ตอนที่ 12 ช่วยฮองเฮาผลัดเปลี่ยนอาภรณ์

จวินเชียนเช่อจ้องมองด้วยสายตาเกรี้ยวกราด

 

“ชายในดวงใจเจ้าคือผู้ใด ?”

 

ม่อชีชีชะงักค้างชั่วขณะ สมองของนางว่างเปล่า

 

หมายความว่าไงเนี่ย ? นี่เราไม่ได้กำลังพูดถึงนางในดวงใจของเขาอยู่หรอกรึ ? ไยถึงกลับกลายเป็นข้าไปได้ล่ะเนี่ย ?

 

“ฝ่าบาท อ่า…”

 

ม่อชีชีต้องการที่จะปฏิเสธว่าในใจของนางไม่เคยมีผู้ใด หากแต่ก่อนที่นางจะทันได้มีโอกาสกล่าวคำ เขาก็โน้มกายลงจูบนางเสียก่อน จุมพิตของเขาดุดันเอาแต่ใจไร้ซึ่งเหตุผล ราวกับว่าเขาใช้การจุมพิตแทนการลงโทษ

 

ม่อชีชีตกอยู่ในอาการตะลึงงัน นางพยายามผลักอกเขา

 

หากแต่ดูเหมือนว่าจวินเชียนเช่อจะไม่สนพระทัยสิ่งใด เขาระเบิดแรงปรารถนาอย่างต่อเนื่อง ร่างของนางยังคงถูกตรึงไว้กับขอบสระอย่างแน่นหนา มือทั้งสองของนางถูกกดแน่นอยู่กับหินหยกขาว ริมฝีปากของนางยังคงถูกครอบครอง

 

ม่อชีชีตระหนก สารเลวนี่คิดจะใช้กำลังงั้นรึ ? ไอ้คนน่ารังเกียจ นางไม่มีวันยอมให้เขาทำได้สำเร็จ หากแต่เนื่องจากมือของนางถูกพันธนาการ จะเหลือก็เพียงขาเท่านั้นที่ยังเป็นอิสระ !

 

ครั้นคิดได้ นางก็ตวัดขาขึ้นทันที หากแต่จวินเชียนเช่อก็รู้เท่าทันเขาใช้กำลังเข้าขัดขวาง บัดนี้ทั้งขาทั้งแขนของนางถูกพันธนาการสิ้น เหลือทางเดียวเท่านั้น

 

ม่อชีชีคิด นางกัดริมฝีปากเขาทันที รสคาวเลือดผ่านเข้าสู่ปาก 

 

จวินเชียนเช่อขมวดคิ้ว พร้อมกับผละออกทันที เขาจ้องนางเขม็ง

 

ม่อชีชีผลักเขาออกอย่างรวดเร็ว เว้นระยะห่างระหว่างกัน นางชี้หน้าเขาพลางกล่าวว่า

 

“ฝ่าบาท… ให้เกียรติกันด้วย แม้ว่าหม่อมฉันจะเป็นฮองเฮาของพระองค์ หากแต่พระองค์ก็ไม่ควรบังคับฝืนใจหม่อมฉันนะเพคะ !” 

 

ไม่ทันที่จะคาดคิดจวินเชียนเช่อกลับตวัดแขนดึงนางขึ้นจากสระน้ำ

 

ม่อชีชีเริ่มรู้สึกตัวนางรีบกล่าวอย่างลนลาน

 

“ช้าก่อน ! นี่พระองค์คิดจะทำสิ่งใด ? หากทรงบังคับขืนใจหม่อมฉัน หม่อมฉัน หม่อมฉัน หม่อมฉัน จะตายต่อเบื้องพระพักตร์ ! อ้า !” 

