ตอนที่ 22 บังคมเพคะ ! ฝ่าบาท

ม่อชีชีหลับใหลไปนาน กระทั่งครู่ใหญ่กว่าจะตื่นขึ้นอีกครั้ง เป็นเรื่องแปลกที่วันนี้ไม่มีพระสนมหรือพระชายามาบ่นเกี่ยวกับหยางซื่อหาน นั่นคือเหตุที่ทำให้นางหลับได้ยาว ปกติแล้วพระสนมพระชายามักจะยกโขยงมาที่พระตำหนักของนางทุกวันด้วยเรื่องของหยางซื่อหาน พระสนมพระชายาเหล่านั้นหวังว่านางผู้ซึ่งเป็นถึงฮองเฮาจะให้ความช่วยเหลือได้ ทำราวกับว่านางเป็นคนโง่งั้นแหละ 

 

นางลุกขึ้นนั่งจากนั้นก็เหยียดตัวอย่างสบายอกสบายใจ เมื่อคืนหลังจากกลับถึงพระตำหนักนางก็ได้แช่น้ำอุ่น จากนั้นก็จิบชาขิงร้อน ๆ เช่นนั้นนางจึงไม่ได้ล้มป่วย หาไม่แล้ว เจอฝนหนักถึงเพียงนั้น ไม่ป่วยสิแปลก ! แม้ว่านี่จะถึงฤดูใบไม้ผลิแล้ว ทว่าอุณหภูมิในยามค่ำคืนก็ยังคงหนาวเย็น

 

“อรุณสวัสดิ์” ม่อชีชีสะบัดผ้าห่มออกจากกาย พลางลุกขึ้นจากเตียง นางกล่าวทักทายปั้นเซียงอย่างมีความสุข  ก่อนจะหย่อนกายลงนั่งหน้าคันฉ่อง เอ่ยถามด้วยความอัศจรรย์ใจว่า “วันนี้เป็นวันพิเศษกระนั้นรึ ? บรรดาพระสนมพระชายาหายไปที่ใดหมดเล่า ? ปกติเห็นพากันยกโขยงมาแต่เช้า” 

 

ปั้นเซียงหยิบหวีขึ้นมาจากนั้นก็ช่วยนางเกล้าผม “ทูลฮองเฮา หม่อมฉันได้ยินมาว่าฝ่าบาททรงพระประชวร บรรดาพระสนมพระชายาต่างก็เป็นกังวลมาก เช่นนั้นพวกนางจึงพากันไปที่พระตำหนักยวี่จิง เพื่อคอยฟังพระอาการ เวลาเช่นนี้พวกนางไม่มีกระจิตกระใจที่จะมาเฝ้าพระนางหรอกเพคะ”

 

“ประชวรงั้นรึ ?” “ด้วยพระโรคใด ?” “จะอันตรายถึงพระชนม์ชีพมั้ย ?” ม่อชีชีเอ่ยถาม นางกำลังมีความสุขเมื่อเห็นอีกฝ่ายตกอยู่ในความทุกข์ นี่เขาเรียกกรรมตามสนองใช่มั้ย ? เมื่อคืนนี้เขาสังหารนางไม่สำเร็จ วันนี้เขาก็เลยล้มป่วยแทน ?

 

“ฮองเฮา อย่าได้รับสั่งเช่นนี้อีกนะเพคะ หากมีผู้ใดผ่านมาได้ยินเข้า จะทรงประสบปัญหาได้ หม่อมฉันได้ยินมาว่าฝ่าบาททรงประชวรด้วยพิษไข้ พระนางจะไม่เสด็จไปเยี่ยมฝ่าบาทหน่อยหรือเพคะ ?”

 

“ข้าน่ะรึ ? เยี่ยมฝ่าบาทเนี่ยนะ ? ฝันไปเถอะ ก็แค่เป็นไข้ ใช่เรื่องใหญ่โตเสียเมื่อไหร่ หาใช่โรคที่รักษาไม่หายเสียหน่อย”

 

ปั้นเซียงส่ายศีรษะอย่างจนใจ

 

ภายหลังจากอิ่มมื้อเช้า  ม่อชีชีก็เริ่มต้นศึกษาแผนผัง เพื่อหาวิธีกลับคืนสู่ยุคปัจจุบัน นางพึมพำกับตนเอง “ข้าจะหาวิธีเดินทางข้ามกาลเวลากลับไปได้อย่างไร ?”

