ตอนที่ 9 อาคมประทับทัณฑ์ทาสผนึกวิญญาณ

เมื่อหวนนึกถึงเรื่องราวที่น่าขายหน้าในงานประมูลที่ผ่านมานั้นก็ยิ่งทำให้เหล่าอารักขาทั้งสี่ขุ่นเคืองหนักหนาขึ้น พวกมันพากันชำเลืองสายตาไปยังร่างที่สลบไสลไม่ได้สติของเกอซีที่อยู่ในมุมสลัวด้านในด้วยสีหน้าที่ขุ่นมัว

 

เสียงหัวเราะที่บ้าคลั่งดั่งปีศาจร้ายดังก้องออกมาจากพวกมันคนใดคนหนึ่ง “เมื่อถึงวันที่สตรีอุ่นเตียงผู้นี้สิ้นสภาพนางย่อมไม่เหลือคุณค่าใดอีก ถึงตอนนั้นนายน้อยจะยังอาวรณ์นางอีกกระนั้นหรือ ? เมื่อนั้นเราจะให้นางได้สัมผัสถึงการมีชีวิตที่อยู่มิสู้ตาย !”

 

พวกมันทั้งสี่พากันหัวเราะอย่างสุขสำราญในบทสนทนาที่ออกรส ความหดหู่ใจในคราแรกพลันมลายหายสิ้น

 

เกอซียังคงแสร้งทำทีว่านางยังหลับใหลไม่ได้สติ หากทว่าภายใต้เปลือกตาที่ปิดสนิทคู่นั้นกลับฉายประกายแห่งแรงพิฆาตหมายมุ่งทำลายล้าง

 

เหล่าสถุลกากเดนพวกนี้ นางไม่มีวันปล่อยพวกมันไว้แน่ !

 

เกอซีออกแรงขยับนิ้วเพียงเล็กน้อย แท่งเข็มเงินไร้เงาจำนวนมากพลันปรากฏขึ้นในอุ้งมือทันที

 

อาศัยช่วงจังหวะที่เหล่าอารักขาพวกนั้นกำลังส่งเสียงหัวเราะลั่น กลบเกลื่อนสุ้มเสียงทุกสิ่ง

 

ร่างของนางพลันบังเกิดเสียงดัง ‘เปรี๊ยะ’ขึ้น

 

พริบตาเดียว เมื่อกระดูกถูกลดทอนขนาดให้เล็กลง นางบิดข้อมือให้หลุดออกจากโซ่ตรวนที่รัดแน่นบนข้อมือได้อย่างง่ายดาย

 

ทักษะนี้คือการลดทอนขนาดกระดูกในกาย นับเป็นทักษะที่ทรงคุณค่าและต้องใช้ความช่ำชองรวมถึงความเข้าใจในหลักการ หากแต่การจะใช้ทักษะนี้ผู้ลงมือจำต้องฝืนทนต่อความเจ็บปวดอย่างหนักหนาเกินกว่ามนุษปกติทั่วไปจะรับได้ อีกทั้งชิ้นกระดูกจะลดทอนขนาดลงภายในช่วงเวลาแค่เสี้ยววินาทีเท่านั้น เช่นนั้นแล้วเห็นจะมีแค่เพียงเกอซีผู้เป็นดั่งนางมารร้ายผู้นี้เท่านั้นจึงจะสามารถลงมือกระทำได้ !

 

ความทรมานจากการลดทอดชิ้นส่วนกระดูกทำให้สีหน้าของหญิงสาวซีดเผือด หากแต่นางยังคงกลั้นใจวางเรียวนิ้วบางประทับลงบนเส้นเลือดดำที่ข้อมือ

 

แน่แล้ว ! นี่คืออาคมสะกดวิญญาณคุมจิต !

 

มุมปากของเกอซีคลี่ยิ้มออกมาอย่างเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ

 

สิ่งที่นางคาดเดานั้นถูกต้อง นี่คืออาคมประทับทัณฑ์ผนึกวิญญาณ ซึ่งอาคมนี้ต้องใช้การโคจรควบรวมกระแสพลังแห่งจิตวิญญาณแล้วถ่ายเทแทรกผ่านลงสู่เส้นประสาทในหัวของผู้ที่ต้องการผนึกตราไว้ ผู้ที่ถูกประทับทัณฑ์ไว้จะถูกผนึกความสามารถในการสั่งการความเป็นไปในร่างของตนไว้

 

ส่วนแผ่นป้ายทัณฑ์พิฆาตคือกุญแจสำคัญในการเปิดผนึกนั้น

 

ลักษณะการผนึกนี้เป็นวิธีการเดียวกันกับที่องค์พระถังซัมจั๋งใช้วงแหวนอาคมรัดศีรษะเพื่อควบคุมซุนหงอคง เมื่อกระแสพลังจิตวิญญาณถูกถ่ายเทลงไปในแผ่นป้ายทัณฑ์พิฆาต มันจะตรงเข้าผนึกพลังของอึกฝ่ายไว้ สะกดกั้นแรงพลังและความสามารถทั้งหมดของคนผู้นั้น ตลอดไปถึงบีบรัดเส้นประสาทในสมองกระทั่งเจ็บปวดรวดร้าวจนยากที่จะทานทนได้

 

อาคมนี้มิอาจใช้การได้กับผู้ที่มีพลังฝีมือ หากแต่เมื่อมันถูกนำมาใช้กับคนธรรมดาสามัญจะส่งผลประดุจดั่งผู้ต้องอาคมถูกปลายกระบี่จ่ออยู่ที่คอหอยไร้สิ้นหนทางหลีกหนี

 

ช่างน่าเสียดายที่ในวันนี้อาคมเช่นนี้ต้องมาประสบพบเจอกับนาง ผู้มีนามกรว่า เกอซี !

