ตอนที่ 1 ข้ามเวลามาเป็นฮองเฮา

ณ ตำหนักฮองเฮา

 

ห้าวันต่อมา ภายในห้องบรรทม สายลมเย็นพัดผ่านหน้าต่าง ผ้าม่านสีชมพูพริ้วสะบัด

 

สตรีผู้หนึ่งมีสีหน้าเป็นกังวล นางกำลังยืนอยู่เบื้องหน้ากระจกทองแดงที่มีลวดลายแกะสลักเป็นรูปมังกรเคียงหงส์

 

สามวันแล้วนับแต่ตื่นขึ้นมา ม่อชีชีไม่อยากเชื่อเลยว่า เพียงนางหย่อนกายนั่งส้วม นางจะเดินทางข้ามผ่านกาลเวลามายังอีกมิติหนึ่งได้

 

ชื่อของนางยังคงเหมือนเดิม ทว่าผู้ที่ปรากฏในกระจกกลับมีลักษณะแตกต่างจากนางคนเดิมอย่างสิ้นเชิง

 

ผู้ที่ปราฏในกระจกยามนี้เรียกได้ว่ามีรูปโฉมที่งดงาม อ่อนหวาน น่าตื่นตะลึง ในขณะที่ใบหน้าเดิมของนางนั้นนิยามได้เพียงน่ารัก หน้าหวาน  นี่นางข้ามมิติมาได้จริง ๆ งั้นหรือ ? นางจับใบหน้าของตนพลางร้องอุทาน

 

“โอ้ !”

 

“ฮองเฮาเพคะ เกิดอะไรขึ้นเพคะ ?”

 

ครั้นแลเห็นพฤติกรรมที่ผิดแปลกไปของผู้เป็นนาย ปั้นเซียงก็เอ่ยถามอย่างกระวนกระวาย

 

ในขณะที่ม่อชีชีกำลังจะตอบคำนั้น จู่ ๆ เสียงร่ำไห้ก็ดังมาจากภายนอก

 

ชั่วอึดใจถัดมา นางก็เห็นบรรดาสาวงามที่ตบแต่งร่างกายด้วยอาภรณ์หรูหราพากันชักแถวเดินเรียงหน้าเข้ามาหานาง พร้อมกับร้องไห้โฮราวกับนกน้อยที่น่าสงสาร

 

ม่อชีชีเอ่ยถามปั้นเซียง

 

“เกิดอะไรขึ้น ? ประกวดนางงามกันอยู่กระนั้นรึ ?”

 

เนื่องจากม่อชีชีไม่หลงเหลือความทรงจำของร่างเดิมเลยแม้แต่น้อย เช่นนั้นนางจึงไม่รู้จักผู้ใดเลยสักคน

 

“กราบทูลฮองเฮา พวกนางต่างก็เป็นพระสนมไม่ก็พระชายาของฝ่าบาทเพคะ”

 

ปั้นเซียงเหลือบมองม่อชีชีอย่างนึกเป็นกังวล นับแต่ฮองเฮาฟื้นขึ้นมาก็มีหลายสิ่งที่พระนางลืมสิ้น ราวกับว่าพระนางมิใช่ฮองเฮาพระองค์เดิม

 

ม่อชีชียืดร่างตั้งตรง พลางมองสาวงามมากหน้าหลายตา

 

สาวงามต่างก็พากันกรีดร้องเสียงแหลมแสบแก้วหูหนักยิ่งกว่าเดิม ม่อชีชีเกรงว่าเสียงของพวกนางจะพัดพาหลังคาพระตำหนักปลิดปลิว

 

นางเริ่มจะรู้สึกรำคาญเสียงกรีดร้องของพวกพระสนมพระชายา จึงเอ็ดเสียงเขียวอย่างดุดัน

 

“ดีมาก ดึกดื่นค่ำคืนไม่หลับไม่นอน กลับมาร่ำไห้คร่ำครวญที่นี่ ข้ายังไม่ตายเสียหน่อย พวกเจ้าจะร้องคร่ำครวญหาวิมานอันใด !”

