ตอนที่ 42 เลือกทาส

เกอซีกลับมาเป็นหนุ่มน้อยหน้ามนผู้สูงสง่าเช่นเดิมขณะที่เพียงไม่นานจางเต๋อจงก็ถูกขายส่งให้ตลาดเนื้อสดสุกรในราคาที่น่าชม

 

วันนี้นางสวมใส่เสื้อคลุมสีขาวด้วยใบหน้าที่สง่างามละเอียดอ่อนประดุจดังมงกุฎหยกที่ล้ำค่า ริมฝีปากของนางแดงระเรื่อ ไรฟันขาวสะอาด ตลอดทั่วเรือนกายแผ่กระจายอายเยือกแข็งที่อบอวลไปด้วยรัศมีประดุจปุยหิมะนุ่มที่ตกกระทบธารน้ำใส  ส่งให้รูปลักษณ์ของนางโดดเด่นออกมาจากเหล่าผู้คนในตลาดเนื้อสดสุกรที่สกปรกและจอแจ

 

ทว่าเกอซีหรือจะสนใจสายตาหื่นกระหายแปลกประหลาดจากคนเหล่านั้น

 

ช่วงชีวิตในอดีตภพของนาง เกอซีต้องสวมบาบาทมากมายในการปฏิบัติภารกิจต่าง ๆ  หลายครั้งหลายคราที่หญิงสาวต้องกลายมาเป็นจุดดึงดูดสายตาของผู้คน เช่นนั้นนางย่อมคุ้นชินที่จะปิดหูปิดตาไม่รับรู้ใส่ใจต่อสายตาที่เพ่งส่งมาไม่ขาดสาย และแน่นอนประการสำคัญที่สุดนั้นคือคนเหล่านั้นมิได้รบกวนนางแต่อย่างใด

 

เกอซีสำรวจไปตลอดทั่วทุกบริเวณในตลาดเนื้อสดสุกรและพบว่า หากเมื่อต้องเปรียบเทียบสถานที่แห่งนี้กับหอรื่นรมย์ที่หรูหราอลังการแล้ว ที่นี่ย่อมเป็นเพียงตลาดสดที่ไร้ระเบียบดี ๆ นี่เอง

 

ทว่าแผงขายของในตลาดสดแห่งนี้หาได้วางแผงขายเนื้อขายผัก หากแต่ขายมนุษย์ที่ยังมีกรุ่นอายแห่งลมหายใจและเหล่าสัตว์อสูรปีศาจ

 

ทาสทุกประเภทไม่ว่าสตรีหรือบุรุษ ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ธรรมดาสามัญ ไร้สิ้นวรยุทธหรือผู้มีพลังปราณที่วางขายตามแผงล้วนถูกขังไว้ในกรงขังเหล็กที่เกรอะกรังไปด้วยสนิมเหล็ก นอกไปเสียจากหมู่มนุษย์พวกนั้นแล้ว แผงขายเนื้อสดคุณภาพสูงยังมีอสูรปีศาจแปลกประหลาดพิสดารให้ได้เลือกซื้อ

 

ทาสทั้งหลายม้วนตัวขดกลมอัดอยู่ในกรงขังขนาดเล็ก บรรดาทาสส่วนใหญ่มีร่างกายที่ปกคลุมไปด้วยรอยแผลฟกช้ำและแผลเป็นต่าง ๆ มากมาย บางคนดูไร้สิ้นอารมณ์ความรู้สึก บางคนมีแต่เพียงความสิ้นหวัง บางคนร่ำร้องสะอื้นไห้เบา ๆ  อีกทั้งยังมีพวกที่ชอบเอะอะโวยวายต่อสู้ขัดขืนจนถูกทุบตีกระทั่งเจียนตายนอนแดดิ้น

 

สมควรแก่การกล่าวได้ว่าที่นี่นับได้ว่าเป็นสถานที่อึกทึกป็นที่สุดในเมืองเหยียนจิง มันคือนรกบนแดนดินดี ๆ นี่เอง ความลับซ่อนเร้นที่มืดมนอนทการ ห้วงลึกที่จมดิ่งอย่างถึงที่สุดตลอดทั่วทั้งนครเหยียนจิงล้วนถูกย่นย่อรวมลงในสถานที่แห่งนี้

 

ปลายหางตาของเกอซีกวาดลากผ่านเหล่าทาสที่น่าเวทนาทั้งหลายด้วยใจที่หดกลับแฝงไว้ด้วยความเจ็บปวด

 

ผู้อ่อนแอย่อมเป็นเหยื่อของผู้ที่แข็งแกร่ง ไม่ว่าจะในชุมชนใดมันคือความเป็นจริงที่ไร้ข้อโต้แย้ง อีกทั้งไม่มีผู้ใดได้รับการข้ามเว้น หากนางไม่มีความแข็งแกร่งเพียงพอที่จะปกป้องตนเอง จุดจบของนางย่อมโหดร้ายน่ากลัวเสียยิ่งกว่าบรรดาทาสพวกนี้

 

ทว่าจะอย่างไรถึงตอนนี้นางก็ยังคงไม่อาจฝึกฝนพลังยุทธได้เลย ที่ผ่านมานางเพียงปกป้องตนเองด้วยพละกำลังและทักษะทางกายภาพที่มีของตนเท่านั้น

 

เมื่อเป็นเช่นนี้ การส่งเสริมให้ทาสกลุ่มหนึ่งกลับกลายเป็นผู้มีความแข็งแกร่งอย่างเหนือวิสัยคนทั่วไปย่อมเป็นความคิดที่ยอดเยี่ยม !

