ตอนที่ 161 ทำลายพลังยุทธ

สีหน้าทุกผู้คนในที่นั้นล้วนอยู่ในอาการแตกตื่น แม้ปรารถนาจะเร่งรุดเข้าช่วยเหลือเกอซี ทว่าย่อมไม่อาจทันต่อความรวดเร็วในการสลัดโคมเพ้อฝันของจูเฉวี่ย ต่างล้วนอับจนปัญญาในการเข้าขวางเหตุการณ์อันน่าตื่นตระหนกครานี้

 

ฉับพลัน ด้านบนหัวโคมปลดปล่อยแสงสว่างเจิดจ้ามุ่งตรงเข้าหาเกอซี ขณะเดียวกันนั้นเองที่ลำแสงสีขาวอันอ่อนบางปรากฏขึ้นครอบคลุมร่างของจูเฉวี่ยพร้อมโคมเพ้อฝันไว้ร่วมกัน

 

ทว่ารัศมีรอบตัวโคมเพ้อฝันพลันดับลงอย่างกะทันหันก่อนที่มันจะกลับกลายเป็นโคมรูปร่างธรรมดาดังเช่นปกติทั่วไปอีกครา พร้อมร่างของจูเฉวี่ยที่ร่วงหล่นก้นกระแทกพื้นอย่างแรง ครั้นเมื่อนางแหงนเงยใบหน้าขึ้นมองสิ่งที่อยู่เบื้องหน้า ความตื่นตระหนกหวาดหวั่นกลับปรากฏขึ้นในแววตา 

 

ครั้นเมื่อเกอซีหันกลับมาจึงเห็นหนานกงยวี่เดินตรงเข้ามาอย่างไม่เร่งร้อนด้วยเรือนกายที่ตั้งตรงสง่า นอกไปเสียจากดวงหน้าที่ยังคงซีดเซียวนั่นแล้ว ย่อมไม่ปรากฏสิ่งใดซึ่งสามารถเผยให้เห็นถึงร่องรอยแห่งความเจ็บป่วย กระนั้นเกอซีย่อมสามารถรับรู้ได้อย่างชัดเจนว่าอายเย็นในร่างของชายหนุ่มกำลังเริ่มก่อตัวเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ

 

หญิงสาวขมวดคิ้วกำลังจะเอ่ยปาก ทว่าอีกฝ่ายกลับสวนขึ้นมาเสียก่อน “ได้ยินมาว่าเจ้ากับซีเอ๋อเดิมพันกันไว้ หากนางสามารถรักษาอาการเจ็บป่วยของข้าได้ เจ้าจะทำลายพลังยุทธของตนใช่ไหม ?”

 

จูเฉวี่ยผู้กำลังจ้องมองหนานกงยวี่ด้วยความหลงใหลจนตาค้างได้ยินเช่นนั้น สติสัมปชัญญะพลันกลับคืนมาในทันที นางรีบก้มกายลงคุกเข่าบีบน้ำตา “นายท่าน ผู้น้อยเพียงกังวลถึงความปลอดภัยของนายท่านเท่านั้น อาการเจ็บป่วยของนายท่านกำเริบขึ้นทุกปี อีกทั้งอาการจะยิ่งหนักหนาขึ้นทุกครา ยามนี้เพื่อช่วยเหลือนายท่านซึ่งกำลังอยู่ในภาวะวิกฤต ซึ่งสตรีผู้ไม่มีหัวนอนปลายเท้าผู้นี้เป็นผู้นำพาให้เกิดขึ้น ผู้น้อยทำได้เพียงแค่เฝ้ามองทว่ากลับไม่อาจให้การช่วยเหลือใดได้จึงยิ่งทุกข์ร้อนกังวลใจ ผู้น้อยจึงคิดเห็นว่าหากอาจารย์ของผู้น้อยมาดูอาการของนายท่าน และให้การรักษานายท่านด้วยตนเอง ต้นเหตุหลักแห่งอาการเจ็บป่วยของนายท่านย่อมกระจ่างชัด และย่อมสามารถได้รับการเยียวยาให้หายได้อย่างถาวร”

 

ได้ยินข้อแก้ตัวเช่นนั้น ชายหนุ่มเพียงยกยิ้มเยาะอย่างอ่อนบาง ทว่าเมื่อจูเฉวี่ยแหงนเงยใบหน้าขึ้น และประสานเข้ากับรอยยิ้มนั้น นางจึงคิดว่านายท่านของนางอดโทษให้แก่นางในความผิดครานี้ ภายในใจยิ่งรู้สึกถึงความอิ่มเอม ทว่าเพียงก้มลงครู่หนึ่งกลับได้ยินน้ำเสียงอันเฉยชาของนายท่านดังขึ้น

 

“เรื่องนั้นหาได้สำคัญไม่ ไม่ว่าเจ้าจะเดิมพันสิ่งใดไว้หรือไม่ก็ตาม หาใช่สิ่งอันเป็นสาระสำคัญ เมื่อเจ้าไม่ให้ความเคารพต่อซีเอ๋อเยี่ยงนี้ หากแม้เพียงซีเอ๋อต้องการลงโทษเจ้า  เจ้าก็ย่อมสมควรทำลายพลังยุทธของตนในทันที !”

