ตอนที่ 98 กินแรง

หนานกงยวี่เพียงเปล่งเสียงออกมาสองพยางค์ “ไป๋หู่”

เพียงแค่นั้นใบหน้าที่เจ็บปวดของอีกฝ่ายก็ตรงเข้ามาเพื่อน้อมรับคำสั่ง แม้เขาหาได้เชื่อถือถ้อยคำที่ชมเชยกันว่าหนุ่มน้อยหน้ามนผู้นี้คือผู้สามารถประกอบอาหารยอดโอชะ หากแต่เมื่อนายท่านออกคำสั่ง เขาย่อมไม่มีทางเลือกนอกเสียจากน้อมรับด้วยความมุ่งมั่น

 

แค่เพียงกึ่งชั่วยาม*กองวัตถุดิบคุณภาพสูง รวมไปถึงเนื้อสัตว์เวทที่สดใหม่อีกทั้งยังอุดมไปด้วยกระแสพลังปราณอันเปี่ยมล้นก็ถูกรวบรวมมากองไว้อย่างท่วมท้นเบื้องหน้าเกอซี จนหญิงสาวมิรู้จะกล่าวเช่นไร

*กึ่งชั่วยามคือครึ่งชั่วโมง 

 

หากแต่เมื่อหันไปเห็นแววตาที่เปี่ยมด้วยความกังขาอีกทั้งรอยยิ้มหยันแฝงความนัยของหนานกงยวี่แล้ว ความฮึกเหิมภายในใจของหญิงสาวพลันพลุ่งพล่านขึ้น

 

ฮึ่ม ! เจ้าหนุ่มโง่งมพวกนี้กล้าเคลือบแคลงสงสัยในฝีมือปรุงอาหารขั้นเทพของนางเชียวล่ะหรือ แค่เพียงครู่เท่านั้นพวกเจ้าจะได้ลิ้มรสชาติภักษาอันโอชะที่แทบอยากจะกลืนกินสัมผัสรสไปให้ทั่วถึงทุกอณูแห่งปลายลิ้นเลยทีเดียว

 

เกอซีรีบรวบเนื้อสัตว์เวททั้งหมดเข้าไว้ในมิติเวท คงเหลือไว้แค่เพียงเนื้อหวานสุกรภูเขา และเครื่องเทศอีกเพียงไม่กี่ชิ้น ลำดับถัดมา แม่ครัวเอกหยิบเอาตะแกรงย่างเนื้อ และเครื่องปรุงรสออกมาจากมิติเวท ก่อนจะจัดวางเครื่องประกอบอาหารทุกชิ้นไว้ที่กลางสวนหย่อม

 

“เจ้าสิ่งหน้าตาประหลาดนี้คืออะไร ?” ไป๋หู่พึมพำ “การประกอบอาหารมิใช่ต้องกระทำในห้องครัวที่เข้มข้นอัดแน่นไปด้วยปราณเพลิงล่ะหรือ ? แท้จริงแล้วเจ้าปรุงอาหารเป็นหรือไม่กันแน่ ?”

 

เกอซีหาได้แยแสต่อถ้อยคำกล่าวของผู้ใด ฝ่ามือที่จับด้ามเสียบเนื้อเริ่มขยับเคลื่อนหมุนเนื้อหวานสุกรภูเขาอย่างช้า ๆ  ก่อนจะเริ่มเร็วขึ้นเรื่อย ๆ  กระทั่งความเคลื่อนไหวนั้นรวดเร็วยิ่งนัก

 

ชิ้นขนาดของเนื้อหวานสุกรภูเขานับว่ามีขนาดระทัดรัดพอดีมือ เนื้อของมันมีสัมผัสที่อ่อนนุ่มอีกทั้งยังมีรสชาติที่ดีเยี่ยม ยิ่งเมื่อประสานเข้ากับพลังปราณอันอุดมเข้าแล้ว อาหารจานเด็ดนี้ย่อมต้องเป็นภักษาอันเป็นที่ชื่นชอบของเหล่าบรรดาผู้ฝึกพลังฝีมือทั้งหลาย ทว่าข้อเสียเพียงประการเดียวนั้นคือเนื้อหวานสุกรภูเขามีกลิ่นรุนแรงร้ายกาจ และยากนักที่จะกลบกลิ่นฉุนของมันได้ ด้วยเหตุนี้จึงมีเพียงนักปรุงอาหารฝีมือเยี่ยมชั้นสูงเท่านั้นที่จะสามารถขจัดกลิ่นอันไม่น่าพึงใจออกไปได้ เพียงทว่าในกรรมวิธีการกลบกลิ่นนั้นกลับต้องสูญเสียพลังปราณจากชิ้นเนื้อไปจนแทบไม่มีเหลือ

 

การที่ไป๋หู่เลือกเนื้อชนิดนี้ย่อมเห็นได้ชัดว่าเขาหมายจะสร้างความลำบากใจให้แก่เกอซีด้วยหวังจะเห็นนางต้องเสียหน้า

 

ยามนี้ทุกคนเฝ้าดูยอดนักปรุงใช้น้ำสะอาดล้างเนื้อสุกรโดยยังมิได้ใส่เครื่องเทศเพื่อกลบกลิ่นฉุนแต่อย่างใด ยิ่งเห็นเช่นนั้นสีหน้าของผู้ร่วมชมล้วนแสดงอาการแห่งความเยาะหยัน

