ตอนที่ 8 ค้างแรมที่ตำหนักเฟิ่งหยาง

ม่อชีชีรีบยกมือขึ้นโบกปฏิเสธเป็นระวิง พร้อมกับเอ่ยกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง

 

“ฝ่าบาท ขอสวรรค์เป็นพยาน การที่พระองค์รับน้องหญิงหยางเข้าวังมิได้ทำให้ความสุขของหม่อมฉันลดลงแม้เพียงน้อย ขอทรงมั่นพระทัยได้ หม่อมฉันให้สัตย์สาบาน หากหัวใจของหม่อมฉันไม่มีความสุขแม้เพียงน้อย ขอให้หม่อมฉันถูกฟ้าผ่าตายก็ได้เอ้า !”

 

จวินเชียนเช่อทอดพระเนตรมองนาง สายพระเนตรขุ่นมัว เขาแย้มสรวลเย้ยหยันขณะมีรับสั่งแดกดัน

 

“หลังจากวันนั้น ดูเหมือนว่าเจ้าจะใจกว้างมากขึ้นจริง ๆ”

 

วันนั้น ? โอ้ ! วันที่หยางซื่อหาน และเจ้าของร่างเดิมพลัดตกจากหอชมจันทร์นั่นน่ะนะ ฮึ… ยังมีหน้าเอามาพูดถึงอีก

 

“ฮ่าฮ่า หม่อมฉันรอดตายมาได้อย่างหวุดหวิด จะไม่ให้หม่อมฉันใจกว้างได้อย่างไรเพคะ นอกจากนี้ ไม่เพียงแต่หม่อมฉันจะใจกว้างเท่านั้น ทว่ายังจะถึงพร้อมด้วยคุณธรรม ทั้งหม่อมฉันจะดับความหึงหวงของตนให้สิ้น หม่อมฉันจะเปลี่ยนเป็นฮองเฮาที่ดีอย่างแน่นอนเพคะ เพื่อพระองค์จะได้พอพระทัย”

 

ม่อชีชีคนนี้มิใช่ม่อชีชีคนเดิมที่หลงรักท่านหัวปักหัวปำ ม่อชีชีคนนี้มีเพียงความขยะแขยง อยากแต่จะอยู่ให้ห่างจากท่าน เช่นนี้แล้ว การกระทำที่กล่าวมาทั้งหมดก็มิใช่เรื่องยากเลย

 

ทว่าจวินเชียนเช่อกลับมิได้คล้อยตามถ้อยคำเหล่านั้น ตรงกันข้าม เขากลับค่อนข้างไม่พอใจ เป็นเรื่องช่วยไม่ได้เนื่องจากเขาคิดถึงบุรุษในค่ำคืนนั้น น่าเสียดายที่ชายผู้นั้นรวดเร็วมาก ไม่มีผู้ใดสามารถตามจับตัวมาได้ทัน ความโกรธพลันปะทุขึ้นในพระทัยฮ่องเต้หนุ่ม ชั่วขณะนั้นเองจวินเชียนเช่อก็ยื่นพระหัตถ์มาบีบคางของม่อชีชี พลางรับสั่งเตือนอย่างเย็นชา

 

“หากเจ้ากล้าก่อเรื่องเช่นวันนั้นอีกครั้ง แน่ใจได้เลยว่าเราจะไม่ลังเลเลยที่จะส่งเจ้าลงนรก”

 

เรื่องเช่นวันนั้น ? เรื่องใด ? เรื่องอิจฉางั้นรึ ?

 

“ฮ่าฮ่า ฝ่าบาทโปรดมั่นพระทัยได้เพคะ หม่อมฉันกลับตัวกลับใจแล้ว เปลี่ยนเป็นคนใหม่แล้วเพคะ”

 

จวินเชียนเช่อทอดพระเนตรมองนางอีกชั่วอึดใจ ก่อนจะคลายพระหัตถ์ออก

 

หัวใจดวงน้อย ๆ ของม่อชีชีเต้นระส่ำ อารมณ์ของจวินเชียนเช่อช่างแปรปรวนจริง ๆ นี่นางก็ใช้ถ้อยคำที่สุภาพนุ่มนวลแล้วนะ แต่ก็เกือบจะรักษาชีวิตน้อย ๆ ของตนไว้ไม่ได้ ครั้นเห็นการแสดงออกเมื่อครู่ก่อนของเขา ดูราวกับว่ามีคนหลอกลวงเขา จำจะต้องหาทางกลับบ้านให้เร็วที่สุด ขืนเอาชีวิตมาผูกติดกับคนเช่นนี้ มีหวังชีวิตน้อย ๆ ที่น่าสงสารของนางอาจจะปลิดปลิวได้ทุกเวลา

 

“อึ้ม… ฝ่าบาท นี่ก็ดึกมากแล้วนะเพคะ อย่าให้น้องหญิงหยางต้องรอนานเกินไปเลยเพคะ คืนแรกเป็นคืนที่สำคัญมาก พระองค์ควรจะถนอมไว้ให้ดี ๆ”

 

อ่า… ! ดีจริง ๆ ทำไมไม่ออกไปเสียที ที่ทางข้ารึก็ออกจะคับแคบ ท่านจะมัวโอ้เอ้อยู่ไย หรือต้องรอให้ข้าจับท่านนึ่งแทนขนมปังเสียก่อน

 

หากท่านต้องการเข้าหาใครสักคน ทำไมไม่ไปหาแม่นางหานหวานใจของท่านล่ะ นางน่าจะรอท่าขึ้นเตียงกับท่านอยู่ !

 

‘หยางกุ้ยเฟย’ ครั้นนึกถึงนามนี้นางก็รู้สึกถึงอันตรายอย่างบอกไม่ถูก สตรีที่ใช้ความงามยั่วยวนบุุรุษ หวังว่าหยางซื่อหานจะไม่มีจุดจบที่น่าสังเวชเฉกเช่นหยางกุ้ยเฟยแห่งราชวงศ์ถังหรอกนะ (หยางยวี่หวน หรือหยางกุ้ยเฟย (719-756) สาวงามเลื่องชื่อแห่งราชวงศ์ถัง ผู้ซึ่งดำรงตำแหน่งกุ้ยเฟยของถังเสวียนจงฮ่องเต้ นางถูกกล่าวหาว่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือย สุดท้ายตกเป็นแพะรับบาปต้องจบชีวิตลง ครั้งกบฏอันลู่)

 

จวินเชียนเช่อทอดพระเนตรม่อชีชีอย่างพินิจพิจารณา พลางมีรับสั่งเบา ๆ ว่า

 

“คืนนี้เราจะค้างแรมที่ตำหนักเฟิ่งหยาง”

 

“หา…ว่าไงนะ ไม่มีทาง”

 

ม่อชีชีสวนกลับทันควัน พร้อมกับลุกขึ้นยืนทันทีส่งผลให้เก้าอี้ครูดไปกับพื้น

 

***จบตอน ค้างแรมที่ตำหนักเฟิ่งหยาง***

 

Novel
Novel