ตอนที่ 26 กล่าวหาผิด ๆ

1 เค่อผ่านไป (ประมาณ 15 นาที) ไฟที่ม่อชีชีไม่อาจก่อได้ก็ลุกโพลงขึ้น ทั้งยังลุกไหม้อย่างร้อนแรง

 

จวินเชียนเช่อส่งสายตาเยาะเย้ยให้ม่อชีชี

 

ม่อชีชีลอบมองบน แต่ก็ยังชูนิ้วหัวแม่โป้งให้เขา จากนั้นนางก็เทข้าว เมล็ดบัว และส่วนผสมอื่น ๆ เพื่อที่จะปรุงโจ๊ก แปดขุมทรัพย์ให้แก่เขา นางไม่มีวันปล่อยให้เขาดูถูกนางได้ ! เช่นที่เขาแสดงให้นางเห็นว่าเขาก่อไฟได้ นางก็จะแสดงให้เขาได้เห็นว่านางเองก็ต้มโจ๊กแสนอร่อยให้แก่เขาได้เช่นกัน !

 

เป็นเช่นนั้น  บุรุษและสตรีผู้ยิ่งใหญ่แห่งอาณาจักรฮวาเฉินกำลังง่วนอยู่ภายในห้องเครื่องห้องเล็ก ๆ

 

หลังจากนั้นไม่นาน ฮ่องเต้และฮองเฮาก็เกิดการปะทะกันเล็ก ๆ

 

“ฝ่าบาท ไฟของพระองค์แรงเกินไปแล้วนะเพคะ โจ๊กของหม่อมฉันกำลังจะไหม้แล้ว เบาไฟลงหน่อยเพคะ เบาไฟลงอีกเพคะ”

 

“ม่อชีชีนี่เจ้ากำลังล้อเราเล่นใช่หรือไม่ ?” จวินเชียนเช่อตะคอกอย่างไม่สบพระอารมณ์นัก

 

ม่อชีชีโต้กลับด้วยความคับข้องใจ “หม่อมฉันไปล้อพระองค์ตรงไหน ? โจ๊กนี้เริ่มแรกจะต้องต้มด้วยไฟแรง พอเดือดก็ต้องเคี่ยวต่อด้วยไฟอ่อน ๆ พระองค์สามารถทำได้หรือไม่เล่าเพคะ ?”

 

“เราทำไม่ได้ เจ้าสิต้องทำ !” ฮ่องเต้วางพระหัตถ์ทันที เขาเป็นถึงกษัตริย์ผู้ปกครองประเทศ เขามาช่วยนางก่อไฟที่นี่แท้ ๆ นางยังจู้จี้จุกจิกอีก

 

ม่อชีชีเองก็ของขึ้นเช่นกัน นางพูดกับเขาดี ๆ ทั้งยังอธิบายอย่างชัดเจนแล้วแท้ ๆ เขากลับไร้เหตุผลสิ้นดี  มีเพียงท่านที่ระเบิดอารมณ์ได้อย่างนั้นรึ ? ยายทวดผู้นี้ก็เดือดเป็นเหมือนกันนะ

 

“ดี งั้นหม่อมฉันทำเอง !”

 

ข้าไม่เชื่อว่า หากไม่มีท่านแล้ว ข้าจะไม่สามารถต้มโจ๊กได้ !

 

ปกติแล้วคู่สามี-ภรรยาทุกคู่ต่างก็มีช่วงเวลาปรับตัวเข้าหากันสักระยะหนึ่ง แต่เหตุใดคู่ของฮ่องเต้และฮองเฮานั้น แม้ว่าเวลาจะผันผ่านนานมากแล้ว ก็ดูท่าจะปรับตัวเข้ากันได้ยากเย็น

 

1 เค่อผ่านไป (ประมาณ 15 นาที) ม่อชีชีมองโจ๊กในชามแล้วอยากจะร้องไห้ จากนั้นนางก็หันไปมองจวินเชียนเช่อ

 

จวินเชียนเช่อกล่าวถากถาง

 

