ตอนที่ 5 เล่นกันถึงตาย

ครั้นเห็นเช่นนี้ หยางซื่อหานก็รีบออกมายืนเบื้องหน้าพระพักตร์ แสร้งแสดงทีท่าเสียขวัญ พร้อมกันนั้นก็ตำหนิติโทษตนเอง

 

“ฮองเฮาเพคะ เป็นความผิดของหม่อมฉันเองเพคะ หม่อมฉันทำให้ทรงขุ่นพระทัย หากทรงกริ้ว ก็โปรดประหารหม่อมฉันเถิดเพคะ ทว่ามิบังควรที่จะลอบปลงพระชนม์ฝ่าบาทเช่นนี้”

 

ม่อชีชีถึงกับสะดุ้งโหยง แม่ดอกบัวขาวนี่ไม่ต่างจากแมงป่องสารพัดพิษ ดีแต่ลอบกัดผู้อื่น นี่กะเล่นกันถึงตายล่ะสิท่า 

 

จวินเชียนเช่อดึงหยางซื่อหานไปหลบด้านหลัง พลางจ้องมองม่อชีชี สายพระเนตรที่จับจ้องมองมาชัดเจนว่ารอคำอธิบาย

 

หยางซื่อหานลอบยกยิ้มอย่างพึงใจ เพราะนางรู้จักนิสัยม่อชีชีผู้นี้เป็นอย่างดี ฮองเฮาผู้นี้ทั้งยโส ทั้งเอาแต่ใจ ไม่เคยสะกดคำว่าอดทน

 

แน่นอนว่าถ้อยคำดังกล่าวเมื่อครู่ย่อมทำให้ฮองเฮาระเบิดโทสะได้อย่างง่ายดาย และแน่นอนว่าเมื่อฮองเฮาระเบิดโทสะต่อเบื้องพระพักตร์องค์ฮ่องเต้ ต่อหน้าปวงขุนนาง ปัญหาย่อมจะตามมา

 

ครานี้ฮ่องเต้จะต้องไม่แม้แต่จะชายพระเนตรแลฮองเฮาอีกเป็นแน่

 

ทว่าครานี้ หยางซื่อหานกลับต้องผิดหวัง

 

เบื้องหน้าทุกสายตาม่อชีชีคุกเข่าลงอีกครั้ง พลางยกกริชขึ้นจากพื้น

 

หยางซื่อหานจับพระหัตถ์จวินเชียนเช่อแน่น พร้อมกับจ้องมองอย่างใจจดใจจ่อ

“ฝ่าบาท ระวังองค์ด้วยเพคะ” 

 

 

บรรดาขุนนางต่างรู้สึกตระหนก

 

จวินเชียนเช่อสงบนิ่ง ยังคงพระทัยเย็น พระหัตถ์ทั้งสองข้างยกขึ้นไพล่หลัง ขณะจ้องมองม่อชีชี เขาต้องการจะดูสิว่านางจะกระทำเรื่องโง่เง่าใดอีก

 

ชั่วอึดใจถัดมา ปฏิกิริยาของม่อชีชีกลับทำให้ทุกคนตื่นตะลึง

 

ม่อชีชีเงยหน้าขึ้นมองจวินเชียนเช่อ พร้อมกับบีบน้ำตาจระเข้ออกมาสองหยด ก่อนจะกล่าวโทษตนเองราวกับสำนึกผิดอย่างสุดซึ้ง 

 

“ฝ่าบาท ที่หม่อมฉันมาในวันนี้ไม่เพียงแต่จะมาร่วมแสดงความยินดี  หากแต่หม่อมฉันยังจะมาขอรับโทษทัณฑ์ หม่อมฉันไม่ควรจะริษยาน้องหญิงหยางที่ได้รับความโปรดปรานจากพระองค์ ครานั้นหม่อมฉันไม่ควรจะขัดขวางการรับน้องหญิงหยางเข้าวัง ทั้งเมื่อครั้งบนหอชมจันทร์ก็ไม่ควรกระทำตัวให้เสียเกียรติมารดาแห่งแผ่นดิน ทั้งหมดทั้งมวลล้วนเป็นความผิดของหม่อมฉัน ที่ผ่านมาหม่อมฉันกระทำสิ่งเลวร้าย วันนี้หม่อมฉันจึงมาที่นี่เพื่อน้อมรับโทษทัณฑ์จากพระองค์เพคะ”

 

ม่อชีชียื่นกริชออกไปด้วยมือทั้งสองข้าง เห็นได้ชัดว่านางยินดีให้จวินเชียนเช่อเป็นผู้ตัดสินความผิดของนาง

 

ฮึ่ม ! นางเคยใช้วิธีนี้ได้ผลมานักต่อนักแล้ว ต่อหน้าขุนนางทั้งหลายเจตนาของนางขาวสะอาด นางไม่เชื่อว่าฮ่องเต้จะกล้าลงทัณฑ์นาง

 

นอกเสียจากว่าเขาจะไม่คิดรักษาภาพลักษณ์ของตนเอง นางเชื่อว่าไม่มีฮ่องเต้พระองค์ใดจะกล้ากระทำเรื่องเช่นนั้น ไม่มีผู้ใดยอมแลกชื่อเสียงของตนกับแค่สตรีนางเดียว

 

ถ้อยคำของม่อชีชีทำให้หยางซื่อหานประหลาดใจ นางแทบไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน

 

จวินเชียนเช่อเองก็คาดไม่ถึงเช่นกัน เขาย่างพระบาทกลับไปยังบัลลังก์มังกร สุรเสียงเยือกเย็นตรัสถาม

 

“เจ้าสำนึกผิดได้จริงกระนั้นรึ ?”

 

ภาพของม่อชีชีที่ติดอยู่ในพระทัยฮ่องเต้ก็คือ นางมักจะโยนความผิดให้ผู้อื่น นางจะต้องเป็นฝ่ายถูกอยู่เสมอ แม้จะอยู่เบื้องหน้าฮ่องเต้เช่นเขา นางก็ยังคงรั้นเอาแต่ใจตน นับแต่พระสนมพระชายาตำหนักใน ไปกระทั่งถึงบรรดาสตรีเชื้อพระวงศ์ ไม่มีผู้ใดที่ไม่เกลียดนาง

 

ด้วยเหตุนี้ เขาจึงไม่เคยมีความความประทับใจดี ๆ เกี่ยวกับนาง พฤติกรรมของนางในวันนี้เกินความคาดหมายของเขาเป็นอย่างมาก

 

ม่อชีชีเงยหน้าขึ้นสบตาจวินเชียนเช่อ พลางเอ่ยกล่าวอย่างจริงจัง และจริงใจว่า 

 

“หม่อมฉันรู้ผิดแล้วจริง ๆ เพคะ หม่อมฉันรู้แล้วว่าที่ผ่านมาหม่อมฉันกระทำเกินกว่าเหตุ ตอนนี้หม่อมฉันรู้สึกผิดมาก หม่อมฉันครุ่นคิดวนเวียนถึงความผิดของตน กระทั่งปวดศีรษะไปหมดแล้ว”

 

นางยกมือทั้งสองข้างขึ้นเกาะกุมศีรษะ ทีท่าของนางราวกับว่าศีรษะนั้นปวดเจียนจะระเบิด ทว่าแท้จริงแล้วหัวเข่าของนางต่างหากที่ปวดระบม เนื่องจากคุกเข่าในท่านี้นานเกินไป

 

***จบตอน เล่นกันถึงตาย***

Novel
Novel
Novel