ตอนที่ 21 ฮ่องเต้ถึงกับทรุด

ฝนตกหนักอย่างที่ไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า เมื่อเม็ดฝนตกกระทบร่างก็ก่อให้เกิดความรู้สึกเจ็บทันที

 

อ๋องชีเสียนพาม่อชีชีหลบหนีมือสังหาร ทว่ามือสังหารเหล่านั้นก็ร้ายกาจยิ่งนัก พวกเขาสังหารบรรดาทหารองครักษ์ ทั้งตรงเข้าโอบล้อมคนทั้งคู่อย่างรวดเร็ว

 

ม่อชีชีเพิ่งรู้ตอนนี้เองว่าท่านอ๋องชีเสียนไม่เป็นวรยุทธ์ นางอดไม่ได้ที่จะตำหนิตนเอง “เสด็จอาเจ็ด เป็นเพราะหม่อมฉันพระองค์ถึงต้องเข้ามาพัวพันในเรื่องนี้ เหตุใดพระองค์ถึงมาช่วยหม่อมฉันในเมื่อพระองค์เองก็ไม่เป็นวรยุทธ์ ?

 

“ถึงแม้ข้าจะไร้วรยุทธ์ หากแต่ข้าก็ไม่มีวันปล่อยให้ผู้ใดทำร้ายเจ้าได้” เขารั้งนางเข้าสู่อ้อมกอด พร้อมกับยืดอกปกป้องนางอย่างเต็มที่

 

ม่อชีชีรู้สึกประทับใจเล็ก ๆ ท่านอ๋องชีเสียนช่างเป็นคนอบอุ่นจริง ๆ !

 

ครั้นชายในชุดดำได้ยินบทสนทนาของทั้งคู่ เขาก็กล่าวขึ้นอย่างข่ม ๆ ว่า “อย่างไรเสียวันนี้พวกเจ้าทั้งคู่ก็ต้องตาย” ภายหลังจบประโยค เขาก็ชักดาบออกมาทันที เขาฟันดาบใส่คนทั้งสอง

 

ชั่วขณะนั้นเอง ก็ปรากฏกลุ่มชายฉกรรจ์ในชุดขาวกว่าสิบคนตรงเข้าหาม่อชีชีและอ๋องชีเสียน ชายคนหนึ่งกล่าวขึ้นอย่างสำนึกผิด “ท่านอ๋อง โปรดประทานอภัยที่กระหม่อมมาช้า ทำให้พระองค์ต้องทรงตกพระทัย”

 

“ไป๋เจียงเจ้ามาได้ทันเวลาพอดี จัดการพวกมันซะ” ภายหลังกล่าวจบ อ๋องชีเสียนก็คว้ามือม่อชีชีพานางวิ่งหนี

 

ชายในชุดดำ และชายในชุดขาวต่างก็ต่อสู้กันอย่างดุเดือด

 

หลังจากที่คนทั้งคู่วิ่งหนีมาได้ไกลมากแล้ว ทั้งคู่ก็เหนื่อยกระทั่งแทบก้าวขาไม่ออก ม่อชีชีนั่งลงกับพื้นพร้อมกับหอบหายใจอย่างหนักหน่วง  ปล่อยให้สายฝนสาดกระหน่ำใส่ร่างของตน อ๋องชีเสียนเองก็นั่งใกล้ ๆ นาง  ยามนี้ทั้งคู่แลดูขัดเขินเล็กน้อย ทั้งสองหันมองหน้ากัน ก่อนจะหัวเราะออกมา

 

ม่อชีชีไม่อาจระงับความรู้สึกเสียใจได้ “ท่านอ๋องชีเสียน เราต่างก็เผชิญความเป็นตายร่วมกัน”

 

“ดูเหมือนว่าฝ่าบาทจะประสงค์ชีวิตของเจ้าจริง ๆ เช่นนี้แล้วเจ้ายังคิดจะกลับไปอยู่ข้างกายเขาอีกกระนั้นรึ ?” แววตาของอ๋องชีเสียนเต็มไปด้วยความวิตกกังวล

 

ประกายตาของม่อชีชีมั่นคงขึ้น “นั่นคือเหตุที่ว่าไยหม่อมฉันจึงต้องรีบกลับวังหลวง ตราบใดที่หม่อมฉันกลับไปอยู่ข้างกายฝ่าบาท พระองค์ก็จะไม่มีโอกาสสังหารหม่อมฉัน”

 

*****

 

