ตอนที่ 146 กระบวนการรักษา

เกอซีครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะค่อย ๆ เอื้อนเอ่ยตอบคำ “เขาเริ่มมีอาการเจ็บป่วยเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อไร ?”

 

ชิงหลงรีบตอบคำ “อาการป่วยนี้อยู่ร่วมกับนายท่านมาตั้งแต่ครั้งที่นายท่านเข้าถึงขั้นการบรรลุขอบเขตพลังปราณ ในตอนนั้นเสมือนนายท่านได้ดูดกลืนเอาพลังแห่งความตายเข้ามาอยู่ร่วมกับตน ในวันที่เจ็ดเดือนเจ็ดของทุกปี อาการของโรคจะกำเริบ พิษชนิดนี้ทำให้โลหิตตลอดทั่วทั้งกายจับตัวแข็ง เส้นชีพจรลมปราณทั่วร่างแข็งตัว และตกอยู่ในสภาพที่เปราะบาง อาการจะคงอยู่เยี่ยงนี้ตลอดสามวันสามคืนก่อนจะค่อย ๆ ทุเลาลงทีละน้อย กระทั่งย่างเข้าวันที่ห้า นายท่านจึงสามารถฟื้นฟูร่างกายให้คืนสู่สภาพปกติได้”

 

เกอซีแปลกประหลาดใจเล็กน้อยเมื่อได้ฟังอาการแสดงของโรคจากปากของชิงหลง นางกวาดสายตาไปตลอดทั่วทั้งห้องก่อนจะเปรยขึ้น “ทุกปีที่โรคของหนานกงยวี่กำเริบ เขาจะใช้สิ่งซึ่งมีพลังหยางเข้าช่วยสะกัดกั้นพิษเหมันต์ในกายงั้นหรือ ?”

 

นางชี้ไปยังกลุ่มควันที่ถูกปลดปล่อยกระจายตัวม้วนขึ้นจากหินผลึกเพลิงคุณภาพสูง “หากมิใช่เจ้าสิ่งนี้หรือผลหยวนหยางก็คงไม่อาจมีสิ่งใดที่จะสามารถต้านทานพิษเหมันต์ในร่างของเขาได้”

 

“ท่านรู้ได้อย่างไร ?” ชิงหลงโพล่งออกมาด้วยสีหน้าอัศจรรย์ใจ ประกายตาแห่งความตื่นเต้นอย่างแรงกล้าแสดงชัดผ่านดวงตา “ถูกแล้ว ทุกปีเมื่อใกล้เดือนเจ็ด นายท่านจะเข้าไปเก็บตัวในถ้ำเพลิงแต่เพียงลำพัง มีเพียงพลังหยางภายในถ้ำเพลิงเท่านั้นที่จะมีคุณสมบัติสูงส่งเพียงพอจะสกัดกั้นอายเย็นในร่างของนายท่านได้”

 

เมื่อชิงหลงกำลังจะเอ่ยอธิบายว่าเหตุใดครานี้หนานกงยวี่จึงไม่เข้าไปเก็บตนในถ้ำเพลิงเขาพลันเห็นเกอซีพยักหน้ารับ ทั่วทั้งดวงหน้าของนางแสดงให้เห็นถึงความตระหนักรู้อย่างชัดแจ้ง สุ้มเสียงของนางเอ่ยขึ้น “ข้าเคยได้ยินเรื่องถ้ำเพลิงมาบ้าง ใจกลางถ้ำแห่งนั้นคือเพลิงหยางสวรรค์ที่ได้ชื่อว่ามีพลังเพลิงผลาญสิ่งมีชีวิตทั้งหลายในโลกหล้า หากเป็นถ้ำเพลิงแห่งนั้นย่อมสามารถสะกดพิษเหมันต์ในร่างของหนานกงยวี่ได้อย่างแน่นอน”

 

แน่นอนว่านี่มิใช่สิ่งที่นางเคยได้ยินมากับหู ทว่าเป็นสิ่งที่นางได้รับรู้มาจากการศึกษาในบทบันทึกสรรพชีวิต

 

“ทว่า….” ใบหน้าของผู้เอ่ยกล่าวกลับย่นยุ่ง สีหน้าค่อย ๆ แปรเปลี่ยนแลดูซับซ้อนยามเมื่อสายตาของนางเบี่ยงไปหาบุรุษหนุ่มผู้หลับใหลอยู่บนเตียง 

 

