ตอนที่ 29 เจ้าเป็นตัวอะไร ?

นัยน์ตาของเกอซีเบิกโตกว้าง นางนิ่งเงียบอยู่ครู่หนึ่งกระทั่งที่สุดจึงเอ่ยไต่ถาม “เจ้าเรียกผู้ใดว่าแม่หรือ ?”

 

“แน่นอน ย่อมต้องเป็นท่านสิ ท่านแม่” สุ้มเสียงเจ้าไข่ใบยักษ์ปลื้มปริ่มไปด้วยความสุขล้นดั่งเด็กน้อยที่ถูกเอาใจจนเสียคน

 

“นอกไปเสียจากท่านแม่ผู้เลอโฉม น่ายำเกรง ยิ่งใหญ่เกรียงไกรเกินเปรียบปานแล้วยังจะมีผู้ใดมีคุณสมบัติเพียงพอสมควรเป็นท่านแม่ของข้าได้อีกหรือ ?”

 

เส้นเลือดดำปรากฏเด่นชัดขึ้นบนใบหน้าของเกอซี นางไม่รู้ว่าควรหัวเราะหรือร้องไห้ดี

 

ผู้ใดมีคุณสมบัติเป็นท่านแม่ของเจ้ากัน ? ข้าเพิ่งอายุได้เพียงสิบหกปีเท่านั้น กระทั่งช่วงชีวิตในอดีตก่อนจะมายังดินแดนแห่งนี้ข้าก็ยังไม่ทันได้พ้นยี่สิบ ข้าจะกลายเป็นแม่คนไปได้อย่างไร ?

 

ไม่ถูกต้องแล้ว ! เจ้านี่คือฟองไข่ ส่วนข้าคือมนุษย์ สิ่งมีชีวิตที่เลี้ยงลูกด้วยนมออกลูกเป็นตัว ข้าจะเบ่งไข่ใบยักษ์เช่นนี้ออกมาได้อย่างไร ? !

 

เกอซีพลันรู้สึกงุนงงสับสนด้วยเพราะเจ้าไข่ใบยักษ์ น้ำเสียงตอบกลับของหญิงสาวบ่งบอกถึงอารมณ์ที่ไม่ใคร่สุขใจเท่าไรนัก “เจ้า….คืออะไร ? เหตุใดจึงเรียกข้าว่าท่านแม่ ?”

 

“เพราะท่านคือท่านแม่ของข้า” แสงสว่างสีทองสะท้อนวูบวาบไปมาหลายครั้ง สุ้มเสียงของเขาด้านในเปลือกบางเริ่มจะหงุดหงิด “ท่านแม่ ข้ามักมองดูท่านแม่อยู่ในนี้เสมอ ข้ารอให้ท่านแม่มาหาตั้งนาน หากแต่ท่านแม่กลับไม่เคยเข้ามาในนี้เลย ข้าเหงาที่ต้องอยู่เพียงโดดเดี่ยวลำพังที่นี่…….”

 

น้ำเสียงใสกระจ่างแหลมเล็กของเจ้าไข่ใบยักษ์นั้นเศร้าสร้อย เสียงสะอื้นไห้ดังเล็ดลอดออกมาจากเปลือกไข่ให้ได้ยิน ยามนี้เขาโศกเศร้าเสียใจยิ่งนัก มันย่อยสลายหัวใจผู้ที่เคยด้านชาให้อดไม่ได้ที่จะรู้สึกสงสารจับจิต

 

เกอซีเริ่มรู้สึกมึนศีรษะหากแต่ไม่รู้จะทำประการใด หญิงสาววางฝ่ามือตบเบา ๆ ลงบนเปลือกฟองไข่อย่างเอ็นดูพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “โอ๋ โอ๋ ไม่ต้องร้องแล้ว ข้า….มิใช่ว่ามาหาเจ้าแล้วหรอกหรือ ? แล้วเจ้า เอ่อ….เจ้าเป็นตัวอะไร ?”

 

“เป็นตัวอะไร ?” เจ้าไข่ใบหยักษ์ดูจะชื่นชอบพอใจกับการได้รับสัมผัสจากเกอซี น้ำเสียงสะอื้นไห้พลันแปรเปลี่ยนเป็นสดใสเริงร่า “ข้าก็ไม่รู้ว่าข้าเป็นอะไร หากแต่ ท่านคือท่านแม่ของข้า ข้ารู้จักท่านดี ฮือ ฮือ ฮือ ท่านแม่ ท่านไม่ต้องการข้าแล้วหรือ ?”

