ตอนที่ 23 ฝ่าบาทกลัวโอสถ

เขาทอดพระเนตรมองนางอย่างไม่พอพระทัยนัก “เจ้าเป็นฮองเฮานะ ระวังกิริยาหน่อย”

 

ม่อชีชีได้แต่นึกทำตาประหลับประเหลือกใส่เขา ในขณะที่ใบหน้าของนางยังคงงดงามนิ่มนวล “เพคะ ฝ่าบาท !”

 

“เหตุใดฮองเฮาถึงมาหาเราได้เล่า ?”  เขากวาดพระเนตรมองนางตั้งแต่หัวจรดเท้า ครั้นเห็นว่าบนร่างนางไม่ปรากฏบาดแผลแม้เพียงน้อย หัวใจของเขาก็สงบลง

 

ม่อชีชียังคงรักษาภาพพจน์สตรีผู้เปี่ยมคุณธรรม นางหย่อนกายลงนั่งข้างองค์ฮ่องเต้โดยที่ไม่มีผู้ใดเชื้อเชิญพร้อมกับส่งยิ้มหวานให้เขา “ได้ยินมาว่าฝ่าบาททรงพระประชวร เช่นนั้นหม่อมฉันจึงมาเยี่ยมเพคะ ฝ่าบาทยังทรงมีพระอาการไข้อยู่หรือไม่เพคะ ?” นางยกมือขึ้นแตะพระนลาฏฮ่องเต้ทันที ทันทีที่หลังมือสัมผัสพระนลาฏนางถึงกับตกใจ “ร้อนมากเพคะ ฝ่าบาท ยังทรงมีไข้”

 

จวินเชียนเช่อปัดมือนางออก เอ่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น “เราสบายดี”

 

ม่อชีชีกวาดตามองรอบห้อง “ฝ่าบาท พระองค์ทรงพระประชวร เหตุใดจึงไม่มีผู้ใดคอยถวายการดูแลแม้สักคนเล่าเพคะ เกิดอะไรขึ้นกับบรรดาพระสนมพระชายาเล่าเพคะ ? โดยปรกติแล้วพวกนางมักจะปรนนิบัติพระองค์ราวกับพระองค์เป็นบรรพบุรุษของพวกนาง ทั้งยังเฝ้าแต่พร่ำเพ้อถึงพระองค์อย่างไม่รู้จักเหน็ดจักเหนื่อย ก็แล้วเหตุใดในเมื่อพระองค์ทรงพระประชวรถึงเพียงนี้ ไยพวกนางถึงไม่มาเข้าเฝ้า ? ฝ่าบาทไม่ต้องเสียพระทัยไปนะเพคะ หม่อมฉันจะไปตามพวกนางให้มาคอยถวายการปรนนิบัติพระองค์เดี๋ยวนี้”

 

ในขณะที่ม่อชีชีกำลังจะออกไปตามคน จวินเชียนเช่อก็เอ่ยโอษฐ์หยุดนางทันควัน “ไม่จำเป็น พวกนางมาแล้ว เป็นเราที่สั่งให้พวกนางกลับไปเอง เราต้องการพักผ่อนอย่างสงบ”

 

“เป็นเช่นนี้นี่เอง อ้า ! เช่นนั้นหม่อมฉันก็ไม่บังควรรบกวนการพักผ่อนของพระองค์ หม่อมฉันขอทูลลาเพคะ” ม่อชีชีลุกขึ้นยืน นางต้องการจะออกจากที่นี่โดยเร็วที่สุด

 

“เรามีบางสิ่งที่อยากถามฮองเฮา” ประโยคเรียบง่าย ทว่าสามารถหยุดยั้งการจากไปของม่อชีชีได้ทันที

 

นางจำเป็นต้องหันกลับมา พร้อมกับหัวเราะอย่างน่ารัก “ฝ่าบาท ทรงพระประชวรจะต้องพักผ่อนให้มาก ๆ รับสั่งให้น้อย ๆ นะเพคะ” นี่เขาอยากรู้อะไรเนี่ย ? จะเกี่ยวกับเรื่องลอบสังหารเมื่อคืนนี้มั้ยนะ ? หรือเขาวางแผนที่จะสารภาพผิด ?

 

ไม่ ข้าไม่มีวันให้โอกาสท่านกำจัดข้าเป็นแน่

 

ม่อชีชีเหลือบสายตาไปเห็นชามวางอยู่บนพระที่ข้างแท่นพระบรรทม นางหยิบชามขึ้นมาอย่างรวดเร็ว พลางกล่าว “ฝ่าบาท เหตุใดพระองค์ถึงยังไม่เสวยพระโอสถเล่าเพคะ ? ไม่น่าแปลกใจเลย ที่ไม่ทรงหายประชวรเสียที เสวยเร็ว ๆ เถิดเพคะ”

 

ครั้นจวินเชียนเช่อได้กลิ่นโอสถ คิ้วของเขาก็ขมวดโดยไม่ตั้งใจ “วางลงก่อนเถอะ ไว้เราจะดื่มเอง คุยเรื่องสำคัญกันก่อน”

