ตอนที่ 45 คู่พี่น้องทุกข์ยาก

สุริยันเคลื่อนคล้อยลอยต่ำลงสู่ทิศตะวันตกแล้ว หากทว่าบนท้องถนนสายตะวันออกยังคงคึกคักมีชีวิตชีวา

เกอซีเลือกซื้อวัตถุประกอบอาหารมากมายหลากหลายและใส่มันลงในธำมงค์มิติเวทของเจ้าสุกรอ้วนจู แม้กระนั้นมันยังคงทำให้พื้นที่ในมิติว่างอยู่อีกครึ่งหนึ่ง

 

เมื่อคิดถึงอาการบาดเจ็บของแม่นมเฉิน เกอซีจึงไปร้านขายยาที่มีชื่อเสียงที่สุดในนครเหยียนจิง นั่นคือโรงโอสถเซิงเต๋อ อาการบาดเจ็บของแม่นมเฉินเรื้อรังมาเนิ่นนานหลายปีแล้ว แม้นางจะมีวิธีเยียวยารักษาก็ตามที นั่นย่อมต้องอาศัยส่วนประกอบโอสถที่จำเป็นในการปรุงโอสถเช่นกัน

 

เพียงเลี้ยวเข้ามาทางมุมตึกเกอซีก็พบกับอาคารสูงใหญ่และป้ายชื่อโรงโอสถเซิงเต๋อที่เปิดทำการตระหง่านอยู่ตรงหน้า เพียงทว่ายามนี้สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นตรงข้ามโรงโอสถเซิงเต๋อคือกลุ่มผู้คนที่กำลังส่งเสียงอึงคะนึง

 

เกอซีก้าวตรงเข้าไปแค่เพียงสองสามก้าวพลันได้ยินเสียงคร่ำครวญร่ำไห้จนแหบแห้งของเด็กสาว “ท่านหมอ ข้อขอร้องโปรดเมตตาพวกเราด้วยเถิด ได้โปรดช่วยพี่ชายของข้าด้วย หากท่านไม่ให้ความช่วยเหลือ พี่ชายของข้าคงถึงคราวสิ้นชีพเป็นแน่ ฮือ ฮือ ฮือ…..”

 

เด็กสาวตัวน้อยร้องห่มร้องไห้อย่างสิ้นหวังหมดอาลัยโศกเศร้าอย่างถึงที่สุด ภายในใจของเกอซีสั่นสะท้านเกินจะพรรณนา ฝ่าเท้าที่หมายจะหมุนกายหันหลังกลับไปสู่โรงโอสถเซิงเต๋อพลันหยุดกึก ก่อนจะค่อย ๆ เบี่ยงแทรกกายเข้าไปในฝูงชนที่วุ่นวายสับสน

 

เบื้องหน้าสายตาคือหนุ่มน้อยผู้นอนนิ่งอยู่บนพื้นถนนที่เย็นเยียบ รอยเลือดเปรอะเปื้อนอยู่บนใบหน้า ริมฝีปากทั้งคู่มีสีม่วงคล้ำ ตลอดทั่วทั้งร่างเต็มไปด้วยรอยแผลฟกช้ำ การหายใจเป็นไปด้วยความยากลำบาก

 

ส่วนสาวน้อยผู้นั้นนั่งคุกเข่าอยู่ข้างหนุ่มน้อยผู้นี้ เด็กสาวอยู่ในชุดซอมซ่อมอซอ ร่างผอมบางของนางมีเพียงแผ่นหนังห่อหุ้มเนินกระดูก ฝ่ามือที่วางแนบไปกับพื้นเพื่อเหยียดยันกายไว้เผยให้เห็นปลายเล็บที่ฉีกขาดจนชุ่มโชกไปด้วยโลหิต ผู้ใดหากได้แลมองเพียงครั้งย่อมทำให้รู้สึกเจ็บปวดจนยากจะทานทน

 

ทว่าเด็กน้อยผู้นี้กลับดูจะไม่รู้สึกรู้สาในอาการบาดเจ็บของตนเอง นางยังคงร่ำไห้คร่ำครวญคุกเข่าอยู่กับที่ โขกศีรษะลงไปกับพื้นอย่างเต็มแรงให้กับผู้ดูแลร้านในชุดดำที่อยู่เบื้องหน้า

 

ผู้ดูแลร้านคนนี้มีดวงตาเล็กราวเมล็ดถั่วเขียว แก้มทั้งสองบุ๋มลึกลงไปปรากฏโหนกแก้มนูนอย่างชัดเจน รูปร่างของเขาผอมบางดั่งปล้องลำไผ่ ยามนี้เขาทำเพียงก้มมองดูเด็กน้อยที่กำลังโขกศีรษะด้วยสายตาที่ไม่ปรากฏร่องรอยแห่งความเห็นใจแม้เพียงน้อย กลับกัน มันกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ขยะแขยงและรังเกียจ

 

“ไปซะ ! ไปไกล ๆ  ! เหตุใดขอทานน่ารังเกียจจึงมาขวางหน้าร้านเช่นนี้ จะให้โรงโอสถจีเชิงทำการค้าขายได้อย่างไร ? เหตุใดเจ้าจึงคิดว่าสมควรกระทำเช่นนี้ที่หน้าร้านเล่า ?”