“ธาตุไฟในถ้ำเพลิงนั้นรุนแรงร้ายกาจยิ่งนัก แม้จะเป็นหนานกงยวี่ หากเขารั้งอยู่ภายในถ้ำแห่งนั้นนานจนเกินไป ร่างกายย่อมมิอาจทนรับพลังเพลิงผลาญภายในถ้ำได้ เช่นนั้นเมื่อใดที่เขาก้าวเข้าสู่ถ้ำเพลิงย่อมมีความจำเป็นอย่างยิ่งยวดที่ต้องเตรียมร่างกายให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์พร้อมถึงขีดสุด หาไม่แล้วเขาย่อมไม่อาจทานทนต่อเพลิงหยางที่ร้อนแรงอย่างร้ายกาจได้ ทว่าเพื่อช่วยชีวิตข้าแล้ว เขาจึง……”

 

ชายผู้นี้ เพียงเพื่อช่วยนาง……เขาถึงกับยอมทุ่มเทมากมายถึงเพียงนี้ หรือชีวิตของเขาถือว่าเป็นสิ่งไร้ค่า ?

ทว่าจะอย่างไร พวกเขาทั้งคู่ล้วนเป็นเพียงคนแปลกหน้าที่เพียงได้พบเจอกันด้วยความบังเอิญ แล้วเหตุใด……. ? แท้จริงแล้วเขาต้องการสิ่งใดกันแน่ ?

 

สีหน้าของนางแปรเปลี่ยนไม่หยุดหย่อน มันแฝงไว้ด้วยความละอายแก่ใจทั้งยังปนเปื้อนไปด้วยความเต็มตื้นซาบซึ้ง ท่ามกลางความรู้สึกที่เจ็บปวดใจ ในความรู้สึกที่ยังคงความงุนงง หญิงสาวพลันหลงลืมรักษาพลังปราณวารีให้คงมั่นจนเกือบไม่อาจต้านทานคลื่นพลังความร้อนภายในห้องที่อัดกระแทกเข้าใส่อย่างต่อเนื่องได้

 

สีหน้าของชิงหลงในยามนี้เปี่ยมล้นไปด้วยความปิติยินดี สายตาที่จับจ้องเกอซีไร้สิ้นความกังขา หรือติเตียนใด กลับกัน มันอัดล้นไว้ด้วยความคาดหวังอันสูงสุด

 

เขากล่าวพลางพยักหน้ารับอย่างต่อเนื่อง “สิ่งที่พระชายาเอ่ยออกมาทั้งหมดล้วนเป็นจริงเช่นนั้น ย่างเข้าเดือนเจ็ดของทุกปี นายท่านจะต้องเข้าไปเก็บตน กระทั่งผ่านพ้นไปถึงเจ็ดวัน นายท่านจึงจะออกมาจากถ้ำเพลิง คนนอกล้วนเข้าใจว่านี่ย่อมนับเป็นการเก็บตนของนายท่าน ทว่าแท้จริงล้วนเป็นดั่งที่พระชายากล่าว ทุกครั้งที่นายท่านกลับออกมาจากถ้ำเพลิง เส้นชีพจรลมปราณ และจุดตันเถียนภายในกายล้วนบอบช้ำอย่างหนัก ทุกปีพวกเราต้องอกสั่นขวัญหายด้วยไม่อาจล่วงรู้ได้เลยว่านายท่านจะสามารถทานทนได้หรือไม่”

 

เขาเว้นช่วงระยะไปครู่หนึ่งก่อนจะค่อย ๆ กระซิบถามเสียงเบา “พระชายาพอจะมีหนทางรักษาหรือไม่ ?” 

 

เกอซีไม่ตอบคำ กลับกัน นางคิดใคร่ครวญพลางเคาะนิ้วลงเบา ๆ บนเตียงนอน

 

ผ่านไปครู่ใหญ่ หญิงสาวจึงปริปากด้วยใบหน้าที่ขมวดมุ่น “ตอนนี้ข้ายังคิดหาหนทางจัดการต้นเหตุที่แท้จริงของโรคไม่ได้ ทว่าข้าสามารถระงับอาการไว้ได้ชั่วคราว ขอเพียงทำให้เขาอยู่ในสภาวะแวดล้อมเช่นเดียวกับยามที่เขาเข้าไปกักตนในถ้ำเพลิงก็จะสามารถช่วยให้เขาผ่านช่วงวิกฤติครานี้ได้”

 

“ทว่าทั้งหมดล้วนเป็นเพียงการคาดคะเน ข้ายังไม่เคยใช้วิธีการรักษาเช่นนี้กับผู้ป่วยใดมาก่อน และกระบวนการรักษาของข้าย่อมแตกต่างจากวิธีการรักษาที่พวกเจ้าเคยเห็น เช่นนั้น ข้าจะให้เจ้าเป็นผู้ตัดสินใจว่าเจ้าจะยินยอมกระทำตามกระบวนการรักษานี้หรือไม่”

 

***จบตอน กระบวนการรักษา***