 

“สิ่งใดจะสำคัญไปกว่าพระวรกายมังกรของพระองค์เล่าเพคะ มา… ให้หม่อมฉันช่วยนะเพคะ เด็กดี !” ม่อชีชียิ้มอย่างอ่อนโยน ทว่าในใจ นางกำลังสะใจ ดูจากปฏิกิริยาของจวินเชียนเช่อยามเมื่อเห็นยาแล้วทำให้นางตระหนักถึงบางสิ่ง บุรุษผู้ยิ่งใหญ่หวาดกลัวยา ! ฮ่าฮ่าฮ่า ! แม้แต่เขาก็ยังมีสิ่งที่หวาดกลัวด้วยกระนั้นรึ ? นางจะต้องทำให้เขาดื่มยานี้ให้จงได้ จะถือว่าเป็นการเอาคืนเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ได้ เมื่อเทียบกับสิ่งที่นางประสบในราตรีที่ผ่านมา

 

จวินเชียนเช่อมองชามโอสถที่มาจ่ออยู่ตรงปาก เขาไม่ต้องการที่จะดื่มโอสถจริง ๆ

 

ม่อชีชีก็ยังเสแสร้งเล่นละครต่อไป นางจงใจกล่าวกระเซ้า “ฝ่าบาท อย่าบอกหม่อมฉันนะว่าพระองค์กลัวโอสถ”

 

ในฐานะกษัตริย์ผู้ปกครองแว่นแคว้น จวินเชียนเช่อจะยอมรับได้อย่างไรว่าเขากลัวยา ! เขาจ้องมองนางด้วยสายตาดูหมิ่น “ในโลกนี้ไม่มีสิ่งใดที่ทำให้เราหวาดกลัวได้” เขารับชามโอสถจากมือของนาง จากนั้นก็ยกขึ้นกระดกรวดเดียว แม้ว่าโอสถนั้นจะขมมาก ทว่าสีหน้าของจวินเชียนเช่อก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง

 

ม่อชีชียกนิ้วให้เขาอย่างรวดเร็ว “ฝ่าบาท มาดแมนมากเพคะ !”

 

“มาดแมน ?” จวินเชียนเช่อมองนางด้วยความฉงน 

 

“แหะแหะ หมายถึงพระองค์สมเป็นลูกผู้ชายตัวจริงเพคะ” นางรับชามมาจากเขา ก่อนจะวางลงบนพระที่ใกล้ ๆ จากนั้นนางก็กุลีกุจอช่วยจวินเชียนเช่อเหน็บผ้าห่มให้เข้าที่ “ฝ่าบาท พระองค์ต้องทรงพักผ่อน เสวยพระโอสถแล้วก็ควรบรรทมสักครู่นะเพคะ พระองค์ก็จะทรงหายประชวรในไม่ช้า หม่อมฉันไม่รบกวนการพักผ่อนของพระองค์แล้ว”

 

“นั่งลงก่อน” จวินเชียนเช่อเห็นถึงความตั้งใจดีของนางนับแต่เริ่มแรก เขาเอ่ยรั้งนางไว้ ก่อนที่นางจะทันได้ลุกขึ้นยืน

 

ในใจม่อชีชีนึกก่นด่าเขา ทว่าต่อหน้าก็จำต้องยิ้มแย้มแจ่มใสเอ่ยถาม “ฝ่าบาท มีสิ่งใดจะรับสั่งอีกหรือเพคะ ?”

 

“เมื่อวานนี้ได้อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาที่จวนเจิ้นกว๋อกงเจ้ามีความสุขดีหรือไม่ ?” ที่สุดจวินเชียนเช่อก็เอ่ยถามจนได้

เนื่องจากเขายืนกรานที่จะถามเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ ม่อชีชีก็รู้แล้วว่านางไม่อาจปกปิดเขาได้อีกต่อไป นางเอ่ยตอบอย่างระมัดระวัง “ทูลฝ่าบาท นานแล้วที่หม่อมฉันไม่ได้กลับบ้าน เมื่อวานนี้พวกเราต่างก็สนทนากันอย่างมีความสุข บิดามารดาของหม่อมฉันยังกล่าวสรรเสริญถึงพระองค์ไม่ขาดปาก ว่าพระองค์ทรงเปี่ยมด้วยน้ำพระทัยยิ่งนัก”

 

“งั้นรึ ? เราได้ยินมาว่าเสด็จอาเจ็ดก็เสด็จไปที่นั่นด้วยเช่นกัน” จวินเชียนเช่อรับสั่งถามอย่างพระทัยเย็น

 

ครั้นม่อชีชีได้ยินเช่นนั้น ก็ตกใจเล็กน้อยรีบแสร้งหัวเราะกลบเกลื่อน “เพคะ ! ช่างเป็นเรื่องบังเอิญโดยแท้ ! เสด็จอาเจ็ดก็อยู่ที่นั่นด้วย !”

 

จวินเชียนเช่อจ้องมองนาง พลางรอให้นางพูดต่อ

 

***จบตอน ฝ่าบาทกลัวโอสถ***

Novel
Novel