 

ในองค์กรที่นางประจำการอยู่เมื่อชาติก่อนนั้น เกอซีเป็นผู้เชี่ยวชาญในทักษะหลายแขนง นอกจากความเป็นเจ้าแห่งพิษร้ายแล้วยังเป็นผู้ช่ำชองในการปรุงโอสถรักษา อีกทั้งยังเป็นปรมาจารย์ในด้านที่ทำให้ทุกผู้คนต่างขวัญผวาหวาดหวั่นนั่นคือ การสะกดจิตวิญญาณ

 

นางเพียงฝังแท่งเข็มเงินไร้เงาแทรกผ่านลงไปในเส้นสมองของอีกฝ่ายก็จะสามารถทำให้คนผู้นั้นไร้สิ้นเรี่ยวแรงกำลังกระทั่งมิอาจทนฝืนคำสั่งของนางได้ด้วยเพราะความทุกข์ทรมานปางตาย

 

อาคมสะกดวิญญาณคุมจิตกระจอก ๆ เยี่ยงนี้มิอาจเทียบชั้นกับความสามารถในการสะกดจิตวิญญาณของนางได้ !

 

แท่งเข็มเงินไร้เงาถูกฝังทะลวงผ่านเส้นสมองลงไปอย่างรวดเร็วและแม่นยำ ความเย็นแปลบให้ความรู้สึกแปลกที่แตกต่างออกไป ความรู้สึกเอิบอาบซาบซ่านพร้อมความเจ็บปวดทรมานที่ปะทุขึ้นในศีรษะของเกอซีอย่างหนักหน่วง

 

หญิงสาวกัดกรามแน่นฝืนระงับเสียงครางมิให้เล็ดลอดออกมาจนไปเข้าหูบรรดาเหล่าอารักขาทั้งสี่ที่อยู่ด้านหน้ารถม้านั้น

 

ความเจ็บปวดรวดร้าวบีบรัดอย่างหนักหน่วงเต็มที่เพียงไม่ถึงนาที ความสลึมสลือภายในหัวของหญิงสาวพลันถูกสลัดหาย ความคิดอ่านพลันแจ่มกระจ่าง ดวงตาเจิดจรัสใส ความรู้สึกยามนี้ผ่อนคลายและอัดแน่นไปด้วยพลังชีวิต

 

เมื่อเกอซีดึงปลายเข็มทั้งหมดออกมาจึงพบว่าที่ปลายแท่งเข็มทั้งสามมีประกายแสงสีน้ำเงินจาง ๆ ติดอยู่

 

ลมหายใจอันเย็นเยียบของหญิงสาวทอดถอนผ่านปลายจมูกออกมาในเหลือบมุมที่มืดมิดภายในรถม้า

 

ประกายแสงสีน้ำเงินจาง ๆ ที่เห็นนี่คืออาคมประทับทัณฑ์ทาสผนึกวิญญาณ อันอุดมด้วยกระแสพลังปราณที่ถูกฝังไว้ในศีรษะของนางนั่นเอง

 

ทันใดนั้นรถม้าสั่นไหวพร้อมเสียงดัง ‘แคร้ก’ ก่อนมันจะหยุดนิ่งสนิท

 

พวกเขาทั้งหมดมาถึงหน้าประตูจวนสกุลจูแล้ว !

 

เกอซีไม่เหลือเวลาให้ครุ่นคิดแต่ประการใด นางรีบเก็บแท่งเข็มเงินไร้เงาที่ติดอาคมประทับทัณฑ์ทาสผนึกวิญญาณกลับเข้าไปในมิติเวท

 

จากนั้นจึงพันธนาการข้อมือและข้อเท้าของตนไว้ด้วยโซ่ตรวจเหล็กก่อนจะกลับไปหลับตานอนสลบไสลนิ่งสงบเช่นเดิม

 

อารักขาทั้งสี่แบกกรงขังสีทองซึ่งด้านในขังสตรีร่างบางที่ยังคงหลับใหลมิได้สติในสภาพที่อาภรณ์หลุดรุ่ยฉีกขาดลงวางไว้ด้านล่าง

 

จูจงป้ายกมือโบกขึ้น “นำนางไปที่ห้องของข้า ! ให้ลุงกวนจัดโอสถชั้นเลิศไว้ด้วย คืนนี้นายน้อยผู้นี้จะเลื่อนขั้นกำลังปราณจากระดับขั้นเมล็ดพันธุ์เพาะบ่มเข้าสู่ระดับปฐมภูมิโลกันตร์แล้ว !”

 

ชายหนุ่มกวาดสายตาไปทั่วเรือนร่างของเกอซีด้วยประกายตาที่วูบวาบเร่าร้อนระทึก “รอให้ข้าได้เลื่อนระดับพลังฝีมือเข้าสู่ขั้นปฐมภูมิโลกันตร์เสียก่อน ข้าจะทำให้ท่านพ่อต้องตกตะลึง ดูสิว่าท่านพ่อจะยังคอยด่าว่าข้าเป็นพวกเหลวแหลกไม่ได้เรื่องอยู่อีกหรือไม่ !”

 

***จบตอน อาคมประทับทัณฑ์ทาสผนึกวิญญาณ***