ตอนที่ 2 ฮ่องเต้ทรงมีพระนามว่าจวินเชียนเช่อ

เจ้าของร่างนี้เป็นถึงฮองเฮามิใช่หรือ ก็แล้วผู้ใดกล้าลอบทำร้ายนาง เป็นไปได้หรือไม่ว่า เพื่อกรุยทางให้หยางซื่อหานแล้ว ฮ่องเต้ถึงกลับลอบทำร้ายฮองเฮา !

 

ปั้นเซียงลังเล เรื่องที่เกิดขึ้นในราตรีนั้น ฮ่องเต้มีรับสั่งห้ามมิให้ผู้ใดกล่าวถึง เช่นนั้นนางจึงไม่กล้ากราบทูลฮองเฮา

 

ครั้นไม่มีทางเลือก ปั้นเซียงจึงตัดสินใจกราบทูลเท่าที่สามารถกราบทูลได้อย่างขุ่นเคือง

 

“เรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นเพราะพระสนมหยางซื่อหานเพคะ นางเป็นตัวก่อปัญหา ภายหลังจากถวายตัวเข้าวัง นางก็ใช้จริตมารยายั่วยวนฝ่าบาท กระทั่งฝ่าบาททรงหลงใหล หยางซื่อหานได้รับความโปรดปรานจากฝ่าบาท เป็นที่ระเคืองพระทัยของพระนางตลอดมา”

 

เมื่อห้าวันก่อน ขณะที่พระนางประทับสนทนากับพระสนมหยางบนหอชมจันทร์นั้น พระนางกับพระสนมเกิดมีปากเสียงกันขึ้น กระทั่งมีการลงไม้ลงมือ พระสนมเองก็มิได้ยอมอ่อนข้อ ด้วยถือตนว่าเป็นคนโปรด ที่สุดพระนางกับพระสนมก็พลัดตกจากหอชมจันทร์พร้อม ๆ กัน ชั่วขณะนั้นฝ่าบาทเสด็จผ่านมาพอดี ฝ่าบาททรงช่วยรับพระสนมไว้ได้ทัน ในขณะที่พระนาง…”

 

ปั้นเซียงสูดลมหายใจเข้าอย่างแรง นางเตรียมที่จะกล่าวต่อ

 

ครั้นเห็นทีท่าของปั้นเซียง ม่อชีชีก็กล่าวขัดขึ้น

 

“เอาล่ะ เอาล่ะ พอได้แล้ว ข้าเข้าใจแล้ว”

 

อาจเป็นได้ว่าเจ้าของร่างเดิมแต่งให้กับไอ้สารเลว ชายที่ไร้หัวใจใช่หรือไม่ ?

 

นรกเถอะ ! หากมีโอกาสได้กลับบ้าน สิ่งแรกที่ข้าจะทำ ก็คือข้าจะรีบกลับไปจัดการไอ้แฟนตัวดีที่ไร้หัวใจนั่น ข้าจะเตะกล่องดวงใจของเขา ให้เขาไม่สามารถสืบพันธุ์ได้เลยคอยดู

 

“ฮองเฮาอย่าเสียพระทัยไปเลยเพคะ ฝ่าบาทเพียงแค่หลงนังจิ้งจอกเจ้าเล่ห์เท่านั้นเพคะ ที่สุดแล้วไม่ช้าก็เร็วพระหทัยของฝ่าบาทก็ต้องกลับมาเป็นของพระนางเพคะ ตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดก็คือขัดขวางไม่ให้นังจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ตัวนั้นได้รับตำแหน่งสูงส่งยิ่งไปกว่านี้”

 

บรรดาพระสนมพระชายาต่างก็รีบกรูกันเข้ามาหาม่อชีชี เพื่อให้นางออกหน้าในเรื่องนี้

 

ม่อชีชียิ้มด้วยอาการหยามหมิ่น พระสนมเหล่านี้ทำราวกับข้าโง่เสียเต็มประดา !

 

ดูเหมือนพวกนางคงจะใช้ประโยชน์จากเจ้าของร่างเดิมเป็นประจำล่ะสิท่า !

