ตอนที่ 60 ไม่จำเป็นต้องเห็นหัวสกุลน่าหลาน

บุรุษในเสื้อคลุมสีแดงผู้นั่งอยู่ในตำแหน่งหัวโต๊ะส่ายศีรษะเบา ๆ  “หาได้จำเป็นไม่ ! เขามีวิธีการของเขา เมื่อหนุ่มน้อยผู้นั้นไม่มีพลังฝีมือก็ย่อมต้องมีผู้หนุนหลังที่ทรงอำนาจ ผู้ที่จำต้องร้อนรนกระวนกระวายเห็นทีจะเป็นพวกอื่น พวกเราไม่จำเป็นต้องไปกวนน้ำให้ขุ่นขึ้นมา”

 

บุรุษในเสื้อคลุมแดงกล่าวจบจึงหยุดเว้นช่วงพักหนึ่ง น้ำเสียงที่คละเคล้าความเป็นบุรุษและสตรีนั้นแฝงไว้ด้วยความเยาะหยัน “จากนี้เรื่องนี้คงจะต้องแพร่สะพัดไปทั่วอาณาจักรจินหลิง ถึงตอนนั้นแม้กระทั่งสหพันธ์แพทย์ก็คงมิอาจนิ่งเฉยอยู่ได้ สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้นับว่าน่าสนใจอยู่ไม่น้อย เหยียนอันเจ้าคิดว่าที่สุดแล้วผู้ใดจะเป็นฝ่ายได้รับประโยชน์ ?”

 

โจวเหยียนอันไม่กล้าเอ่ยตอบ ทว่าเมื่อภายในใจผุดภาพใบหน้าของหนุ่มน้อยผู้นั้นยามที่เขากำลังพุ่งรวมสมาธิจดจ่ออยู่กับการรักษาภายในใจของโจวเหยียนอันกลับร้อนรุ่มด้วยความห่วงกังวล

 

เด็กหนุ่มผู้นั้นเป็นเพียงมนุษย์สามัญที่ไร้สิ้นพลังฝีมือ ! คงหวังได้แต่เพียงว่าเด็กหนุ่มผู้นั้นจะสามารถรอดพ้นจากเรื่องวุ่นวายครานี้ไปได้

 

ค่ำคืนนั้นเองเสียงร่ำลือหนาหูของพวกชาวบ้านก็เริ่มต้นขึ้น ผู้คนต่างเล่าขานถึงหนุ่มรูปงามแปลกตาผู้เป็นเพียงมนุษย์ธรรมดาสามัญใช้ศาสตร์ที่ไม่เคยมีผู้ใดพบเห็นมาก่อนทำการเยียวยาให้การรักษาผู้ป่วยที่มีอาการเส้นชีพจรลมปราณฉีกขาดจนหายเป็นปกติ ข่าวที่น่าตกตะลึงนี้แพร่สะพัดไปทั่วทุกหัวระแหงในเมืองเหยียนจิง

 

ผู้คนมากมายต่างถามไถ่ถึงที่มาที่ไปของท่านหมอหนุ่มน้อยอัจฉริยะ ส่วนผู้ที่กระสันใคร่รู้เป็นที่สุดเห็นจะไม่พ้นสกุลน่าหลานและเหล่าตระกูลแพทย์ทั้งหลายนั่นเอง แน่นอนเมื่อข่าวลือนี้แพร่สะพัด เกอซีผู้ตกเป็นหัวข้อข่าวย่อมไม่อาจรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นเลย

 

ยามเมื่อท้องนภาถูกย้อมให้กลายเป็นสีดำสนิท เกอซีก็กลับมาถึงเรือนของตนภายใต้การปลอมกายเป็นซีเยว่

 

แม่นมเฉินประหลาดใจยิ่งนักเมื่อได้เห็นหญิงสาวในตอนนี้ เมื่อครั้งที่เกอซีออกจากเรือนไปนางเปลี่ยนเสื้อผ้าอาภรณ์เป็นบุรุษ เกล้าศีรษะขึ้นเป็นมวยผมของบุรุษด้วยใบหน้าที่ยังคงซีดเซียวในแบบของน่าหลานเกอซี

 

ทว่าสิ่งที่แม่นมเฉินไม่คาดคิดนั้นคือยามเมื่อเกอซีกลับมาหลังจากหายตัวไปทั้งวัน ใบหน้าของนางกลับแลดูอ่อนละมุนดึงดูดเย้ายวนใจขาวเนียนละเอียดราวปุยหิมะ แม้ยามนี้หญิงสาวยังคงสวมใส่อาภรณ์ของบุรุษ แต่หากว่านางได้ผลัดเปลี่ยนอาภรณ์เป็นชุดของสตรีแล้วล่ะก็……

 

 

