ตอนที่ 50 รอดตายได้จริง

ผู้ดูแลโจวจับจ้องมองดูอยู่ด้านข้างด้วยสีหน้าหวั่นวิตกจากส่วนลึกระคนไปด้วยความสนใจใคร่รู้ ภายใต้เปลวเทียนที่ทอแสงวูบวาบเขาย่อมสามารถเห็นหยาดเหงื่อเม็ดใสที่ส่งประกายวิบวับอยู่บนเนื้อผิวขาวนวลราวหิมะของหนุ่มน้อยเกอซีได้อย่างชัดเจน ภายในใจของผู้ดูแลโจวตื่นระทึกเขาคว้าเอาผืนผ้าสะอาดยื่นส่งไปให้ “เช็ดเหงื่อของเจ้าก่อนแล้วพักสักครู่เถิด”

 

ผู้ใดจะคาดคิดว่าเกอซีไม่ได้ยินเสียงของเขาเลย เมื่อนางรู้สึกได้ถึงหยาดเหงื่อที่ไหลหลั่งร่วงหล่นบดบังทัศนวิสัยในการมองเห็น หญิงสาวเพียงยกมือขึ้นปาดเช็ดออกไปและกระทำการขับเคลื่อนร่างกายของตนสืบต่ออย่างไม่ขาดสาย

 

ผู้ดูแลโจวมีอาการลังเลอยู่ชั่วครู่ก่อนจะถอนมือออกมา สายตาของเขายังคงเพ่งจับจ้องอยู่บนดวงหน้าของหนุ่มน้อยผู้นี้  ตลอดช่วงเวลาที่หนุ่มน้อยผู้นี้ให้การรักษาสมาธิของเขาจดจ่อแน่วแน่ไม่ไหวติงแม้แต่วินาทีเดียว

 

อย่างไรก็ตาม นอกไปเสียจากสายตาจับจ้องของหมู่ประชุมชน ความจดจ่อตลอดเวลาของผู้ดูแลโจวและเกอซีผู้ขะมักเขม้นแล้วไม่มีผู้ใดไหนเลยที่ตระหนักได้ว่าตนกำลังถูกเพ่งมองอยู่ จากตำแหน่งถนนที่ทะแยงข้ามฝั่งตรงเข้าหาโรงโอสถเซิงเต๋อ แววตาทอประกายคู่หนึ่งกำลังจับจ้องเกอซีผ่านบานหน้าต่างที่เปิดแง้มออกเพียงครึ่งด้วยดวงตาที่เพ่งพินิจอย่างแรงกล้า

 

ชั่วเวลาเผาธูปกำยานหนึ่งดอก ตลอดทั่วทั้งร่างของหนุ่มน้อยผู้สิ้นสติก็ถูกเข็มเงินปักลงไปหลายร้อยเล่มแล้ว สถาพของเด็กหนุ่มยามนี้ส่งให้เขาดูราวกับตัวเม่นที่เรืองรองภายใต้แสงตะวันลับขอบฟ้า

 

ตั้งแต่เริ่มต้นการรักษา เด็กหนุ่มยังคงไร้สิ้นสติ ลมหายใจและการเต้นของหัวใจอยู่ในสภาพที่อ่อนแรง หากแต่เมื่อผ่านไปค่อนชั่วยาม(ครึ่งชั่วโมง) ภายหลังจากเข็มเงินเล่มต่อเล่มถูกฝังแทรกผ่านลงไปในร่าง เสียงครางด้วยความเจ็บปวดหลุดออกมาจากปากของหนุ่มน้อย ทั่วทั้งร่างผลิตเม็ดเหงื่อซึมออกมาอย่างสืบเนื่องไม่ขาดสาย เช่นนั้นแล้วเพียงไม่กี่ช่วงอึดใจผืนผ้าสีขาวที่รองอยู่ด้านล่างของร่างกายเขาก็ชุ่มโชกไปด้วยหยาดน้ำ

 

สีหน้าที่ดูแคลนหยามหมิ่นและรังเกียจของทุกคนที่เคยมีพลันแปรเปลี่ยนเป็นความเหลือเชื่ออย่างเกินพรรณนา

 

เด็กน้อยผู้เคยแน่นิ่งเงียบสนิทราวกับซากศพเริ่มส่งเสียงขึ้นมาได้ และเมื่อเข็มเงินพวกนั้นค่อย ๆ ปักลงไปในทิศทางของเส้นเลือด ใบหน้าของเขาแสดงออกให้เห็นถึงความรู้สึกที่เจ็บปวด !

 

เป็น…..เป็นเช่นนี้ได้อย่างไร ? เส้นชีพจรของเขาฉีกขาดไปแล้วมิใช่หรือ ? เหตุใดเขาจึงสามารถรับรู้ตอบสนองต่อเส้นโลหิตที่แตกแขนงไปในส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้เล่า ?