 

ทาสในตลาดเนื้อสดสุกรโดยส่วนใหญ่มีความสามารถในการดูดซับกระแสพลังเข้ามาสู่ร่างของตน ซึ่งแม้กระทั่งผู้มีวรยุทธในระดับขั้นเมล็ดพันธุ์เพาะบ่มยังไม่สามารถกระทำได้ หากแต่มันย่อมมีข้อเสียบางประการ

 

เกอซีเลือกซื้อทาสที่มีอาการบาดเจ็บน้อยที่สุดอีกทั้งยังมีพื้นฐานพลังที่แตกต่างกันออกไปมาสิบคนด้วยความรวดเร็ว นางใช้ตำลึงเงินที่ตนนำจางเต๋อจงออกขายอย่างยุติธรรมมาใช้สอยในการเลือกซื้อทาสที่ต้องการ

 

เกอซีไม่ได้ให้ผู้ขายประทับตราลงบนจิตวิญญาณของคนพวกนั้นเพื่อผนึกทาส หากแต่นางเลือกใช้วิธีการและโอสถของตนเองด้วยการลงอาคมประทับทัณฑ์ทาสผนึกวิญญาณบนร่างของพวกเขา

 

เมื่อเทียบกับการประทับตราลงบนจิตวิญาณของทาสโดยตรงแล้ว วิธีการของเกอซีจะไม่กักกั้นพลังยุทธกำลังปราณที่เพิ่มขึ้นจากความสามารในการฝึกฝนของเหล่าทาสพวกนั้น อีกทั้งความสามารถในความคิดและการประมวลผลของสมองจะยังคงแจ่มกระจ่าง ความฉลาดเฉลียวยังคงเดิมด้วยเพราะจิตวิญญาณไม่ถูกตรึงไว้ หากแต่แน่นอนว่า ด้วยวิธีการเช่นนี้ย่อมจะมีจุดอ่อนบางประการ

 

เมื่อระดับพลังฝีมือของเกอซียังคงต่ำเตี้ยเช่นนี้อาคมประทับทัณฑ์ทาสจึงสามารถใช้ได้กับทาสที่มีระดับพลังปราณในขั้นที่ต่ำกว่าพลังปราณขั้นสองคือปฐมภูมิโลกันตร์เท่านั้น

 

เกอซีมองดูกลุ่มคนทั้งสิบที่กำลังคุกเข่าโขกศีรษะให้แก่นางพร้อมเอ่ยขึ้นอย่างไม่แยแส “ข้าไม่สนใจว่าพวกเจ้าจะผ่านเรื่องราวใดมาบ้าง ไม่สนใจว่าพวกเจ้าได้รับความโศกเศร้าหรือเจ็บปวดเพียงใด เพราะนับแต่นี้ไป พวกเจ้าทั้งหมดต้องให้ความเคารพต่อข้าในฐานะนายของพวกเจ้า หากเจ้ากล้าทรยศหักหลังช้า ข้าจะให้พวกเจ้าได้รับโทษทัณฑ์ที่สุดแสนเจ็บปวดและทุกข์ทรมาน พวกเจ้าได้ยินชัดไหม ?”

 

คนทั้งสิบรีบพยักหน้าตอบรับอย่างเร็วรี่ นัยน์ตาของพวกเขาเปี่ยมไปด้วยความเคารพระคนหวาดกลัวยามเมื่อจับจ้องมองมายังเกอซี

 

เป็นเรื่องที่น่าฉงนประหลาดใจอย่างใหญ่หลวงเมื่อเจ้านายของพวกเขาเลือกซื้อพวกเขาทั้งสิบออกมาโดยไม่ประทับตราผนึกวิญญาณ นั่นย่อมทำให้พวกเขาสามารถมีชีวิตอยู่ได้เฉกเช่นคนปกติทั่วไป เช่นนี้แล้วพวกเขาหรือจะกล้าแสดงความไม่ให้เกียรติต่อนายน้อยอ่อนเยาว์ผู้นี้แม้เพียงเล็กน้อย

 

“จากนี้จงจำไว้ว่า เมื่อข้าออกสู่ยุทธภพ แซ่ของข้าคือซี นามแห่งข้าคือคือซีเยว่ เมื่อพวกเจ้าเป็นคนของข้า เช่นนั้นแล้วพวกเจ้าจะใช้แซ่เดียวกับข้า ส่วนชื่อของพวกเจ้านั้นจะไล่เรียงไปตามแผนภูมิพลังสวรรค์ทั้งสิบ* นับจากคนทางขวามา เจ้าคือเจี่ย อี่ ปิ่ง ติง อู้ จี เกิง ซิน เหริน กุ่ย พวกเจ้าทุกคนเข้าใจแจ่มแจ้งแล้วใช่ไหม ?”

 

ไร้สิ้นข้อคัดค้าน คนทั้งสิบรีบโขกศีรษะลงกับพื้น “ขอบคุณนายท่านที่มอบชื่อให้แก่พวกเรา !”

 

เกอซีบอกหนทางให้พวกเขากลับไปยังเรือนของตนก่อนจะค่อย ๆ เอ่ยขึ้นว่า “เรื่องส่วนตัวของข้านั้นจงจำไว้ว่า ยิ่งได้ยินน้อย เอ่ยถามน้อยจะยิ่งเป็นผลดีกับตัวเจ้าเอง  หลังจากกลับเรือนไปแล้ว หากแม่นมเฉินให้เจ้าทำสิ่งใดก็จงเร่งลงมือกระทำเสีย ส่วนอาการบาดเจ็บในร่างกายของพวกเจ้า ข้าจะหาทางรักษาให้ หากพวกเจ้าตั้งใจและจริงจัง ข้ามั่นใจว่าจะสามารถทำให้พวกเจ้ามีพลังยุทธที่เข็มแข็งได้อย่างแน่นอน”

 

***จบตอน เลือกทาส***