 

กล่าวจบ เจ้าไข่ใบยักษ์ดูจะหวั่นวิตกหวาดระแวงและเริ่มจะสะอึกสะอื้นขึ้นอีกครา

 

เกอซีกุมขมับเมื่อได้ยินเสียงคร่ำครวญอย่างโศกาของหนูน้อย นางอดรู้สึกขบขันตนเองไม่ได้ ไม่รู้จะอธิบายความรู้สึกใคร่ปรารถนาจะตรงเข้าปลอบโยนเอาใจเจ้าฟองไข่นี้เช่นไร

 

นางคือสตรีผู้ยังมิได้ออกเรือน อีกทั้งยังไม่เคยผ่านประสบการณ์ในการตะล่อมเด็กน้อย !

 

เกอซีไม่มีทางเลือกจึงทำได้แค่เพียงกล่าววาจาปลอบใจฟองไข่นั้นให้หยุดร่ำไห้ “โอ๋ อย่าร้องไห้ไปเลย ข้าไม่เคยบอกว่าไม่ต้องการเจ้า จริงสิ เจ้ารู้ไหมว่าเหตุใดเจ้าจึงมาอยู่ในวังซูมี่แห่งนี้ ?”

 

เจ้าไข่ใบยักษ์ตอบสนองต่อการปลอบประโลมเป็นอย่างดี และแน่นอนว่าท้องฟ้าที่มืดหม่นครึ้มดำราวกับปกคลุมไปด้วยเมฆฝนพลันสว่างกระจ่างใสขึ้นมาทันที แสงสว่างเรืองรองสีทองส่งประกายวูบวาบอย่างรวดเร็วเป็นวงแหวนซ้อนกันเป็นชั้น ๆ

 

เขาร้องตะโกนลั่น “ท่านแม่” หลายต่อหลายครา และดูราวกับว่าเขากำลังจะนึกเรื่องราวบางอย่างขึ้นมาได้ “พระราชวังซูมี่ ? เหมือนข้าจะคุ้นชื่อนี้นะ พระราชวังซูมี่….อา ใช่แล้ว ! ท่านปู่ซูมี่ ข้าจำได้แล้ว ท่านปู่เป็นผู้ช่วยชีวิตข้าไว้”

 

“ท่านปู่ซูมี่ ? คือใครหรือ ?”

 

“ท่านปู่ซูมี่ !” น้ำเสียงนั้นเริ่มสับสน หากทว่ากลับเปี่ยมล้นไปด้วยความรักความผูกพัน “ท่านปู่ซูมี่ดีต่อข้ามากจริง ๆ  ท่านปู่ช่วยข้าออกมาจากห้องเยือกแข็งที่ดำมืดทั้งยังเอาพลังแห่งจิตวิญญาณอันมหาศาลให้ข้าดื่มกิน หลังจากกลืนกินพลังงานพวกนั้นไปหมดแล้วข้าก็หลับใหล ครั้นเมื่อรู้สึกตัวขึ้นอีกครา ข้าก็พบท่านแม่ ฮี่ ฮี่”

 

เกอซีต้องตะลึงงันไปเพราะเจ้าไข่ใบยักษ์นี้ เมื่อครู่ก่อนเขาเพิ่งจะร้องไห้ หากแต่นาทีถัดมากลับหัวเราะออกมาได้ บทสนทนาชั่วระยะเวลาสั้น ๆ นางสามารถรับรู้ได้ทันทีว่านี่เป็นอุปนิสัยของเด็กน้อยที่อารมณ์แปรปรวนไม่แน่นอน นางไม่อาจเข้าใจเรื่องราวทั้งหมดที่เขาเล่าให้ฟังได้ และแม้นางจะเอ่ยถามขึ้นอีกคราคงไม่ก่อเกิดประโยชน์ใดที่ยิ่งไปกว่า

 

เกอซีอับจนสิ้นหนทาง นางกำลังจะคลายฝ่ามือที่ทาบทับลงบนเปลือกไข่ออก ทันใดนั้น น้ำเสียงที่ตื่นเต้นกระโตกกระตากของหนูน้อยพลันลั่นขึ้น “ใช่แล้ว ! ท่านปู่ซูมี่มีบางอย่างต้องการมอบให้ท่านแม่ ข้ามัวแต่ดีใจมากที่ได้พบท่านแม่เกือบลืมเสียสนิทเลย !”

 

***จบตอน เจ้าเป็นตัวอะไร ?***