 

เด็กสาวโถมร่างเข้ากอดแข้งขาของชายผู้นั้นร่ำร้องวิงวอนทั้งน้ำตา “ท่านผู้ดูแลจิ๋น เมื่อไม่กี่วันก่อนตอนที่พี่ชายข้ามาหาท่านหมอเขายังลืมตาได้อยู่เลย พวกท่านบอกว่าเพียงกินยาอย่างต่อเนื่องติดต่อกันนานสักหน่อยเขาก็จะดีขึ้น ข้าใช้ตำลึงเงินทั้งหมดที่พวกเราสะสมไว้จนหมดสิ้นแล้ว หากแต่อาการเจ็บป่วยของพี่ชายข้ากลับแย่ลงเรื่อย ๆ  กระทั่งยามนี้เขาไม่อาจลุกขึ้นได้แล้ว…..ข้าขอร้อง ได้โปรดช่วยพี่ชายข้าด้วย…..หากท่านช่วยเหลือพี่ชายข้า ข้าจะตอบแทนท่านด้วยการกรำงานหนักรับใช้พวกท่าน !”

 

“เจ้า ! หยุดกล่าวคำโป้ปดได้แล้ว เจ้ากล้าใส่ไคล้ให้ร้ายต่อชื่อเสียงของโรงโอสถจีเชิง !” ใบหน้าของผู้ดูแลจิ๋นพลันเปลี่ยนสี เขาแสดงออกถึงความไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัดก่อนที่จะออกแรงเตะเด็กสาวผู้นั้นออกอย่างเต็มแรงพลางเค้นน้ำเสียงเข้ม “หากเจ้ายังไม่ยอมไปอีก เชื่อได้เลยว่าข้าจะเรียกให้คนมาหักขาเจ้าเสีย !”

 

เด็กน้อยผู้นั้นถูกเตะอย่างแรงร่างของนางซวนเซล้มทับลงไปบนร่างของหนุ่มน้อยที่นอนนิ่งอยู่ แรงอัดกระแทกทำให้สีหน้าของหนุ่มน้อยแปรเปลี่ยนเป็นเฉดเงาสีม่วงราวกับจะสิ้นลม

 

ผู้ที่ยืนล้อมอยู่นั้นบางคนไม่อาจทนดูได้อีกต่อไป พวกเขาเริ่มขยับลิ้นก่นด่าความขี้เหนียวของผู้ดูแลจิ๋น

 

“ข้าอยากบอกว่า แม้โรงโอสถจีเชิงนี้จะอยู่ตรงกันข้ามกับโรงโอสถเซิงเต๋อ หากแต่ท่านหมอและผู้ดูแลล้วนไม่อาจกล่าวได้ว่าสามาถเทียบกันได้ แม่หนูน้อย หากเจ้าต้องวิงวอนร้องขอต่อคนผู้นี้ เช่นนั้นแล้วจงไปหาท่านผู้ดูแลโจวแห่งโรงโอสถเซิงเต๋อแทนย่อมจะเป็นการดีเสียกว่า เขาเป็นคนดี !”

 

ขณะที่อีกพวกพากันร้องตะโกนพลางชี้มือชี้ไม้ไปที่โรงโอสถเซิงเต๋อและเมื่อผู้คนที่ยืนรายล้อมต่างเห็นพ้อง ผู้มีจิตใจอารีอีกสองสามคนถึงกับวิ่งเข้าไปขอความช่วยเหลือถึงด้านในโรงโอสถเซิงเต๋อ

 

ผู้ดูแลจิ๋นแห่งโรงโอสถจีเชิงโกรธจัดเดือดดาลด้วยความเสียหน้า เขาถลึงตาใส่ทุกคนพลางร้องตะโกนออกมาอย่างดุร้าย “พวกเจ้าคิดว่าร้านขายยาเป็นโรงเจกระนั้นหรือ ? หากทุกคนมาขอรับยา รับการรักษาโดยไม่จ่ายค่าตอบแทนแล้วพวกเราจะกินอะไรเล่า เราจะใช้จ่ายกินอยู่กันอย่างไร ? หรือโรงโอสถเซิงเต๋อไม่เคยคิดค่ารักษา…..ฮึ่ม ! ความปรานีของเรา ก็คือความปรานีต่อผู้ที่จ่ายค่ารักษา บุคคลประเภทนี้เท่านั้นที่โรงโอสถจีเชิงจะช่วยทำการรักษาให้…..หาไม่แล้วก็ไสหัวกันไปให้หมด อย่ามาทำตัวเกะกะหน้าร้าน !”

 

***จบตอน คู่พี่น้องทุกข์ยาก***