ตอนที่ 24 ประดุจมารปีศาจ

แม้เกอซีจะไม่อาจขับเคลื่อนกระแสดูดกลืนพลังแห่งจิตวิญญาณในโลกภายนอกได้ หากแต่ภายในมิติเวทของนางนั้นเกอซีสามารถกระทำได้ทุกเมื่อ เมื่อหญิงสาวรับรถึงขุมพลังอันบริสุทธ์ที่ไหลเวียนโคจรแล่นไปทั่วกาย นางย่อมรู้สึกถึงจิตวิญญาณที่ถูกเติมเต็มจนเปี่ยมด้วยพลัง ร่องรอยแห่งความรู้สึกอ่อนล้าซึ่งยังตกค้างอยู่ดับสลายไปสิ้น

 

เกอซียืนอยู่ข้างบ่อน้ำพุและเริ่มใช้กำลังภายในของตนขับส่งความชื้นบนผืนผ้าให้อาภรณ์ที่สวมใส่แห้งสนิท ฉับพลันภาพสะท้อนบนผิวน้ำปรากฏวูบวาบขึ้น ก่อนหน้านี้ รูปของเกอซีคือสิ่งที่สะท้อนต้องแผ่นน้ำหากแต่ยามนี้ภาพที่ปรากฏกลับแปรเปลี่ยนเป็นเงาร่างอันเลือนลางของคนผู้หนึ่ง

 

 

เงาร่างที่ซุกซ่อนอย่างเงียบเชียบเบื้องหลังลำแสงที่ลอดส่องผ่านเข้ามาภายใต้ความมืดมิดแห่งราตรี เมื่อภายในห้องไร้แสงสว่างจากเปลวเทียนหญิงสาวจึงไม่อาจเห็นใบหน้าของผู้ที่หลบซ่อนอยู่ภายใต้เงามืดนั้นได้ชัดเจนนัก หากแต่นางสามารถบ่งบอกได้อย่างชัดแจ้งว่าคนผู้นั้นคือบุรุษรูปร่างสูงโปร่ง

 

ช่วงเวลาเดียวกันนั้น แสงเตือนภัยสีแดงปรากฏขึ้นตลอดทั่วทุกมุมในอาณาบริเวณแห่งมิติเวท

 

มีผู้เข้าใกล้ประชิดในช่วงระยะห่างเพียงไม่ถึงร้อยก้าวย่าง ! อีกทั้งคนผู้นั้นได้กล้ำกรายเข้ามาถึงห้องนอนด้านในแล้ว !

 

มิติเวทมีความสามารถในการบ่งบอกเมื่อยามมีภัยอันตราย เมื่อใดที่มีผู้เข้าใกล้ประชิดร่างสังขารของเกอซีที่ยังคงหลับใหลอยู่ มิติเวทจะส่งสัญญาณแห่งภัยร้ายขึ้นทันที ภาพเหตุการณ์ด้านนอกจะปรากฏขึ้นโดยการสะท้อนผ่านผิวน้ำเพื่อปกป้องร่างของนางยามที่จิตวิญญาณกลับเข้ามาสู่มิติเวท

 

นัยน์ตาของเกอซีทอประกายวาบขึ้นก่อนที่นางจะรีบรุดออกจากมิติเวทเพื่อคืนสู่ร่างสังขาร

 

เกอซีสะดุ้งอย่างแตกตื่นในใจ ทันทีที่รับรู้ถึงสิ่งที่น่าตกใจเมื่อกลับออกมาจากมิติเวท

 

ภายในห้องที่มืดมิดเงียบสงัด นอกจากตัวนางเอง สัมผัสรู้ของนางไม่อาจรับรู้ได้ถึงผู้อื่นใดอีก

 

ทว่าเสี้ยวนาทีนั้นฝ่ามือที่อ่อนโยนลูบไล้ไปตามเปลือกตาของนางอย่างแผ่วเบาและนุ่มนวลก่อนจะค่อย ๆ เคลื่อนคล้อยลากต่ำลงมาถึงคอเสื้อ

 

ถูกแล้ว คนผู้หนึ่งยืนข้างกายนางอย่างเงียบเชียบก่อนปลายนิ้วที่คล่องแคล่วว่องไวพวกนั้นกำลังจะเริ่มปลดเสื้อคลุมตัวนอกของนางออกอย่างไร้สิ้นความลังเลใจ

 

เกอซีเปิดเปลือกตาขึ้นทันที ในแววตาทอประกายเย็นเยียบแผ่ไปด้วยกลิ่นอายสังหาร ขณะที่ฝ่าเท้าข้างซ้ายยกขึ้นหมายเตะใส่ “โจรบุปผา*”ใจกล้าผู้นั้นอย่างรวดเร็วประดุจสายฟ้า

*โจรบุปผา = โจรปล้นสวาท

 

ทว่าเสียงฝ่าเท้ากระแทกใส่แผ่นอกของยอดโจรดัง “พลั่ก” กลับไม่ได้ยินดังที่คาด กลับกัน ฝ่ามือกว้างใหญ่รวบข้อเท้าของนางไว้ประดุจกรงเล็บเหล็ก