 

ม่อชีชีเดินไปนั่งบนพระเก้าอี้ที่แกะสลักรูปหงส์ พลางทอดตามองบรรดาพระสนมพระชายาที่ต่างก็พากันแย่งชิงความโปรดปรานจากฮ่องเต้ นางพบว่าช่างไร้สาระอย่างแท้จริง

 

อย่างไรก็ตาม ในเมื่อยามนี้นางได้เข้าครอบครองร่างนี้แล้ว เช่นนั้นนางก็ควรจะรู้ว่าสามีของนางมีชื่อว่าอะไร !

 

ม่อชีชีเอ่ยถามปั้นเซียงว่า

 

“พระนามของฮ่องเต้คือ ?”

 

ปั้นเซียงกล่าวตอบเสียงต่ำ

 

“ฮ่องเต้ทรงมีพระนามว่าจวินเชียนเช่อเพคะ”

 

“หา…ว่าไงนะ ?”

 

ม่อชีชีเสียงดังลั่น ปั้นเซียงตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว พระสนมพระชายาต่างก็พากันจ้องมองนางด้วยความประหลาดใจ

 

ม่อชีชีกล่าวกับตนเอง อย่าบอกนะว่าไอ้ถ่อยนั่นก็ข้ามกาลเวลามาเหมือนกัน ? เช่นนั้นก็เยี่ยมไปเลย ในที่สุดข้าก็ได้พบคู่ปรับตัวฉกาจ ดูสิว่าข้าจะจับเขาตอนหรือไม่

 

“ปั้นเซียง เตรียมกริช”

 

ม่อชีชีหรี่นัยน์ตาที่งดงามลง รอยยิ้มของนางซ่อนความอำมหิต

 

ปั้นเซียงสับสน “พระนางจะเอากริชไปทำอะไรเพคะ ?”

 

“ข้าก็จะพกมันไปพบไอ้ถ่อยนั่นน่ะสิ”

 

ทุกคนต่างหันมองหน้ากัน

 

“ไอ้ถ่อย ?” พวกนางต่างก็ไม่เข้าใจความหมาย

 

ม่อชีชีอธิบายอย่างว้าวุ่น

 

“ไปเข้าเฝ้าฝ่าบาทไง”

 

นัยน์ตาของพระสนมพระชายาต่างก็เปล่งประกายอย่างมีความสุข พวกนางต่างก็คิดว่าพวกตนเป่าหูได้สำเร็จ

 

ปั้นเซียงพยายามที่จะดับโทสะของม่อชีชี

 

“ฮองเฮาเพคะ พระนางไม่สามารถพกพาอาวุธ ขณะเข้าเฝ้าได้นะเพคะ”

 

“อย่ามัวแต่พูดมากอยู่เลย รีบไปจัดหามาให้ข้าเร็ว” ม่อชีชีออกคำสั่ง

 

พระสนมพระชายาทั้งหลายต่างก็รีบสำทับทันที

 

“ฮองเฮาทรงมีรับสั่งให้เจ้าไปจัดหา เจ้าก็รีบไปจัดหามาเถิด เจ้าเป็นเพียงบ่าวรับใช้จะมัวโอ้เอ้อยู่ไย”

 

“จริงด้วย, ยังไม่รีบไปอีก”

 

ด้วยความหวาดกลัวปั้นเซียงไม่กล้ากล่าวคำใดอีก นางรีบออกไปหากริชมาให้ทันที

 

ครั้นม่อชีชีรับกริชมา นางก็ยิ้มอย่างชั่วร้าย นางซ่อนกริชไว้ในแขนเสื้อ จากนั้นก็กวาดตามองบรรดาพระสนมพระชายา พลางกล่าวว่า

 

“เอาล่ะน้องสาว ตามพี่สาวมา ส่วนเจ้านำทางไป ! พวกเราจะไปร่วมแสดงความยินดีกับฝ่าบาทกัน”

 

จะว่าไปแล้วตามธรรมเนียมก็ควรมีของขวัญเล็ก ๆ น้อย ๆ หรือดอกไม้สัก 2-3 ช่อติดไม้ติดมือไปเป็นกำนัลมิใช่หรือ ?

 

อ้อ ! ลืมไปได้เลย ที่ว่าเด็กใหม่ไม่ควรทำอะไรเอิกเกริกน่ะ

 

***จบตอน ฮ่องเต้ทรงมีพระนามว่าจวินเชียนเช่อ***

Novel
Novel