 

ตอนนี้ทั้งคู่ก็ขึ้นมาจากสระน้ำเรียบร้อย ม่อชีชีตระหนักได้ว่ายามนี้จวินเชียนเช่อร่างกายเปลือยเปล่า นางรีบเบือนหน้าหนีอย่างละอาย

 

จวินเชียนเช่อก้าวไปยังตั่งที่ตั้งอยู่เบื้องหน้าพลางหยิบฉลององค์สีดำขึ้นสวม  

 

“ผู้ใดอยู่ข้างนอก เข้ามา” สุรเสียงเยือกเย็นดังลั่น

 

นางกำนัลพร้อมด้วยขันทีอีกหนึ่งขโยงต่างก็รีบกรูกันเข้ามา ในมือพวกเขามีฉลองพระองค์ รวมถึงเครื่องประดับตกแต่ง พวกเขาต่างก็ช่วยจวินเชียนเช่อผลัดเปลี่ยนอาภรณ์

 

ม่อชีชีบิดแขนเสื้อที่เปียกชุ่ม ยามนี้หัวใจของนางเต็มไปด้วยความโกรธกรุ่น

 

จวินเชียนเช่อเอ่ยโอษฐ์อีกครั้ง

 

“ช่วยฮองเฮาผลัดเปลี่ยนอาภรณ์”

 

ม่อชีชีตกตะลึง นางรีบปฏิเสธลั่น

 

“ไม่ ไม่ต้องเพคะ ประเดี๋ยวหม่อมฉันจะกลับไปผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ที่ตำหนักเฟิ่งหยาง” 

 

นี่เขาต้องการให้นางแก้ผ้าต่อหน้าธารกำนัลเลยรึ ให้ตายเถอะ นางไม่ได้เป็นพวกชีเปลือยเหมือนเขานี่

 

นางกำนัลสองคนตรงเข้ามาหานาง เอ่ยกล่าวอย่างถ่อมตนว่า

 

“ทูลฮองเฮา ยามค่ำคืนนั้นอากาศเย็นยิ่ง หากทรงฉลององค์เปียก ๆ กลับไป เกรงว่าจะประชวรได้นะเพคะ ผลัดฉลองพระองค์ก่อนเถิดเพคะ ”

 

“ไม่ ข้าไม่ต้องการ !” ม่อชีชียกมือขึ้นกอดอกแน่นแสดงชัดว่านางไม่ยินดีให้ผู้ใดแตะต้อง

 

ชั่วขณะนั้นจวินเชียนเช่อก็ผลัดเปลี่ยนอาภรณ์เสร็จเรียบร้อยแล้ว ครั้นเห็นว่านางไม่ให้ความร่วมมือ เขาก็เอ่ยขึ้นอย่างเย็นชา 

 

“หยุดวุ่นวายได้แล้ว หากเจ้ายังไม่ยอมผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ เช่นนั้นเราก็ยินดียื่นมือช่วยเจ้า”

 

ม่อชีชีอยากจะทุบเขาสักพลั่ก นี่เขากล่าวคำไร้ยางอายพวกนั้นต่อหน้าผู้คนมากมายได้อย่างไร ? นางอยากรู้นักว่าหนังหน้าของเขาหนาสักเพียงใดกันนี่ ?

 

“ไม่ ไม่ต้องเพคะ หม่อมฉันจัดการเองได้เพคะ ทว่าปกติแล้วเรื่องเหล่านี้ล้วนเป็นหน้าที่ของปั้นเซียง ไม่ทราบว่าจะเรียกตัวปั้นเซียงมาได้หรือไม่เพคะ ?”

 

ม่อชีชีกล่าวอ่อย ๆ ขณะมองจวินเชียนเช่อ

 

จวินเชียนเช่อหันไปมองขันทีพลางพยักหน้า

 

ขันทีรีบน้อมกายผละจากไปอย่างรวดเร็ว

 

ม่อชีชียังคงทำใจกล้าเอ่ยกล่าวต่อว่า

 

“ฝ่าบาท ทรงเสด็จออกไปก่อนจะได้หรือไม่เพคะ ?”

 

จวินเชียนเช่อทอดพระเนตรมองนางครู่ใหญ่ ก่อนจะหันหลังเสด็จจากไป   ม่อชีชีถึงกับถอนหายใจอย่างโล่งอก

 

ไม่นานปั้นเซียงก็มาถึงพร้อมกับเสื้อผ้าชุดใหม่ของม่อชีชี

 

“ฮองเฮาเพคะ”

 

ม่อชีชีหันไปมองปั้นเซียงด้วยสายตาไม่พอใจพร้อมกล่าวตำหนิ

 

“ไยจึงมาเอาป่านนี้ ? ชีวิตของเข้าเกือบจะปลิดปลิวแล้ว !”

