ตอนที่ 25 งดงามเพียงพอที่ข้าปรารถนาใคร่ครอบครอง

สิ่งที่น่าตื่นตะลึงอย่างที่สุดบนใบหน้าหล่อเหลานั้นคือประกายเรืองรองเจือจางที่โอบล้อมรอบกายซึ่งขับความหนุ่มแน่นสูงส่งสง่างามของบุรุษผู้นี้ให้เด่นประจักษ์ชัดยิ่งขึ้น ประกายตาทั้งคู่ล้ำลึกเหินห่าง ให้ความรู้สึกที่หล่อหลอมสอดประสานกันระหว่างเทพบุตรผู้บริสุทธิ์ไร้ราคีกับมารปีศาจร้ายผู้ทรงเสน่ห์ ประดุจชิ้นหยกที่ได้รับการสลักเสลาด้วยฝีมือที่ประณีตพิถีพิถัน ความพร่างพรายที่ประจักษ์เบื้องหน้าสายตาเย้ายวนจิตใจประดุจดั่งว่าทั้งห้วงใจและจิตวิญญาณจะถูกชักพาให้หลงใหลเคลิบเคลิ้มหลุดลอยไปราวกับต้องมนต์มายา

 

ช่วงชีวิตจากภพชาติก่อนหน้าของเกอซีเคยได้ประสบพบเจอบุรุษผู้หล่อเหลามีรูปโฉมที่โดดเด่นสะดุดตามากมาย แม้กระทั้งเหลิ่งเหย่ ผู้ทรยศหักหลังนางก็เป็นหนึ่งในบุรุษรูปงามผู้เป็นที่เลื่องลือ

 

ทว่าหากบุรุษทั้งหลายเหล่านั้นมายืนประจันข้างกายบุรุษเบื้องหน้าผู้นี้คงมิต่างอันใดกับการนำแสงสว่างอันเล็กจ้อยของหิ่งห้อยไปเทียบกับแสงกระจ่างแห่งจันทรา นำหินผาไปเปรียบกับเนื้อหยกชิ้นงาม ล้วนย่อมไม่อาจกล่าวได้ว่าจะสามารถคงความเสมอเทียมกันได้

 

เกอซีอยู่ในภวังค์แห่งความตกตะลึงครู่หนึ่งก่อนจะรู้สึกถึงความตื่นระวังภัยอย่างเต็มตัว

 

หญิงสาวไถ่ถามด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น “ท่านคือผู้ใด ? ต้องการสิ่งใดจึงบุกรุกเข้ามาในห้องนอนข้ายามวิกาลเยี่ยงนี้ ?”

 

ริมฝีปากของบุรุษในชุดดำยกขยับ ใบหน้าที่งดงามผึ่งผายประดับแต้มด้วยรอยแย้มยิ้มกระชากใจ สุ้มเสียงทุ้มลึกเนือยนิ่งตอบกลับ “ราตรีที่มืดมิดภายใต้ค่ำคืนที่สายลมกระโชกแรง บุรุษสตรีอยู่ร่วมเคียงเพียงลำพัง เจ้าคิดว่าข้าควรทำสิ่งไร ?”

 

เส้นเสือดดำบนหน้าผากของเกอซีปูดโปนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สายตาเย็นยะเยียบประดุจธารน้ำแข็ง นางเพียงพ่นลมออกจมูก “ด้วยรูปโฉมบาดสายตาของเจ้าแล้ว บรรดาคุณหนูทั้งหลายทั่วอาณาจักรเหยียนจิงคงจะเข้าแถวเรียงคิวยาวจรดเขตแดนฝั่งตะวันออกไปตลอดขอบเขตทิศตะวันตกเพื่อหมายปองครองคู่กับเจ้า ประดุจเปลวเพลิงที่โหมกระพือได้ประสบพบเจอกับไม้แห้งไร้ความชื้นฉ่ำ ภายในศีรษะของท่านกลวงเปล่ากระนั้นหรือจึงย่องเข้ามาในห้องนี้กระทำตนเยี่ยงโจรบุปผาชั้นต่ำ”

 

รูปโฉมบาดสายตา ? โจรบุปผา ? ชั้นต่ำ ?