 

ภายใต้อุ้งมือที่อบอุ่นแห้งกร้านทำให้ความร้อนในกายของนางพลุ่งพล่านขึ้นเมื่อปลายนิ้วของคนผู้นั้นวาดผ่านท่อนขาที่เปลือยเปล่าจนทำให้นางต้องสั่นผวาด้วยความหวาดกลัว

 

ภายในใจของเกอซีสั่นเทิ้ม เพียงชั่วพริบตานางดีดกายขึ้นจากเตียง ฝ่าเท้าข้างขวาถูกยกขึ้นถีบตรงไปยังคนผู้นั้น ท่อนแขนของนางพริ้วไหวประดุจการร่ายรำดั่งกลีบดอกบัวที่ผลิแย้มแรกบานเผยกลีบดอกเป็นชั้น ๆ  กระแสอายสังหารถูกปลดปล่อยแผ่กระจายออกรอบกายเป็นระลอกอย่างต่อเนื่อง

 

สุ้มเสียงประหลาดใจเล็กน้อยดังขึ้นให้ได้ยิน ฝ่ามือที่จับยึดข้อเท้าของนางคลายออกก่อนที่ฝ่าเท้าของหญิงสาวจะแตะแผ่นพื้นซวนเซถอยหลังไปหลายก้าวพร้อมเสียงหัวเราะเบา ๆ จากคนผู้นั้น

 

คนผู้นี้คือบุรุษ อีกทั้งยังเป็นบุรุษผู้มีน้ำเสียงทุ้มลึกอย่างดึงดูดใจ

 

เกอซียืนบนฝ่าเท้าที่เปล่าเปลือยท่ามกลางความมืดสลัว ความรู้สึภายในใจฉงนสนเท่ห์หากแต่สายตาที่เย็นเยียบนั้นจ้องเขม็งอยู่กับเงาร่างที่กำลังเผชิญหน้าอยู่

 

แม้บุรุษผู้นี้จะยืนหัวเราะอยู่ตรงหน้า ทว่านางกลับไม่อาจสัมผัสได้ถึงความเคลื่อนไหวใด ๆ  ของคนผู้นี้เลย หากมิใช่ด้วยการให้สัญญาณเตือนจากมิติเวท นางย่อมไม่อาจล่วงรู้ได้เลยว่ามีผู้แปลกปลอมเข้ามาถึงด้านใน และหากแม้นางจะถูกชายผู้นี้ถลกหนังกระทั่งเหลือแค่เพียงท่อนกระดูกนางก็ยังไม่อาจรับรู้ได้เลย

 

ชายผู้นี้คือใคร ? เหตุใดจึงเข้ามาหานางในยามวิกาลเช่นนี้ เขามีจุดประสงค์ใด ?

 

คิ้วของเกอซีขมวดมุ่นเข้าหากันเล็กน้อยขณะที่หญิงสาวยังคงใคร่ครวญถึงบุรุษผู้นิ่งสนิทไร้การเคลื่อนไหวเบื้องหน้า ฉับพลันฝ่ามือของนางพุ่งตรงเข้าหาตำแหน่งฐานรองแท่งเทียน

 

นางยังคงได้ยินเสียงหัวเราะดังขึ้นอีกคราก่อนที่แสงเทียนซึ่งวางอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้งจะถูกจุดส่งความสว่างไสวเผยใบหน้าของบุรุษผู้นี้ให้ได้แลเห็น

 

ประกายวูบหนึ่งฉายผ่านดวงตาของเกอซี ภายในใจของนางพลันรู้สึกตื่นตะลึงประดุจนางได้สูดรับเอาลมหายใจจากชั้นบรรยากาศที่เหน็บหนาวจนถึงจุดเยือกแข็ง ใต้หล้านี้มีผู้ที่หล่อเหลาประดุจมารปีศาจเช่นนี้จริง ๆ

 

รูปโฉมของบุรุษผู้นี้บ่งบอกได้ว่าเขามีอายุไม่เกินยี่สิบปี ชายผู้นี้อยู่ในอาภรณ์สีดำสนิทชายเสื้อแขนสอบ บนคอเสื้อคลุมด้านนอกตบแต่งด้วยลวดลายปักดิ้นเงินไหมม่วง บนเส้นด้ายสีดำตบแต่งด้วยลวดลายปักหมู่เมฆาและฝูงค้างคาว ที่คาดเอวขนาดใหญ่ใช้เฉดสีเดียวกับชิ้นผ้าที่ข้อมือ บุรุณผู้นี้รูปร่างสูงโปร่ง ลำกายตั้งตรงสง่าประดุจลำไผ่ ตลอดทั่วทั้งสรรพางค์กายของชายผู้นี้ปลดปล่อยอายกระแสที่ล้ำเลิศสูงศักดิ์และงดงามเหนือความเป็นไปแห่งมวลมนุษย์

 

***จบตอน ประดุจมารปีศาจ***