 

สาวงามผู้แต่งกายด้วยอาภรณ์สีเหลืองเอ่ยกล่าวว่า

 

“กราบทูลฮองเฮา พระนางคงไม่ทรงทราบว่า ฝ่าบาททรงจัดพระราชทานเลี้ยง ทรงมีพระประสงค์จะพระราชทานตำแหน่งใหม่ให้แก่พระสนมหยาง ตอนนี้บรรดาขุนนางอำมาตย์ต่างก็เข้าร่วมแสดงความยินดีเพคะ”

 

ครั้นได้ยินถ้อยคำดังกล่าว ม่อชีชีก็ส่ายศีรษะ

 

“ก็เป็นข่าวดีนี่ ! แล้วไยพวกเจ้าถึงต้องร่ำไห้กันด้วยล่ะ ข้าก็นึกว่ามีผู้ใดตายเสียอีก ?”

 

บรรดาพระสนมพระชายาต่างก็หยุดร่ำไห้ พวกนางหันมองหน้ากันพลางกระซิบกระซาบ

 

“เกิดอะไรขึ้นกันแน่ ? ปกติแล้วคราใดที่ฮองเฮาทรงทราบว่าฝ่าบาท และหยางซื่อหานอยู่ด้วยกัน พระนางเป็นต้องทรงเดือดดาลทุกคราไป ทว่าวันนี้ทั้งที่พระนางทรงสดับข่าวการพระราชทานตำแหน่งใหม่ให้หยางซื่อหานด้วยซ้ำ เหตุใดพระนางจึงยังทรงนิ่งเฉยอยู่ได้  หรือว่าภายหลังพลัดตกจากที่สูง พระสมองของพระนางจะเลอะเลือนไปแล้ว ?”

 

“ก็อาจเป็นได้” ทุกคนต่างพยักหน้าเห็นพ้อง

 

ปั้นเซียง กล่าวขึ้นด้วยความโกรธ

 

“หยางซื่อหานหญิงโง่ชั้นต่ำคิดจะเผยอขึ้นเป็นกุ้ยเฟย”

 

ม่อชีชี เริ่มรู้สึกว่าเรื่องนี้ต้องมีบางสิ่งผิดปกติ เหตุใดทุกคนจึงพร้อมใจกันต่อต้าน หยางซื่อหานผู้นี้ ? หรือเป็นได้ว่าหยางซื่อหานผู้นี้จะมิใช่หญิงแท้ นางอาจเป็นสาวประเภทสองใช่หรือไม่ หรือแท้จริงแล้วนางอาจเป็นบุรุษ ?

 

ชั่วขณะนั้นเอง ม่อชีชีก็อยากรู้ว่าแท้จริงแล้วเจ้าของร่างนี้เสียชีวิตเช่นไร นางข้ามมิติมาได้สามวันแล้ว ทว่าในช่วงเวลาสามวันนั้น นางกำลังตกอยู่ในอาการงุนงงเนื่องจากความสูญเสีย ทั้งนางก็ไม่อยากเชื่อในสิ่งที่เกิดขึ้น

 

ผลก็คือ นางปล่อยตัวเลยตามเลย ทำตัวนิ่งเฉย นางหวังเพียงว่านี่จะเป็นเพียงความฝัน และเมื่อนางตื่นขึ้นมาอีกครั้ง นางก็จะกลับคืนสู่โลกยุคปัจจุบันของตน หากแต่ตอนนี้ดูเหมือนว่านางคงต้องยอมรับความเป็นจริงเสียแล้ว นางต้องเผชิญหน้ารับมือกับชีวิตใหม่นี้ พร้อมกับค่อย ๆ มองหาวิธีที่จะกลับคืนสู่โลกเดิม

 

ม่อชีชีเอนกายเข้าหาปั้นเซียง พร้อมกระซิบถาม

 

“ปั้นเซียงเหตุใดข้าถึงได้รับบาดเจ็บปางตายได้เล่า ?”

 

***จบตอน ข้ามเวลามาเป็นฮองเฮา***

Novel
Novel