จวินเชียนเช่อควบอาชานำหน้าทหารองครักษ์ประจำวังหลวง พวกเขามาถึงสถานที่ที่ซึ่งรถม้าของฮองเฮาประสบเหตุอย่างรวดเร็ว พวกเขาได้พบกับทหารองครักษ์ที่ได้รับบาดเจ็บ ทว่ากลับไม่พบม่อชีชีในที่เกิดเหตุ

 

จวินเชียนเช่อไถ่ถามถึงสถานการณ์ของฮองเฮาทันที  เขารู้เพียงว่าอ๋องชีเสียนปรากฏกายขึ้น และพาฮองเฮามุ่งหน้าออกนอกเมือง จวินเชียนเช่อประทับอยู่เพียงไม่นาน เขาก็รีบนำกำลังพลบ่ายหน้าออกนอกเมืองเพื่อค้นหาอย่างรวดเร็ว

 

สายฝนยังคงตกกระหน่ำอย่างบ้าคลั่ง  องครักษ์ประจำพระองค์เริ่มวิตกกังวลเกี่ยวกับพระวรกายของฮ่องเต้ เขาพยายามโน้มน้าวให้ฝ่าบาทเสด็จกลับวังหลวง  ทว่าจวินเชียนเช่อปฏิเสธที่จะกลับวังหลวงโดยไร้ม่อชีชี แม้ว่าทั่วทั้งวรกายของเขาจะชุ่มโชกไปด้วยหยาดฝน เขาก็ยังคงนำพาทหารออกค้นหานางอย่างไม่ลดละ เขาต้องการจะเห็นด้วยตาไม่ว่านางจะยังมีชีวิตอยู่หรือหาชีวิตไม่ หากยังมีชีวิตอยู่ต้องได้เห็นคน หากหาชีวิตไม่ต้องได้เห็นศพ

 

เวลาล่วงผ่านเลย ไม่ต่างกับเม็ดทรายที่ร่วงหล่นจากฝ่ามือ ยิ่งปรารถนาให้เวลาหยุดลง กลับดูเหมือนเวลาจะหมุนวนผ่านอย่างรวดเร็ว

 

จวินเชียนเช่อนำทหารออกค้นหาตลอดทั้งคืน พวกเขาค้นหาไปตามถนนสายหลัก ตามตรอกซอกซอย ตามเชิงเขา หรือแม้กระทั่งริมลำธาร แต่ถึงกระนั้นพวกเขาก็ยังไม่อาจพบนาง ครั้นแสงอุทัยเริ่มเรืองรองเหนือม่านฟ้า ที่สุดสายฝนที่กระหน่ำมาทั้งคืนก็ขาดเม็ดลงได้

 

ชั่วขณะนั้นเอง ทหารองครักษ์ก็เข้ามากราบทูลรายงานว่า เมื่อราตรีก่อนฮองเฮาได้เสด็จกลับคืนสู่วังหลวงอย่างปลอดภัย ทว่าพระนางไม่ได้ส่งผู้ใดมากราบทูลฝ่าบาท เนื่องด้วยพระนางไม่ปรารถนาที่จะรบกวนการบรรทมของฝ่าบาท 

 

ได้ยินเช่นนั้น ท้ายสุดหัวใจที่เต้นระรัวของจวินเชียนเช่อพลันสงบลง จวินเชียนเช่อนำพาทหารทั้งหมดกลับคืนสู่วังหลวง เขาสั่งทุกคนปิดปากให้สนิทเกี่ยวกับเรื่องที่เขาออกติดตามค้นหาฮองเฮาตลอดราตรีที่ผ่านมา 

 

ภายหลังกลับถึงวังหลวง จวินเชียนเช่อก็ไม่เหลือเวลาพอที่จะไปพบม่อชีชีที่ตำหนักเฟิ่งหยาง ทั้งยังไม่เหลือเวลาแม้กระทั่งจะพักผ่อนเสียด้วยซ้ำ เขาผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ไปสวมฉลององค์มังกร เพื่อออกประชุมขุนนางตอนเช้าทันที

 

การประชุมในเช้าวันนี้ไม่มีวาระสำคัญแต่อย่างใด เช่นนั้นจึงปิดประชุมอย่างรวดเร็ว จวินเชียนเช่อลากสังขารที่อ่อนล้ากลับไปยังห้องบรรทม ทันทีที่เขาย่างเท้าก้าวเข้าห้องบรรทม ร่างของเขาก็ทรุดลงทันที

 

***จบตอน ฮ่องเต้ถึงกับทรุด***

Novel
Novel