“นี่คือโจ๊กที่ฮองเฮาเป็นผู้ปรุงกระนั้นรึ ? มันทำให้เราต้องมองเจ้าใหม่จริง ๆ เราขอลงโทษเจ้าให้กินแต่ผักตลอด 1 เดือนนี้”

 

“อั๋ยหยา ฝ่าบาท ทรงไร้เหตุผลเช่นนี้ได้เยี่ยงไรเพคะ ? เป็นความผิดของหม่อมฉันด้วยหรือที่โจ๊กมีสภาพนี้ ทั้งหมดเป็นเพราะไฟไม่ดีต่างหาก”

 

ม่อชีชีกล้าหาญชาญชัยที่จะหักหน้าเขา

 

จวินเชียนเช่อจ้องมองนาง

 

ม่อชีชีไม่มีความกล้าที่จะสบตาเขา นางก้มศีรษะลง พลางบ่นพึมพำคร่ำครวญ

 

“ฮึ ! ฝ่าบาทเพียงต้องการที่จะกลั่นแกล้งหม่อมฉัน หลังจากที่ได้ยินว่าพระองค์ทรงพระประชวร หม่อมฉันก็มาเยี่ยมด้วยปรารถนาดี หากพระองค์ไม่ทรงรับรู้ก็ไม่เป็นไรเพคะ ทว่าพระองค์กลับมีรับสั่งให้หม่อมฉันต้มโจ๊กถวาย แน่นอนว่าหม่อมฉันสามารถปรุงอาหารได้ ปัญหาเพียงอย่างเดียวของหม่อมฉันก็คือไฟที่ผิดปกติของพระองค์ ท้ายสุดพอโจ๊กออกมาไม่ดี พระองค์กลับโทษผู้อื่น หม่อมฉันรู้สึกแย่มาก  ตอนนี้พระองค์ก็ยังทอดพระเนตรหม่อมฉันเช่นนี้อีก ฮือฮือฮือ”

 

นางรู้สึกแย่มาก ๆ เมื่อใดก็ตามที่นางลงมือเข้าครัวปรุงอาหารให้สมาชิกในครอบครัวหรือเพื่อน ๆ ของนางในยุคสมัยปัจจุบันนั้น พวกเขามักจะชื่นชมนางไม่หยุดปาก ทว่าหลังจากมาถึงที่นี่ ไม่เพียงแต่เขาจะไม่ชื่นชมนาง เขากลับดูถูกนางด้วยซ้ำ แกล้งนางชัด ๆ ที่นี่ไม่สนุกอีกแล้ว นางต้องการกลับบ้าน ! นางต้องการกลับคืนสู่โลกของนาง !

 

ครั้นเห็นม่อชีชีหลั่งน้ำตา จวินเชียนเช่อก็รู้สึกราวหัวใจถูกกระหน่ำอย่างรุนแรง เขาถึงกับผงะ เขาสมรสกับนางมาสองปีแล้ว ม่อชีชีผู้ที่อยู่เบื้องหน้าเขานี้มักจะเอาแต่ใจและหยิ่งยโสเสมอมา นางไม่เคยแสดงให้เห็นถึงความเป็นสตรีผู้บอบบางแม้เพียงเศษเสี้ยว นับประสาอะไรกับน้ำตาของนาง

 

เช่นนั้น เมื่อต้องเผชิญหน้ากับนางที่เป็นเช่นนี้ เขาจึงทำอะไรไม่ถูก

 

“ยะ…ไยเจ้าจึงร่ำไห้ ?”

 

“พระองค์กล่าวหาหม่อมฉันผิด ๆ แน่นอนว่าหม่อมฉันก็ต้องร้องไห้ เห็นได้ชัดว่าหม่อมฉันเก่งการครัว แต่พระองค์กลับปฏิเสธ พระองค์กลั่นแกล้งหม่อมฉันชัด ๆ” ม่อชีชีสูดอากาศเข้าปอดด้วยความคับข้องใจ

 

***จบตอน กล่าวหาผิด ๆ***

Novel
Novel