ตอนที่ 93 น้ำแกงเสริมพลัง

นอกจากแม่นมเฉินแล้ว เกอซียังมอบน้ำแกงเสริมพลังนี้ให้แก่ซีเจี่ย และพวกที่เหลืออีกด้วย น้ำแกงเสริมพลังนับได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งแห่งกระบวนการส่งเสริมสมรรถภาพความแข็งแกร่งให้แก่ร่างกาย ถือเป็นหนึ่งในกระบวนการฝึกตนของพวกเขาเช่นกัน

 

 

หลักสูตรการฝึกตนเบื้องต้นของซีเจี่ย และทุกคนตามคำสั่งการของเกอซีนั้นนับได้ว่าเป็นการฝึกหนักยิ่งนัก ทุกเช้าพวกเขาต้องตื่นนอนตั้งแต่ยามเหมา*(5.00-7.00น.) และเคี่ยวกรำการฝึกฝนโดยไม่หยุดพักกระทั่งยามโหย่ว (17.00-19.00 น.) 

 

เกอซีวางหลักสูตรการฝึกฝนให้แก่พวกเขาตามหลักสูตรสอนการฝึกเสริมพละกำลังขั้นพื้นฐานจากโลกยุคปัจจุบัน แม้การฝึกฝนนี้หากดูโดยผิวเผินแล้วย่อมไม่มีสิ่งใดโดดเด่นสะดุดตาแลดูราวกับการฝึกฝนพละกำลังทางกายตามปกติ หากแต่แท้จริงแล้ว การฝึกฝนตามหลักสูตรที่จัดวางไว้นั้นจะส่งผลให้สภาพร่างกายพุ่งทะยานขึ้นสู่ขีดจำกัดสูงสุดทางกายครั้งแล้วครั้งเล่า เมื่อเป็นเช่นนั้น ยามเมื่อต้องอยู่ในสมรภูมิแห่งความตายพวกเขาจะสามารถผลักดันแรงพลังทั้งหมดที่มีออกห้ำหั่นต่อสู้อย่างทะลุถึงจุดสูงสุดเพื่อปกป้องชีวิตตนได้ กระบวนการฝึกฝนแต่ละขั้น จะบีบเค้นผลักดันสมรรภาพทางกายของพวกเขาให้ค่อย ๆ แข็งแกร่งยิ่งขึ้นไปเรื่อย ๆ

 

เช่นนั้นทุกคืนหลังเคี่ยวกรำการฝึกตนอย่างหนัก พวกเขาจะได้รับน้ำแกงเสริมพลังคนละหนึ่งชามใหญ่ ซึ่งสิ่งนี้นับเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการปรับสมดุลทางกาย เสริมสร้างพลังความแข็งแกร่ง และช่วยรักษาระดับของการฝึกฝนปรับสมรรถภาพให้คงความเสถียร

 

ย่อมสามารถกล่าวได้อย่างสมเหตุสมผลยิ่งนักว่าหลักสูตรการฝึกฝนของซีเจี่ย และทุกคนนั้นโหดหนักยิ่งนัก แต่ถึงกระนั้น นอกจากพวกเขาจะมิเคยปริปากบ่นแล้ว ทั้งหมดกลับเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งความมุ่งมั่นที่จะไปให้ถึงผลสำเร็จแห่งการฝึกตน ทุกตะวันคล้อยยามเย็น สายตาทุกคู่ของพวกเขาเหล่านั้นล้วนจับจ้องมองเกอซีด้วยแววตาที่ฉายประกาย ในดวงตาทุกคู่เปี่ยมล้นไปด้วยความรู้สึกซึ้งใจ และลึกซึ้งในบุญคุณ

 

ภายในห้องอาหารที่โอ่โถงกว้างขวาง ซีเจี่ยยกน้ำแกงเสริมพลังอึกสุดท้ายขึ้นกระดกผ่านลำคอ เมื่อยังไม่เต็มคราบความสาแก่ใจ หนุ่มฉกรรจ์แลบลิ้นลิ้มเลียไปทั่วก้นชามจนสะอาดก่อนจะตัดใจวางชามขนาดใหญ่นั้นลงอย่างไม่ไคร่เต็มใจนัก

 

ไม่เพียงแต่เขาเท่านั้น แม้กระทั่งซีอี่ซึ่งอยู่ไม่ไกลกันก็ทำให้ชามสะอาดได้เกลี้ยงเกลาด้วยวิธีการไม่ต่างกัน ที่สุดแล้วบุรุษฉกรรจ์อดมิได้ที่จะถอนใจออกมาก่อนเอ่ยกล่าว “ฝีมือการปรุงอาหารของนายน้อยน่าอัศจรรย์ยิ่งนัก ! นี่เป็นน้ำแกงที่รสชาติดีเยี่ยม หากจะให้ข้าซดแต่น้ำแกงนี้ไปชั่วชีวิตข้าก็ยินดี”

 

ซีเจี่ยเหน็บแนมขึ้นทันที “เจ้าคิดว่าน้ำแกงนี้แค่เพียงมีรสอร่อยยอดเยี่ยมเท่านั้นล่ะหรือ ? หากมันเป็นเพียงน้ำแกงที่มีรสชาติดีเยี่ยมเท่านั้น นายน้อยคงไม่ต้องลงมือปรุงด้วยตนเองเช่นนี้ อย่าบอกนะว่าพวกเจ้าไม่รู้สึกเลยว่าหลังจากที่พวกเรากินน้ำแกงนี้แล้ว สภาพร่างกายของเรากลับถูกปรับสภาพฟื้นฟูให้แข็งแกร่งขึ้น ยิ่งนับวันความแข็งแกร่งของพละกำลังยิ่งเพิ่มพูน กล้ามเนื้อและพละกำลังล้วนเพิ่มพูนความแข็งแกร่งทนทาน ความเปลี่ยนแปลงเกิดปรากฏให้ประจักษ์ได้ในแต่ละวัน ข้ากล้ายืนยันได้เลยว่าแค่เพียงครึ่งเดือนเท่านั้น แม้ต้องเผชิญหน้าต่อผู้มีพลังฝีมือขั้นเก้าในระดับพลังปราณขั้นเมล็ดพันธุ์เพาะบ่มข้าก็ไม่หวั่นเกรง !”

