ตอนที่ 32 ฝ่าบาทเป็นเกย์

ม่อชีชีหัวเราะอย่างเย็นชา

 

“อืมมม ได้ ข้าเข้าใจล่ะ ข้าเข้าใจดีมากเลยทีเดียว”

 

โอ้ ! นี่เขาออกตามหาข้าด้วยงั้นรึ ? คงอยากให้มั่นใจว่าข้ากลายเป็นศพไปแล้วงั้นสิ  เขาคงจะกังวลว่ามือสังหารพวกนั้นจะทำงานไม่สำเร็จ ก็เลยกะจะลงมือซ้ำ ฮึ่ม !  ที่เขาไม่อนุญาตให้ผู้ใดพูดถึงเรื่องนี้ เป็นเพราะไม่ต้องการให้ท่านอ๋องชีเสียนล่วงรู้

 

จวินเชียนเช่อ ท่านมันไม่ใช่ลูกผู้ชาย ! คุณหนูผู้นี้จะจารไว้ในใจ ! อย่าให้ถึงคราของข้าบ้างล่ะ รับรองท่านจบเห่แน่

 

ขันทีหลินรู้สึกโล่งใจ

 

“หากองค์ฮองเฮาเข้าถึงพระทัยฝ่าบาท… ก็จะทราบว่าแท้จริงแล้วฝ่าบาททรงเย็นชาก็เพียงภายนอก”

 

“อ้อ ! เช่นนี้เอง”

 

เพราะภายในของเขานั้น เขาเป็นคนเลือดเย็น เต็มไปด้วยพิษสงร้ายกาจ

 

“ยังมีอะไรอีกหรือไม่ ?”

 

ขันทีหลินเอ่ยตอบอย่างนอบน้อม

 

“ไม่มีแล้วพ่ะย่ะค่ะ พระนาง”

 

ม่อชีชีสาวท้าวก้าวจากไปอย่างรวดเร็ว พร้อมกับนึกสาปแช่งจวินเชียนเช่อไม่หยุดหย่อน นี่เป็นครั้งแรกที่นางได้พบกับคนเลือดเย็น ทั้งยังไร้หัวใจเยี่ยงจวินเชียนเช่อ ไม่ว่าจะอย่างไรเขากับเจ้าของร่างนี้ก็อยู่กินกันมานานถึงสองปีแล้ว เขากลับสังหารนางได้โดยไม่กะพริบตา เท่านั้นยังไม่พอ เขายังให้คนของเขามาบอกนางว่าที่เขาล้มป่วยก็เนื่องเพราะนาง เขาคาดหวังสิ่งใด ? ให้นางซาบซึ้งบุญคุณจนน้ำตาท่วมงั้นรึ ? ตลกตายล่ะ ?

 

จวินเชียนเช่อ นี่ท่านคิดว่าข้าคงโง่เง่ามากสินะ

 

“อั๋ยหยา ! ตาบอดหรือไรถึงกล้าชนข้า ?”

 

ในขณะที่กำลังเดินออกจากพระตำหนักยวี่จิงนั้น ม่อชีชีก็ชนคนผู้หนึ่งเข้าให้อย่างจัง หน้าผากของนางระบมเนื่องจากถูกชน  นางเงยหน้าขึ้นอย่างไม่ใคร่พอใจนัก

 

สิ่งที่นางเห็นก็คือชายหนุ่มผู้แต่งกายอย่างปราณีตงดงาม ริมฝีปากของเขากำลังแย้มยิ้ม ผิวพรรณของเขาผุดผ่องละเอียดอ่อน นัยน์ตาเขาเล่าก็ทอประกายเจิดจ้า มุมปากที่ยกขึ้นเล็กน้อยนั่น ยิ่งเสริมสร้างเสน่ห์ให้กับเขา จมูกของเขาโด่งเป็นสันตรง ขณะที่เรือนผมสีดำนั้นเล่าก็เลื่อมมันเป็นประกายทั้งยังเป็นระเบียบเรียบร้อย เรือนผมครึ่งหนึ่งเกล้าขึ้นผูกด้วยผ้าไหมสีม่วง ขณะที่เหลือปล่อยสยาย เมื่อต้องสายลม เส้นผมก็ปลิวไสว เขาราวกับศูนย์รวมความงามของชายในยุคโบราณ ช่างเป็นอะไรที่ควรค่าแก่การจับตามอง

 

ชายผู้นั้นทำความเคารพม่อชีชีอย่างนอบน้อม 

 

“ถวายบังคมฮองเฮาพ่ะย่ะค่ะ”

 

ม่อชีชีพิจารณาการแต่งกายของชายผู้นั้นอย่างรวดเร็ว เขาสวมเสื้อคลุมสีม่วง สีประจำตัวข้าราชสำนัก ครั้นมองลวดลายที่ปัก ชัดเจนว่าเป็นสัญญลักษณ์ของขุนนางฝ่ายบุ๋น นางคาดเดาตำแหน่งของชายหนุ่มได้อย่างรวดเร็ว

 

ชายผู้นี้ยังอายุน้อย ทว่ากลับเป็นถึงมหาเสนาบดี ทว่ามหาเสนาบดีมาทำอะไรที่พระตำหนักของฝ่าบาท ? อย่าบอกนะว่า ทั้งสองเป็นคู่เกย์ หากเป็นเช่นนั้นจริง ก็ไม่น่าแปลกใจเลยว่า เหตุใดอายุเพียงแค่นี้ ถึงดำรงตำแหน่งมหาเสนาบดีได้ ฮ่าฮ่าฮ่า 

 

***จบตอน ฝ่าบาทเป็นเกย์***

Novel
Novel