ตอนที่ 10 เจ้าอ้วนสุกรขึ้นอืดตายซาก ฝันไปเถอะ !

เหล่าผู้อารักขาบิดกายหันเปลี่ยนทิศโดยมิได้ตรงเข้าหาจวนหลักแห่งสกุลจู หากแต่มันกลับตรงไปยังอาคารซึ่งตั้งอยู่อีกด้านหนึ่งแทน

 

ที่นั้นคือเรือนพักผ่อนส่วนตัวของจูจงป้าซึ่งมักใช้เป็นที่สร้างความสุขสมยามมันฉุดคร่าเหล่าบรรดาคุณหนูสกุลผู้ดี อีกทั้งยังเป็นสถานที่ซึ่งมันใช้สร้างความบันเทิงทั้งคลุกเคล้านารี ร่ำสุรา สำเริงสำราญกับการพนันสำมะเลเทเมาในทุกรูปแบบ

 

กรงขังถูกนำมาบรรณาการให้ถึงในห้องของจูจงป้าอย่างรวดเร็ว ส่วนสตรีร่างน้อยนั้นถูกย้ายออกมาจากกรงขัง ขึ้นมานำเสนออยู่บนที่นอนอันอ่อนนุ่ม และแน่นอนว่าทั้งข้อมือและฝ่าเท้าของนางยังคงถูกร้อยรัดไว้ด้วยโซ่ตรวนเหล็ก นางในยามนี้อยู่ในสภาพที่ไร้พิษสิ้นภัย

 

“พวกเจ้าออกไปให้หมด ห้ามผู้ใดเข้ามารบกวนข้าเด็ดขาด !”

 

จูจงป้าอดใจรอให้ทุกคนหลีกออกไปจากห้องเรียบร้อยดีแล้ว รอยยิ้มที่ชั่วช้าจึงคลี่พาดผ่านดวงหน้า ยามที่มันคืบเท้าปีนขึ้นบนที่นอน “หากมิใช่ด้วยเพราะเจ้าคือร่างแห่งพลังหยินอันพิสุทธิ์แล้ว นายน้อยผู้นี้มีหรือจะอยากสัมผัสต้องสตรีอัปลักษณ์เยี่ยงเจ้า !”

 

ภายในห้องนั้นมีเพียงแสงสลัวที่ได้จากประกายแห่งไข่มุกราตรีเท่านั้น แสงอ่อน ๆ ขมุกขมัวที่บางเบานั้นจับต้องลงบนดวงหน้าของหญิงสาวตัวน้อย

 

ใบหน้ารูปไข่ของนางประดับด้วยขนคิ้วที่เรียวยาวได้ส่วน สันจมูกน้อย ๆ แค่พองามช่างสมส่วนกับริมฝีปากสีแดงระเรื่อที่งดงามได้รูป ปลายขนตางอนงามนั้นแอบอิงไล้ไปกับพวงแก้มทั้งคู่ ขณะที่เนินอกนุ่มแลดูอ่อนละมุนนั้นขยับเคลื่อนไหวตามจังหวะการขับเคลื่อนแห่งลมหายใจ

 

ภายใต้แสงพร่าสลัวนัยน์ตานั้นกลับส่งให้ผิวพรรณที่ซีดเซียวรวมไปถึงขอบตาที่ดำคล้ำของนางแลดูมีเสน่ห์เย้ายวนสายตายิ่งนัก

 

ไม่คิดฝันเลยว่า ภายใต้นวลแสงรำไรจะส่งให้นางกลับกลายเป็นสตรีผู้งดงามจับสายตาได้ถึงเพียงนี้

 

จูจงป้ากล้ำกลืนน้ำลายที่ไหลยืดราวสายน้ำกลับคืนลงลำคอ เสียงหัวใจเต้นระรัวดั่งกลองศึก เลือดลมในกายสูบฉีดไหลรวมลงไปอยู่ที่กายส่วนล่าง

 

“ก่อนหน้านี้ข้าหาได้เหลียวแลต่อนางไม่ หากแต่นางช่างเป็นโฉมงามที่น่าหลงใหลยิ่งนัก !”

 

เมื่อน้ำลายพากันไหลหลั่งนองออกมาอีกครา ฝ่ามืออูม ๆ นั้นจึงค่อย ๆ คลำทางเข้าไปหาเนินอกของหญิงสาว “แม่โฉมงามตัวน้อยอย่าตื่นกลัวไปเลย นายน้อยผู้นี้จะพาเจ้าขึ้นไปชมสวรรค์ชั้นเจ็ดเอง !”

 

ยังไม่ทันที่มือของจูจงป้าจะได้สัมผัสอาภรณ์ของหญิงสาว ร่างของมันก็กลับถูกส่งลอยกระเด็นออกมาก่อนจะหล่นพลั่กลงกระแทกพื้น

 

แรงเตะครานี้รุนแรงกระทั่งทำให้หนุ่มเจ้าเนื้อมึนงงสับสนจนในหัวได้ยินเพียงเสียงก้องดัง ‘งึ่ง ๆ  ๆ ’

 

เกอซีขยับกายยกร่างขึ้นเปลี่ยนอิริยาบถเป็นท่านั่งอย่างแช่มช้อยขณะที่ปลายโซ่ตรวนทั้งหมดถูกทิ้งลงกองไว้ข้างกาย

 

เห็นได้ชัดว่ายามนี้โซ่ตรวนเหล็กพวกนั้นหาได้ร้อยรัดร่างของนางไว้อีกต่อไป

 

จูจงป้าชี้นิ้วอันสั่นเทาไปที่นาง “เจ้า ….. เหตุใดเจ้าจึงปลดโซ่เหล็กนั่นออกมาได้ ?”

