอยู่ที่เกอซีอย่างไม่ลดละ

 

เจ้าสิ่งอ้วนกลมสั้นตันดั่งรากบัวทั้งสี่ที่กระดุกกระดิกไปมาดูคล้ายจะเป็นแขนขาของเจ้าก้อนเนื้อนุ่มนิ่ม

 

น้ำเสียงออดอ้อนแกมประท้วงดังขึ้น

 

“ท่านแม่ ท่านแม่ ! ท่านแม่จับต้านต้านอย่างนี้อึดอัดจังเลย ! ท่านแม่  ต้านต้านอยากให้ท่านแม่กอดมากกว่า !”

 

นัยน์ตาดำกลมโตกะพริบปริบ ๆ ใส่เกอซีราวกับหนูน้อยที่กำลังออดอ้อนร้องขอ แม้เกอซีจะใจเด็ดเย็นชาสักเพียงไรก็ตาม มีหรือที่นางจะไม่อ่อนระทวยไปกับแววตาแสนน่ารักน่าชังคู่นั้น

 

หญิงสาวส่งเสียงไถ่ถามออกไป “เจ้าคือต้านต้าน ?”

 

“ใช่ข้าคือต้านต้าน !”

 

ต้านต้านพยักหน้าดิ้นดุ๊กดิ๊กไปมาก่อนจะกระโดด ตุ้บ หลุดจากท่อนแขนมาเกาะอยู่ที่ลำคอของเกอซี

 

“ท่านแม่ ข้าคือต้านต้าน ! ต้านต้านคิดถึงท่านแม่ม้ากมาก !”

 

สัมผัสอันนุ่มนิ่มน่ารักราวกับเจลลี่เนื้อเด้งจับต้องถูไถไปมาเบา ๆบนดวงหน้าของนางด้วยท่าทีคล้ายหนูน้อยที่ถูกตามใจจนเสียคน เช่นนี้แล้วผู้ใดจะมึนตึงต่อไปได้เล่า ยามนี้เกอซีมิรู้ว่าจะสมควรจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี

 

นางคว้าตัวเจ้านุ่มนิ่มกลมกลิ้งออกมาจากลำคอ ครานี้หญิงสาวปรับเปลี่ยนท่าทางการอุ้มเสียใหม่ให้อีกฝ่ายรู้สึกสบายขึ้น ครั้นเมื่อมองดูรูปร่างตุ้มต๊ะตุ้มตุ้ยของเจ้าตัวกลมตรงหน้า นางกลับต้องขมวดคิ้ว “เหตุใดเจ้าตุ้มตุ้ยเช่นนี้ ?”

 

ปล่อยให้เจ้าเอาแต่กิน กิน แล้วก็กินอยู่ทุกวัน ดูสิ ยามนี้ ! แทบจะกลายเป็นลูกหนังกลิ้งหลุน ๆ ได้แล้ว !

 

ครั้นเมื่อได้ยินเช่นนั้น ต้านต้านรีบส่งเสียงประท้วงขึ้น

 

“ต้านต้านไม่ได้ตุ้มตุ้ยนะ ! ต้านต้านเป็นเช่นนี้เอง……ท่านแม่ไม่รักต้านต้านแล้ว ฮือ……”

 

“โอ๋ โอ๋ ! ต้านต้านน่ารักที่สุด ต้านต้านสมส่วนที่สุด ! ท่านแม่จะไม่รักต้านต้านได้อย่างไรเล่า ?”

 

เกอซีปลอบใจอีกฝ่ายกว่าค่อนวันจึงทำให้สัตว์เวทศักดิ์สิทธิ์บรรพกาลผู้ขี้ใจน้อย เอาแต่ใจกลับมาร่าเริงแจ่มใสได้ ครั้นเมื่อนึกถึงบทสนทนาที่ค้างไว้เมื่อครู่ เกอซีจึงเอ่ยปากไถ่ถามขึ้น

 

“ที่เจ้ากล่าวว่าปราณพลังห้าธาตุหมายถึงอย่างไร ?

 

ปราณพลังห้าธาตุ มิใช่ฐานปราณทั้งห้าหรือ ? ชาวยุทธต่างทราบชัดว่าฐานปราณทั้งห้านับเป็นสิ่งที่เรียกได้ว่าแทบจะไร้ประโยชน์ดังเช่นสภาพที่จุดตันเถียนของนางเหี่ยวฝ่อไม่อาจใช้การได้ ทว่าดูเหมือนปราณพลังจะมิใช่ฐานปราณ

 

***จบตอน เจ้าก้อนเนื้อกลมกลิ้งขาวนวลนุ่มนิ่ม***