 

ทั่วทั้งร่างของนางแข็งค้าง ขณะที่แหงนเงยใบหน้าจ้องมองหนานกงยวี่ด้วยแทบไม่อาจเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน

 

ไม่ต้องรั้งรอให้นางตอบคำใด ลำแสงสีขาวอันมีรูปลักษณะคล้ายปลายกระบี่พลันปรากฏเป็นลำแสงกะพริบวูบวาบอยู่ในฝ่ามือของหนานกงยวี่ เขาค่อย ๆเคลื่อนลำแสงนั้นจ่อตรงไปยังจูเฉวี่ย

 

ความเจ็บปวดพลันระเบิดขึ้นท่วมทั่วทั้งเรือนกายของจูเฉวี่ย พร้อมคลื่นพลังยุทธที่ไหลถ่ายเทออกจากร่างของนางปานประหนึ่งสายน้ำพุ ใบหน้าของนางแปรเปลี่ยนเป็นสูงวัยขึ้นอย่างรวดเร็ว เพียงพริบตา นางกลับต้องตกอยู่ในสภาพของสตรีผู้มีวัยถึงสี่สิบ

 

“นายท่าน—- ! ! ข้าซื่อสัตย์ และจงรักภักดีต่อนายท่านตลอดมา ในใจของข้าท่านเป็นดั่งท้องนภาอันสูงส่ง เหตุใดท่านจึงทำกับข้าเช่นนี้ ? !” น้ำเสียงของนางแหบแห้ง นัยน์ตา และน้ำเสียงที่กรีดร้องตีโพยตีพายนั้นเอ่อล้นไปด้วยความกล้ำกลืน ระคนความผิดหวัง และคับแค้น

 

ชายหนุ่มลดสายตาลงมองนางด้วยสีหน้าเย็นชาปานประหนึ่งเขากำลังจับจ้องมดตัวน้อยที่ต้อยต่ำ และไร้ค่า “ข้าบอกแล้วว่าซีเอ๋อคือพระชายาของข้า ถึงกระนั้นเจ้ากลับไม่ให้เกียรตินาง นี่ล้วนคือความไม่ภักดี  เพราะความเห็นแก่ตัวของเจ้า เจ้าถึงกับขัดขวางไม่ให้ซีเอ๋อทำการรักษาข้า นี่ล้วนคือสิ่งซึ่งข้ารับใช้ไม่อาจกระทำได้ เมื่อเจ้ากล้าแสดงความไม่ภักดีเช่นนี้ ข้าจะมั่นใจได้อย่างไรว่าเจ้าจะไม่ทรยศหรือโป้ปดต่อคนของข้า ? หากข้าขับเจ้าออกจากที่นี้ เจ้าจะทำเช่นไร ?”

 

ร่างของนางทรุดลงไปกองกับพื้นในทันที หยาดน้ำตาปนคราบโลหิตไหลพราก ความหวังที่เคยฉาบทาไว้ทั่วดวงหน้าพลันถูกขับสลายสิ้นไปในบัดดล

 

หนานกงยวี่ส่งสายตาไปยังพวกชิงหลงพลางกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงไร้ไมตรี “นำตัวนางไปคุกกักวิญญาณ อย่าให้นางจบชีวิตลงอย่างง่ายดายจนเกินไป”

 

พวกชิงหลงรับคำสั่ง ลากตัวจูเฉวี่ยออกไปในทันที

 

และในครานี้หาได้มีผู้ใดเห็นใจจูเฉวี่ยไม่ การกระทำที่ล้ำเกินไปมากถึงเพียงนี้ ด้วยอำนาจอารมณ์ฝ่ายต่ำนางถึงกับทิ้งความคำนึงถึงความปลอดภัยของนายท่านไว้เบื้องหลัง สิ่งที่นางทำลงไปย่อมสมควรแก่ความตายนับเป็นพันครั้ง !

 

ครั้นเมื่อเกอซีหันมาเห็นสีหน้าที่ซีดเซียวของหนานกงยวี่จึงรีบรุดตรงเข้ามา “ยังไม่รีบกลับไปพักอีก ถึงเพียงนี้แล้วเจ้ายังกล้าขืนใช้พลังปราณ หรือเจ้าต้องการทิ้งชิวิตของตนแล้ว ?”

 

***จบตอน ทำลายพลังยุทธ***

Novel
Novel