 

เกอซีสืบเท้าก้าวออกมา รอยยิ้มที่เย็นชาเผยผ่านดวงหน้านั้น “คุณชายจูช่างไม่ฉลาดเอาเสียเลย เมื่อข้าสามารถปลดโซ่ได้ในหอประมูล เหตุใดข้าจึงไม่อาจปลดโซ่ตรวนอีกคราได้เล่า ? นี่เจ้าคิดว่าเพียงใช้ตรวนเหล็กที่หนาแน่นขึ้นก็จะสามารถพันธนาการข้าไว้ได้กระนั้นหรือ ?”

 

“เจ้า…. อย่าเข้ามา !”

 

สองมือสองเท้าของจูจงป้าปีนป่ายกระเสือกกระสนร่นถอยไปด้านหลัง ฉับพลันมันฉุกคิดบางสิ่งขึ้นได้จึงรีบคว้าเอาแผ่นป้ายทัณฑ์พิฆาตออกมากำไว้ในมือแน่นรีบรวบรวมกระแสพลังแห่งจิตวิญญาณทั้งปวงถ่ายเทพลังลงสู่แผ่นป้ายนั้นด้วยอาการลนลาน

 

เกอซียกมือขึ้นกุมศีรษะทันใด ใบหน้าของนางเจ็บปวดทรมานอย่างสุดแสนกระทั่งนางจำต้องทิ้งกายกลับลงสู่เตียงนอนอีกครา

 

จูจงป้าค่อยรู้สึกเบาใจขึ้น ชายหนุ่มระเบิดเสียงหัวเราะลั่นยามที่มันพยายามตะเกียกตะกายผุดลุกขึ้นจากพื้น

 

“ข้าขอเตือนเจ้าไว้ก่อนว่าจงเชื่อฟังและโอนอ่อนตามคำสั่งของนายน้อยผู้นี้ หากเจ้าประพฤติตนดี เจ้าก็จะไม่เจ็บตัวมากนัก”

 

แม้ว่าสตรีผู้นี้จะอาละวาดขึ้นมาอย่างยากที่จะจัดการก็ตามที แต่ตราบเท่าที่มันยังคงถือครองแผ่นป้ายทัณฑ์พิฆาตการจะจัดการนางย่อมไม่ใช่ความยากลำบากแต่ประการใด นางย่อมต้องยอมจำนนให้มันแต่โดยดี ไม่ว่ามันจะสั่งให้นางเดินหน้าหรือถอยกลับก็ย่อมกระทำได้ทั้งสิ้น

 

อีกทั้งเมื่อนางกระทำตนเป็นสตรีที่หัวรั้น วางตนอย่างเหินห่างและกล้าลงมือกับมันถึงเพียงนี้ การได้มอบบทเรียนให้แก่นางบ้างย่อมทำให้มันได้รับความสาสมใจอยู่ไม่น้อย !

 

แววตาของจูจงป้าฉายประกายแห่งความตื่นเต้นพอใจ ใบหน้าของมันราวกับปีศาจชั่วร้ายที่บ้าบิ่น แผ่นป้ายทัณฑ์พิฆาตในมือถูกเหวี่ยงไปมาขณะที่มันเชิดคางเงยหน้าให้สูงขึ้น “ยังไม่รีบมาปลดอาภรณ์ให้แก่นายน้อยผู้นี้กระนั้นหรือ หากเจ้ายังขืนกล้ากวนประสาทข้าอีก ครานี้เจ้าจะได้เจ็บตัวหนักยิ่งกว่าก่อนแน่ !”

 

ร่างของเกอซีขดบิดม้วนเนื้อกายสั่นระริกด้วยความเจ็บปวด

 

หากแต่เมื่อได้ยินวาจาของจูจงป้า หญิงสาวกลับนิ่งเงียบไปพักใหญ่ ก่อนที่นางจะค่อย ๆ เหยียดยื่นมือเข้าไปหาลำคอของจูจงป้า

 

“หากเจ้ายินยอมเชื่อฟังแต่โดยดีนายน้อยผู้นี้รับรองว่าจะไม่กระทำต่อเจ้าอย่างอยุติธรรมเป็นแน่ !”

 

“เช่นนั้นหรือ ? เจ้าอยากให้ข้าเชื่อฟังคำสั่งของเจ้า !” เกอซีช้อนดวงหน้าขึ้น รอยยิ้มที่เย็นชาประสานเข้ากับสายตาของจูจงป้า “เจ้าอ้วนสุกรขึ้นอืดตายซาก ฝันไปเถอะ !”

 

แทบจะทันทีที่ประโยคสุดท้ายสิ้นสุดลงหญิงสาวก็ยกฝ่าเท้าขึ้นสูงเตะร่างของจูจงป้ากระเด็นออกไปอย่างไร้ความปรานี

 

***จบตอน เจ้าอ้วนสุกรขึ้นอืดตายซาก ฝันไปเถอะ !***