 

“เจ้ากล่าวได้ถูกต้อง !” ซีปิ่งผู้นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามร้องสำทับขึ้นมาด้วยความตื่นเต้นยินดี “นายน้อยยอดเยี่ยมยิ่งนัก ! ไม่เพียงสำรับอาหารของนายน้อยจะเปี่ยมอุดมไปด้วยพลังปราณ การเสริมส่งพลังปราณจากอาหารที่ถูกส่งผ่านลำคอ ยังส่งผลได้อย่างน่าตะลึง อีกทั้งยังมีรสชาติอร่อยสุดยอดอีกด้วย !”

 

“ถูกต้องที่สุด คิดดูสิ แม้นายน้อยจะแนะนำวิธีการปรุงอาหารชนิดนี้ให้แก่แม่นมเฉินกับแม่นางเซี่ยวหลีแล้ว หากแต่กลับไม่อาจมีผู้ใดสามารถปรุงอาหารออกมาได้ยอดเยี่ยมเทียบเท่ากับของนายน้อยได้เลย”

 

“ยังมีอีก พวกเจ้าได้ยินสิ่งที่นายน้อยกล่าวหรือไม่ ? ตอนนี้พวกเราอยู่ในขั้นตอนการฝึกฝนพลังกายขั้นพื้นฐานเท่านั้น หากพวกเราสามารถผ่านขั้นตอนการฝึกนี้ได้สำเร็จ นายน้อยจะสอนให้พวกเราได้ฝึกตนเพื่อก้าวขึ้นไปสู่ความแข็งแกร่งที่ทรงพลังยิ่งขึ้นไปอีก หากพวกเราผ่านการฝึกฝนชุดพิเศษเหล่านั้นไปได้ แม้ต้องประมือกับผู้มีพลังยุทธกำลังปราณในขั้นปฐมภูมิโลกันตร์เราก็หาได้ต้องมีความเกรงกลัวแต่ประการใด” ซีอี่กำหมัดแน่นด้วยแววตาที่แดงเรื่อ “ก่อนหน้านี้พวกเราถูกจับขายทอดตลาด มีชีวิตอยู่แต่เพียงภายในกรงขัง พวกเราล้วนถูกทุกคนทอดทิ้ง ผู้ใดจะคิดว่าเราจะมีวันนี้ !”

 

“ถูกแล้ว ! ดูสิ่งที่นายน้อยกระทำต่อพวกเราสิ นายน้อยซื้อทาสอย่างพวกเรามา มิใช่เพียงไม่โบย ไม่เฆี่ยนตี ไม่ดูถูกด่าดูหมิ่นสาปแช่งเท่านั้น นายน้อยยังให้พวกเราได้กินดีอยู่ดีอีกด้วยมิใช่หรือ ?”

 

บุรุษทั้งสิบนายพูดกล่าวโต้ตอบกันด้วยความรู้สึกที่ฮึกเหิมลำพอง ยิ่งเมื่อคิดถึงนายน้อยของพวกเขาแล้ว ประกายตาของทุกคนล้วนยอมรับรับถือนายน้อยของตนด้วยความจริงใจเฉกเช่นเดียวกับแววตาที่ผู้คนทั้งหลายมองดูเทวรูปอันเป็นที่เคารพบูชา

 

ซีเจี่ยกวาดสายตามองพี่น้องทั้งเก้าที่ร่วมฝึกฝนฝีมือร่วมกันมาในสองสามวันนี้  พลันอาการแย้มยิ้มที่ปรากฏอยู่บนดวงหน้ากลับเลือนหายก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นสีหน้าที่เคร่งขรึมยามเมื่อเขาประกาศกร้าว “นายน้อยคือผู้มอบชีวิตใหม่ให้แก่ พวกเราผู้เป็นทาสชั้นต่ำที่ผู้คนทั้งหลายดูถูกเหยียดหยาม พี่น้องทั้งหลาย เราจะต้องผ่านการฝึกฝนครั้งนี้ร่วมกันให้ได้ ต่อไปเบื้องหน้า พวกเราจะต้องพร้อมใจกันตอบแทนบุญคุณของนายน้อย”

 

เสียงร้องตะโกนก้องดังคะนองพร้อมกันภายในห้องอาหาร “ถูกต้อง !” น้ำเสียงนั้นดังสะท้อนก้องสนั่น เซี่ยวหลีที่กำลังถือถาดผลไม้อยู่ในมือยกยิ้มขึ้นเมื่อได้เห็นภาพฉากที่เป็นไปยามนี้ หากแต่กลับอดมิได้ที่จะหวนนึกถึงหนุ่มน้อยผู้กำลังรอนแรมเดินทางบนหนทางยาวไกล

 

ท่านพี่ เมื่อไรท่านจะแก้แค้นสำเร็จ และกลับคืนมาเสียที ? หากท่านไม่รีบกลับมา เกรงว่าตำแหน่งลูกน้องคนสนิทจะถูกฉกชิงไปเสียก่อนกระมัง !

 

***จบตอน น้ำแกงเสริมพลัง***