 

หากแต่ครู่ต่อมาสายตาสบประมาทของไป๋หู่พลันแปรเปลี่ยนเป็นอัศจรรย์ในใจ

 

ชายหนุ่มไม่ทันรู้ตัวเลยว่าเข็มเงินนับสิบปรากฏขึ้นในมือของเกอซีตั้งแต่เมื่อไร ความเคลื่อนไหวของนางรวดเร็วยิ่งนักยามเมื่อนางแทรกแท่งเข็มเหล่านั้นผ่านลงไปในเนื้อสุกร กระแสพลังปราณที่ไหลทะลักออกมาจากเนื้อสุกรยามนี้กลับถูกกักกันไว้ด้วยม่านบางตาที่ไม่อาจมองเห็น ปิดกั้นกระแสพลังชีวิตให้ยังคงคุกรุ่นอยู่แต่เพียงภายในเนื้อสุกรที่อยู่ในมือของหญิงสาวเท่านั้น

 

“สวรรค์ เป็นเช่นนี้ได้ด้วยหรือ ?”

 

เกอซีหรือจะแยแสต่อความตื่นตาตื่นใจของไป๋หู่ กลับกันฝ่ามือของหญิงสาวยิ่งเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่วรวดเร็วกว่าเดิม เมื่อมั่นใจแล้วว่าพลังชีวิตในเนื้อสัตว์เวทตัวนี้ยังคงถูกเก็บกักไว้อย่างมั่นคงภายในเนื้อนุ่มของมัน หญิงสาวจึงเริ่มคว้านท้องเนื้อหวานสุกรภูเขาออกเป็นโพรงก่อนจะยัดเครื่องเทศรวมไปถึงผลไม้หลากชนิดเข้าไปด้านในโดยใช้โสมหิมะเป็นตัวช่วยขจัดกลิ่น และเพิ่มความหอมกรุ่น

 

จากนั้นแม่ครัวเอกเรียกเซี่ยวหลีเข้ามาช่วยเป็นลูกมือป้ายทาซอสเครื่องปรุงรสหลากชนิดที่นางผสมไว้เมื่อไม่กี่วัน โดยจะทาเคลือบทับกันไปเป็นชั้น ๆ หลายครั้งหลายหน

 

ไป๋หู่ทำได้เพียงจ้องตาค้างด้วยอาการตะลึงงัน เขาไม่เคยเห็นผู้ใดปรุงเนื้อหวานสุกรภูเขาด้วยกรรมวิธีเช่นนี้มาก่อน ทุกครั้งที่ปลายนิ้วเรียวงามของเกอซีขยับเคลื่อน มันดูคล่องแคล่วเป็นธรรมชาติประดุจดั่งเมฆาเคลื่อนคล้อยสายวารีหลั่งไหล แค่เพียงได้แลดูก็เพลินตาสบายใจ เป็นการช่วยเรียกความอยากอาหารได้อย่างดียิ่ง

 

ช่างติดตาตรึงใจจนมิอาจถอนสายตา ฉับพลันหญิงสาวแหงนเงยศีรษะพยักหน้าเรียกไป๋หู่ “จุดฟืนตั้งเตาย่าง”

“นี่เจ้าสั่งให้ข้าจุดฟืนงั้นรึ ?” ไป๋หู่เปล่งเสียงอุทาน “แต่ข้าเป็นผู้อารักขาส่วนพระองค์ของนายท่าน ราชันมัจจุราชผู้สูงส่งที่……”

 

“แล้วไง แค่จุดฟืนก็ทำไม่เป็นรึ ?” เกอซีทิ้งสายตาเป็นเชิงหยามหมิ่น ก่อนจะหันขวับมาทางหนานกงยวี่ “คนตำหนักราชันมัจจุราชอะไรของเจ้าเนี่ยเป็นพวกชอบกินแรงผู้อื่นหรือไร ?”

 

ไป๋หู่แทบหลั่งน้ำตา ภายในใจทำได้เพียงร่ำร้องคร่ำครวญ ‘ข้ากินแรงผู้อื่นตรงไหน ?  ในเมื่อข้าเป็นคนซื้อเนื้อหวานสุกรตัวนี้มาเอง ! ข้าเป็นคนซื้อมา ! ข้าเป็นคนไปซื้อมันมาด้วยตนเอง !’

 

หากแต่เมื่อเผชิญเข้ากับนัยน์ตาที่ล้ำลึกของนายท่าน ไป๋หู่กลับต้องรวบรวมพลังปล่อยเพลิงสุมไฟลงกองฟืนย่างเนื้ออย่างว่าง่ายด้วยเกรงบารมี บังเอิญเสียจริงที่ชายหนุ่มคือผู้มีพลังฝีมือที่สามารถเปล่งพลังเพลิงประกายทองออกมาได้

 

เช่นนั้นแล้วแค่เพียงไม่ช้านาน ฟืนย่างเนื้อพลันร้อนระอุแผดเผารุนแรงจนถึงระดับที่สามารถย่างเนื้อให้สุกได้ เกอซีวางเนื้อหวานสุกรลงบนตะแกรงค่อย ๆ  หมุนย่างไปเรื่อย ๆ

 

***จบตอน กินแรง***