 

ริมฝีปากของบุรุษในอาภรณ์สีดำสนิทกดต่ำลงเล็กน้อย ความขวัญกล้าของสาวน้อยผู้นี้หาใช่ธรรมดา บางทีทั่วทั้งราชอาณาจักรเหยียนจิงเห็นจะไม่อาจพบเจอผู้ใดหาญกล้าเอ่ยวาจาเช่นนี้ต่อหน้าเขาอีก

 

ยามนี้มีเพียงแสงสว่างเรืองรองจากเปลวเทียนช่วยส่งความสว่างภายในห้องนอนที่มืดสลัว นัยน์ตาของสาวน้อยผู้อยู่เบื้องหน้าโชนแสงเปล่งประกายแจ่มจรัสและเย็นยะเยือกจับจิตราวผลึกน้ำแข็ง ให้ความรู้สึกที่สงบนิ่งใสกระจ่างประดุจห้วงน้ำลึก สายตาคู่นั้นทำให้ความโกรธเกรี้ยวของบุรุษหนุ่มพลันไร้ค่า หากแต่มันกลับถูกแทนที่ด้วยความปักใจใคร่รู้

 

ชายผู้นั้นค่อย ๆ ก้าวตรงเข้ามาอย่างไม่รีบร้อน ร่างที่สูงโปร่งครอบคลุมกายของเกอซีให้ตกอยู่ภายใต้เงาตกกระทบที่ทอดผ่าน “วาจาเชือดเฉือนปากกล้าเสียจริง เจ้าช่างเป็นสตรีที่ใจร้ายนัก ไม่เพียงเจ้าจะหยอกเย้าอารักขาแห่งคุณชายสกุลซูได้อย่างสมควรยิ่งเท่านั้น เจ้ายังกล้าวิพากษ์วิจารย์การกระทำของเปิ่นหวางอีกด้วย สตรีเช่นเจ้าควรค่าแห่งการเป็นน่าหลานเฟ่ยเสวี่ย คุณหนูรองแห่งสกุลน่าหลานจริงล่ะหรือ ?”

 

“อาจบางที ข้าสมควรเอ่ยเรียกเจ้าว่า …น่าหลานเกอซี ?”

 

เมื่อสองคำนั้น “น่าหลานเกอซี” ถูกเอ่ยออกมา สุ้มเสียงของบุรุษผู้นั้นแผ่วเบาล้ำลึกประกายตาคมกริบประดุจเหยี่ยวเวหาจับจ้องหมายเหยื่ออย่างที่ไม่อาจยินยอมให้นางได้รับโอกาสในการหลบหนีเล็ดรอดไปได้

 

เกอซีสะดุ้งสุดตัว หญิงสาวชักฝ่าเท้าถอยกลับอย่างไม่ทันรู้สึกตัว ภายในใจเต้นระทึกด้วยความตื่นตระหนกประหวั่นพรั่นพรึง

 

เป็นเช่นนี้นี่เอง !

 

บุรุษผู้นี้ปรากฏกายในสถานที่นี้ด้วยเพราะเขาได้พบเห็นนางในหอรื่นรมย์ การลงมือจัดการในจวนสกุลซูได้ฉุดดึงความสนใจของชายผู้นี้

 

ไม่สิ ! นางถูกชายผู้นี้สะกดรอยมาตั้งแต่ออกจากงานประมูลในหอรื่นรมย์แล้ว

 

ความจริงข้อนี้ทำให้ความรู้สึกของเกอซีอยู่ในระดับที่เรียกว่าย่ำแย่ นางอยู่ในจวนสกุลซูเป็นเวลานาน หากแต่กลับไม่สามารถรับรู้ได้เลยว่ามีผู้จับจ้องนางอยู่ตลอดเวลา

 

ยิ่งไปกว่านั้น หากมิใช่ด้วยเพราะการเตือนระวังภัยในมิติเวท เกรงว่าแม้บุรุษผู้นี้จะสัมผัสต้องผิวกายของนาง อาจเป็นได้ที่นางจะยังไม่ทันรับรู้เลยด้วยซ้ำ

 

บ้าที่สุด ! ที่สุดแล้วความสามารถของนางนับว่าอยู่ในระดับที่อ่อนด้อยอย่างที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับผู้มีพลังฝีมือขั้นสูงส่ง !

 

ฝ่ามือของเกอซีสั่นเทาเล็กน้อย แท่งเข็มเงินไร้เงาถูกกดไว้ระหว่างปลายนิ้ว เหลือบแสงสีม่วงส่งประกายวาบขึ้นในม่านตาดำ น้ำเสียงของหญิงสาวเฉียบคมประดุจเรียวกระบี่ “บอกมา ! เจ้าสะกดรอยตามข้ามาตลอดทางเช่นนี้หมายสิ่งใด ?”

 

บุรุษผู้นั้นถูกสะกดให้ดื่มด่ำจมดิ่งอยู่กับแววตาคู่นั้นของหญิงสาว เขาเหยียดฝีเท้าก้าวออกไปเชยคางเรียวงามของนางขึ้นอย่างไม่อาจยั้งคิดก่อนจะกระซิบแนบหู “มีผู้ใดเคยบอกเจ้าหรือไม่ว่าดวงตาของเจ้าช่างงดงามยิ่งนัก ? งดงามกระทั่งทำให้ข้าปรารถนาใคร่ครอบครอง ปรารถนานำกลับไปเป็นสมบัติสะสมอันทรงค่า”

 

คนวิตถาร—– !

 

***จบตอน งดงามเพียงพอที่ข้าปรารถนาใคร่ครอบครอง***