 

ครั้นปั้นเซียงเห็นชัดว่าฮองเฮาไม่มีพระทัยที่จะไปเยี่ยมเยียนฝ่าบาท นางก็เอ่ยปากขึ้นอีกครั้ง “ฮองเฮาเพคะ พระนางจะไม่เสด็จไปทอดพระเนตรฝ่าบาทสักนิดหรือเพคะ ? บรรดาพระสนมพระชายาต่างก็เสด็จไปที่นั่นกันหมดแล้ว หากพระนางไม่เสด็จ จะเป็นการไม่บังควรนะเพคะ ”

 

“อะไรคือไม่บังควร ? ไข้หวัดน่ะติดกันได้ เจ้าไม่รู้งั้นรึ ? ข้าอาจจะติดหวัดจากเขาได้ ไม่ ไม่ไป !” ม่อชีชีปฏิเสธอย่างเย็นชา จากนั้นก็หันไปวิเคราะห์แผนผังต่อ ทว่านางกลับไม่อาจสงบจิตสงบใจลงได้ หากนางไม่ไป จวินเชียนเช่อจะสงสัยหรือไม่ว่านางรู้แล้วว่าเขาวางแผนปลิดชีวิตนาง หากเป็นเช่นนั้น เขาจะใช้ประโยชน์จากการเจ็บป่วยในครานี้ เพื่อหาเรื่องโยนความผิดมาโหมะหัวนางหรือไม่ ? ม่ายยยยยย ! นางจะปล่อยให้เขากำจัดนางเช่นนั้นไม่ได้ !

 

ที่สุดม่อชีชีก็ลุกขึ้นยืน

 

ปั้นเซียงลุกพรวดพราดตามด้วยความตกใจ “ฮองเฮาเพคะ เกิดอะไรขึ้นหรือเพคะ ?”

 

“ข้าใคร่ครวญดีแล้ว ข้าว่าข้าควรจะไปให้ฝ่าบาททอดพระเนตรเสียหน่อย อย่างไรเสียพระองค์ก็เป็นถึงฮ่องเต้ หากข้าผู้ซึ่งเป็นฮองเฮาไม่โผล่หน้าไปเยี่ยม เกรงว่าฝ่าบาทจะไม่อาจสู้หน้าบรรดาขุนนางอำมาตย์ตลอดถึงพสกนิกรได้ ?” ม่อชีชีเอ่ยกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง

 

เส้นโลหิตปูดโปนขึ้นกลางหน้าผากปั้นเซียง ทว่ายังดีที่อย่างน้อยฮองเฮาก็ทรงมีพระดำริเห็นพ้องกับนาง

 

ณ พระตำหนักยวี่จิง

 

จวินเชียนเช่อเอนพระวรกายลงบนแท่นบรรทมมังกรขนาดใหญ่ พลางทอดพระเนตรนางกำนัลที่ถือถาดใส่ชามบรรจุโอสถเข้ามาด้วยสายพระเนตรเย็นชา

 

“วางไว้ตรงนั้นแหละ แล้วก็ออกไปได้ !” 

 

นางกำนัลกล่าวอย่างนอบน้อมเต็มไปด้วยอาการเคารพ “ฝ่าบาท หมอหลวงสั่งว่าโอสถนี้ต้องเสวยตอนร้อน ๆ นะเพคะ”

 

“เรารู้แล้ว เจ้าออกไปก่อน”

 

“เพคะ” นางกำนัลวางชามโอสถไว้บนพระที่หน้าแท่นพระบรรทม ก่อนที่จะถอยหลังกลับอย่างรวดเร็ว

 

จวินเชียนเช่อทอดพระเนตรมองโอสถ ครั้นเขายื่นหัตถ์ออกไปสัมผัสชาม หัตถ์ของเขาก็กระตุกกลับทันที เขาไม่เคยต้องเสวยโอสถเลยนับแต่มีอายุได้ 10 ชันษา เพียงได้กลิ่นโอสถ เขาก็หวนกลับไปรำลึกถึงวันเวลา เมื่อครั้งที่เคยดื่มยาบำรุงสมัยยังเยาว์ ‘ขมเกินบรรยาย’

 

ม่อชีชีโผล่ศีรษะเข้ามาในห้องบรรทมเพื่อประเมินสถานการณ์ ปั้นเซียงไม่ได้บอกหรือไร ว่าพระสนมพระชายาต่างก็แห่กันมาปรนนิบัติฝ่าบาท  ก็แล้วพวกนางอยู่ที่ใดเล่า ? นี่…ปั้นเซียงไม่ได้โป้ปดหรอกใช่มั้ย ? เอ ! หรือว่านางจะทำ ?

 

“เข้ามา” น้ำเสียงเย็นยะเยือก เหน็บหนาวไปถึงขั้วกระดูกดังออกมาจากห้องบรรทม

 

ครั้นได้ยินเสียง ในหัวของม่อชีชีก็ปวดตุ้บตุ้บขึ้นมาอัตโนมัติ ที่สุดก็ถูกพบเข้าจนได้ สายเกินกว่าที่จะชิ่งหนีแล้ว จำต้องหน้าหนาเข้าไว้ ม่อชีชีทำใจก่อนจะก้าวเข้าห้อง “บังคมเพคะ ! ฝ่าบาท พบกันอีกครั้งแล้วนะเพคะ”

 

***จบตอน บังคมเพคะ ! ฝ่าบาท***

Novel
Novel