เมื่อเกอซีเห็นสีหน้าที่ตกตะลึงของแม่นมเฉินหญิงสาวจึงเอ่ยคำโป้ปดอธิบายออกไป

 

“ข้าบังเอิญพบกับท่านผู้ดูแลโจวแห่งโรงโอสถเซิงเต๋อเขาบอกว่าสีหน้าของข้าซีดเซียวไร้สีด้วยเพราะร่างกายได้รับพิษและสิ่งแปลกปลอมต่าง ๆ สะสมไว้เป็นเวลานาน ท่านผู้ดูแลโจวเป็นคนดี เขามอบโอสถเพื่อชำระล้างลงไปถึงชั้นกล้ามเนื้อและเส้นเอ็น หลังจากรับโอสถไปแล้วสภาพร่างกายของข้าจึงแปรเปลี่ยนดั่งเช่นที่เห็นนี้”

 

แม่นมเฉินยินดียิ่งนักเมื่อได้รับฟังข่าวดี หญิงชราเอื้อมมือไปสัมผัสดวงหน้าของเกอซีพลางเอ่ยรำพัน “ถูกแล้ว ! ถูกแล้ว ! นี่ต้องเป็นเพราะกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นทั้งหมดได้รับการชำระล้างพิษออกไป ใบหน้าของคุณหนูช่างเหมือนกับฮูหยินยิ่งนัก ! ไม่สิ ! หากจะเปรียบเทียบกับรูปลักษณ์ก่อนหน้านี้ ต้องกล่าวว่าใบหน้าเช่นนี้จึงจะเป็นธรรมชาติที่แท้จริง……ข้าคิดไว้มิผิด ต้องเป็นด้วยอาการเจ็บป่วยของคุณหนูได้รับการเยียวยารักษาจึงทำให้คุณหนูได้โฉมหน้าที่แท้จริงกลับคืนมา ท่านผู้ดูแลโจวแห่งเซิงเต๋อเป็นคนดีมีเมตตาเปี่ยมด้วยคุณธรรม คุณหนูเจ้าคะวันหน้าท่านต้องหาโอกาสตอบแทนผู้ดูแลโจวนะเจ้าคะ !”

 

เกอซีไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดีนางเพียงตอบรับเพื่อเอาใจแม่นมเฉินก่อนจะเอ่ยถามขึ้น “แม่นม ทาสทั้งสิบที่ข้าซื้อไว้มาถึงหรือยัง ?”

 

แม่นมเฉินนึกขึ้นได้ทันใด จึงรีบตอบกลับด้วยท่าทีกระวนกระวาย “คุณหนูเจ้าคะ เรือนของเรานั้นแค่เพียงอาหารสำหรับพวกเราเองยังแทบไม่พอ เหตุใดท่านจึงไปซื้อทาสเพิ่มขึ้นมาอีกเล่าเจ้าคะ ? หากเรือนใหญ่น่าหลานไม่ส่งเสบียงและเงินทองมาให้อีกเราจะอยู่กันได้อย่างไรเจ้าคะ ?”

 

ตอนที่แม่นมเฉินเห็นหมู่ทาสทั้งสิบมาถึงประตูเรือนเมื่อช่วงบ่าย นางก็คิดว่าคนพวกนี้จะมาล้างแค้นทำให้นางหวาดกลัวจนเกือบหมดสติ ครั้นเมื่อได้รู้ว่าคนพวกนี้ถูกเกอซีซื้อตัวมานางกลับยิ่งตกใจจนกล่าวคำใดไม่ออก

 

มุมปากเกอซียกขึ้น หญิงสาวหยิบอาหารการกินและหินผลึกบางส่วนออกมาจากธำมรงค์มิติเวทพลางหัวเราะออกมาเบา ๆ  “แม่นมเฉินอย่าได้กังวลเรื่องเงินทองไปเลย นี่เป็นรางวัลที่ข้าได้รับจากงานประมูลทาส เบื้องหน้าต่อไปเราไม่จำเป็นต้องเห็นหัวคนสกุลน่าหลานอีกแล้ว แม่นม ท่านช่วยไปตามทาสทั้งสิบที่ข้าซื้อมาที่นี่ได้ไหม ?”

 

แม่นมเฉินเก็บความสงสัยไว้ภายในใจหากแต่ยามนี้หญิงชราหลีกจากมาด้วยอาการที่ทั้งดีใจทั้งหวั่นวิตก เพียงไม่นานเหล่าทาสทั้งสิบผู้มีนามว่า เจี่ย  อี่  ปิ่ง  ติง อู้  จี เกิง ซิน เหริน กุ่ย ล้วนเข้ามาทำความคารวะต่อเกอซีด้วยสีหน้าที่เปี่ยมด้วยความนับถือ

 

***จบตอน  ไม่จำเป็นต้องเห็นหัวสกุลน่าหลาน***