 

หรือ….หรือหนุ่มน้อยหน้ามนผู้นี้มิได้โป้ปดคำโตจริง ๆ  ? เขารู้หนทางในการรักษาผู้ป่วยที่มีสภาพเช่นนี้ได้จริงกระนั้นหรือ ?

 

ยิ่งเด็กน้อยผู้นั้นส่งเสียงครางดังขึ้นเพียงไร สีหน้าของท่านหมอเซียและผู้ดูแลจิ๋นก็ยิ่งย่ำแย่ซีดเผือดลงไปเรื่อย ๆ เพียงนั้น ผู้ดูแลจิ๋นสามารถรับรู้ได้ถึงกรุ่นอายอันเย็นยะเยือกที่ถูกขับแผ่ออกมาจากร่างของท่านหมอเซีย เขากำหมัดแน่นร่างกายสั่นสะท้านด้วยความกระวนกระวายและสะพรึงกลัว

 

หากเรื่องที่หนุ่มน้อยหน้ามนสามารถให้การรักษาผู้ป่วยคนนี้ได้แพร่สะพัดออกไป ? ท่านหมอเซียมิใช่ต้องลงท้ายด้วยการคุกเข่าโขกศีรษะให้แก่หนุ่มน้อยผู้นี้ต่อหน้าสายตาของทุกผู้คนกระนั้นหรือ ?

 

เช่นนั้นแล้ว ท่านหมอเซียผู้มีฐานะเป็นผู้ให้การรักษาที่มีทักษะฝีมือขั้นที่สามจะเอาหน้าไปไว้ที่ใด ? ท่านหมอเซียจะมิต้องอัปยศอดสูจนถึงที่สุดหรอกหรือ และหากเป็นเช่นนั้น ตัวเขาจะพ้นผิดไปได้อย่างไรเมื่อเรื่องทั้งหมดนี้สืบเนื่องมาจากเขา ?

 

ยามนี้เกอซีเริ่มลงมือถอนเข็มเงินที่ปักอยู่บนร่างของเด็กน้อยผู้นั้นออกมาทีละเล่ม

 

เข็มเงินที่ปักอยู่มากมายถึงหนึ่งร้อยแปดเล่มตามจุดต่าง ๆ บนร่างกายล้วนต้องใช้พลังในการถอดถอนที่แตกต่างกันไป ซึ่งในกระบวนการนี้ย่อมใช้เวลาไม่แตกต่างจากช่วงระยะเวลาของขั้นตอนการฝังเข็มลงในกาย แทบทุกผู้คนที่จับจ้องแลดูเกือบต้องหยุดหายใจ ไม่มีผู้ใดที่กล้าส่งเสียงขึ้นรบกวนแม้เพียงผู้เดียว

 

ในที่สุดเข็มเงินทั้งหมดก็ถูกถอนออก

 

เด็กหนุ่มผู้นอนเหยียดยาวอยู่บนโต๊ะส่งเสียงครางยาว จากนั้นแค่เพียงไม่นานเขาค่อย ๆ เผยอเปลือกตาขึ้น

 

ลำแสงจากเส้นขอบฟ้าทิ่มแทงเข้าสู่ลูกนัยน์ตากลั่นหยาดน้ำอุ่น ๆ ให้ไหลซึมจากขอบตาร่วงหล่นมาตามสองแก้ม ภาพเบื้องหน้าที่คลุมเครือเพียงปรากฏให้เห็นใบหน้าอันหล่อเหลาและดวงตาที่เย็นชาล้ำลึกประดุจห้วงน้ำในทะเลสาบที่เหน็บหนาว

 

ดั่งผู้พเนจรที่กระเสือกกระสนคืบคลานผ่านท้องทะเลทรายอันเวิ้งว้างว่างเปล่ามาตลอดเจ็ดวันเจ็ดคืนจนได้พบเจอแหล่งน้ำ เพียงหยาดหยดจากสายน้ำที่หวานชื่นก็เพียงพอจะเติมเต็มความหวังและแรงศรัทธาให้แก่จิตใจ

 

เขาเผยอริมฝีปากออกจากกันหมายจะเอ่ยวาจาหากแต่กลับยังรู้สึกอ่อนแรงจนมิอาจสามารถ ดวงตาทั้งคู่จึงถูกปิดลงแทนที่ขณะที่ใบหน้าและกลิ่นอายของเกอซีได้ถูกประทับไว้อย่างมั่นคงภายในใจของหนุ่มน้อยผู้นี้แล้ว

 

ความเหลือเชื่อปรากฏอยู่บนใบหน้าของทุกผู้คน

 

โดยไม่รั้งรอให้เหล่าผู้ชุมนุมรู้สึกตัวขึ้นจากภวังค์ ท่านหมอเซียสาวฝีเท้ายาวตรงเข้ามาถ่ายเทพลังปราณแทรกลงสู่ร่างของเด็กหนุ่มเพื่อตรวจวินิจฉัย

 

***จบตอน รอดตายได้จริง***