 

ปั้นเซียงมองนางด้วยสายตาสำนึกผิด

 

“ทูลฮองเฮา ตลอดเวลาหม่อมฉันเฝ้าอยู่หน้าสระมังกรเพคะ ด้วยว่าสถานที่นี้เป็นเขตต้องห้าม เป็นสถานที่ส่วนพระองค์ของฝ่าบาท หากไม่มีรับสั่งจากฝ่าบาทหม่อมฉันก็ไม่กล้าเข้ามาเพคะ”

 

“เจ้าไปให้ใครวาดผังมาเนี่ย ? เขาเกือบส่งข้าไปทัวร์ยมโลกแล้ว !” ม่อชีชีมีน้ำโห

 

ปั้นเซียงรีบอธิบายเรื่องราวอย่างรวดเร็ว

 

“ทูลฮองเฮา อาจารย์จ้าวคือช่างวาดผู้ซึ่งมีฝีมือฉกาจที่สุดในวังหลวงเพคะ ด้วยเหตุที่แผนผังซึ่งมีพระประสงค์นั้น ทรงให้เวลาในการวาดน้อยเกินไป อาจารย์จ้าวก็เลยเร่งรีบ ผลก็คือเขาทำเครื่องหมายพลาดเพคะ แทนที่จะเป็นห้องพระบังคนก็กลับกลายเป็นสระมังกรแทน”

 

“เพียงเพราะทำเครื่องหมายพลาด ข้าเกือบจะเสียความบริสุทธิ์แล้ว !”

 

ชีชีถึงกับตัวสั่น ฉากในสระน้ำฝังแน่นในความทรงจำเลยทีเดียว นางเกือบจะถูกจวินเชียนเช่อขืนใจเข้าให้แล้วมั้ยล่ะ

 

รอยยิ้มปรากฏบนแก้มป่อง ๆ ของปั้นเซียง

 

“ฮองเฮา เกิดอะไรขึ้นระหว่างพระนางกับฝ่าบาทเพคะ ?”

 

ม่อชีชียกมือเขกหัวปั้นเซียง

 

“ไม่ใช่อย่างที่เจ้าคิดหรอกน่า เร็วเข้าช่วยข้าผลัดเสื้อผ้าก่อน ข้าต้องการจะออกจากที่ต้องสาปนี่จะแย่แล้ว !”

 

ปั้นเซียงทำปากยื่นอย่างผิดหวัง นางรีบช่วยม่อชีชีผลัดเปลี่ยนอาภรณ์

 

หลังจากที่ผลัดเปลี่ยนอาภรณ์เรียบร้อยแล้ว  ม่อชีชีก็ก้าวออกจากห้องสรงน้ำ ในใจก็คิดว่าจวินเชียนเช่อควรที่จะเสด็จจากไปแล้ว หากทว่าเขากลับยังคงรั้งรออยู่

 

ทั้งคู่อภิเษกสมรสนานกว่าสองปีแล้ว ทว่าจวินเชียนเช่อไม่เคยเห็นนางอยู่ในสายพระเนตร เนื่องเพราะทุกครั้งที่พบกัน นางมักจะเกรี้ยวกราดอย่างไร้เหตุผล ทั้งมักจะโวยวายยามที่เห็นเขาอยู่กับสตรีอื่น พร่ำพูดแต่ว่านางไร้ความสุข และยังมีเรื่องอื่น ๆ อีกมากมาย

 

เช่นนั้นแทนที่เขาจะเห็นถึงรูปโฉมที่งดงามของนาง กลับกลายเป็นว่าเขามักเห็นอารมณ์ที่ร้ายกาจของนาง เพียงคิดถึงอารมณ์ที่ปรวนแปรของนาง เขาก็อยากผละจากทันที เช่นนี้แล้วยังจะมีผู้ใดมีแก่ใจชื่นชมความงามของนางได้อีกเล่า ?

 

ม่อชีชีแลเห็นสายตาที่เขามองมา นางพลันรู้สึกกระสับกระส่ายถึงกับเผลอยกมือขึ้นดึงสาบเสื้อให้กระชับเข้าหากันพลางกล่าวว่า

 

“ฝ่าบาท หม่อมฉันทูลลาเพคะ”

 

“ช้าก่อน”

 

จวินเชียนเช่อกล่าวขึ้นอย่างขรึม ๆ เขายับยั้งไม่ให้ม่อชีชีจากไปอีกครั้ง  

 

***จบตอน ช่วยฮองเฮาผลัดเปลี่ยนอาภรณ์***

 

Novel
Novel