ตอนที่ 16 เล่ห์กลเฟิ่งเฉียนเสวี่ย

อวิ๋นเชียนเช่อมิได้ด้อยไปกว่าผู้อยู่ในรายชื่อบุรุษงามลำดับที่สอง

 

หายนะที่ตระกูลเฟิ่งเผชิญล้วนเกิดแต่อิทธิพลของพวกเขา

 

ทั้งข้อร้องขอจากตระกูลอวิ๋นหาได้สูงส่ง เพียงตระกูลเฟิ่งส่งบุตรีผู้หนึ่งเข้าพิธีสมรสกับบุตรชายคนรอง เพื่อขับไล่อายปีศาจ พวกเขาจะถือเสมือนเรื่องทั้งหมดมิเคยเกิดขึ้น

 

ทว่าผู้มองการณ์ไกลย่อมกระจ่างชัดว่า เมื่อใดบุรุษเขลาแห่งตระกูลอวิ๋นสิ้นใจ บุตรสาวผู้ยอมออกเรือนสมรสด้วยย่อมกลับกลายเป็นหญิงหม้ายในทันที

 

ผู้ใดไหนเลยจะยินยอมให้บุตรสาวของตนออกเรือนไปเผชิญอนาคตอันมืดมนที่ประจักษ์ชัดเช่นนั้น ?

 

ยิ่งมิต้องกล่าวถึงว่าคุณหนูทั้งสองคือสมบัติล้ำค่าที่ตระกูลเฟิ่งประคบประหงมราวไข่ในหิน

 

ทันทีที่เฟิ่งเฉียนเสวี่ยล่วงผ่านบานประตูเข้ามาก็แลเห็นเฟิ่งเฉาหยางผู้เป็นบิดาจับจ้องนางด้วยอาการใจจดใจจ่อ

 

“เสวี่ยเอ๋อร์ เจ้าสามารถช่วยตระกูลเฟิ่งของเราได้”

 

“ท่านพ่อ เกิดอะไรขึ้นเจ้าคะ ?”

 

“ยามนี้ เราไม่อาจบีบบังคับให้หญิงไร้ค่าผู้นั้นออกเรือนไปกับเจ้างั่งผู้นั้น ทั้งหว่านเอ๋อร์น้องสาวของเจ้ายามนี้กลับต้องเสียโฉมไปเสียแล้ว คงเหลือเพียงเจ้าผู้เหมาะสมจะออกเรือนไปกับตระกูลอวิ๋น…”

 

เฟิ่งเฉียนเสวี่ยล่าถอยไกลห่างด้วยความตื่นตระหนก เมื่อได้ยินสิ่งที่ผู้เป็นบิดาเอ่ยกล่าว

 

“ท่านพ่อ ท่านเคยบอกว่าท่านจะไม่มีวันแต่งข้าให้ตระกูลอวิ๋น”

 

“ทว่ายามนี้พวกเราไม่เหลือทางเลือกอื่นใด…เพียงผู้เดียวที่เหมาะสมก็คือเจ้า ยังอีกทั้ง เจ้าคงได้ข่าวแล้วกระมังว่าเจ้างั่งผู้นั้นต้องการจัดงานสมรสในวันพรุ่ง”

 

นัยน์ตาของเฟิ่งเฉาหยาง ยามนี้มีเพียงความเศร้าสลด

 

“พวกเราอับจนหนทางจริง ๆ ตระกูลเฟิ่งของเราไร้สามารถจะต่อกรกับตระกูลอวิ๋น”

 

“ไม่ ข้าไม่แต่ง”

 

เฟิ่งเฉียนเสวี่ยส่ายหน้ารัว

 

“ท่านพ่อ ให้นางสวะผู้นั้นแต่งกับมันเถิด นางคู่ควรแล้วมิใช่หรือ ? เหตุใดท่านมิให้หญิงไร้ค่าผู้นั้นแต่งออกไปเล่า ?”

 

“นางสวะผู้นั้นย่อมต้องต่อสู้ขัดขืนอย่างแน่นอน มันจะยอมทำตามคำสั่งของพวกเราได้อย่างไรเล่า ?”

 

เฟิ่งเฉียนเสวี่ยยกมือขึ้นสัมผัสใบหน้าของตน

 

รอยแผลเป็นน้อย ๆ ยังคงหลงเหลือ

 

นับแต่วันที่เกิดเหตุ นางก็รู้สึกคันหน้ายุบยิบอย่างหาสาเหตุมิได้ ยังดีที่นางพยายามฝืนตนมิให้แกะเกา หาไม่ยามนี้ ใบหน้าของนางย่อมต้องเสียโฉมอย่างถาวร

 

แม้ไม่อาจจะระบุชัดถึงสาเหตุ ทว่านางมั่นใจว่าสิ่งนี้ย่อมต้องเป็นฝีมือของคนไร้ค่าเฟิ่งฉู่เกอผู้นั้น !

 

คิดได้เช่นนั้น สองตาของเฟิ่งเฉียนเสวี่ยทอประกายแห่งความเหี้ยมโหดขึ้นวูบหนึ่ง

 

“ท่านพ่อ ผู้ใดบอกว่านางต้องเต็มใจ ตระกูลของเรามีปรมาจารย์โอสถขั้นต้นมิใช่หรือ ? เราไปขอให้เขาช่วยปรุงยากล่อมประพฤติมาให้มันกิน หากมันไม่ยินยอมเข้าพิธีสมรสเราก็จะไม่ให้ยาถอนพิษ… หรือไม่เราก็วางยาให้มันหมดสติยัดใส่เกี้ยวเจ้าสาวส่งให้ตระกูลอวิ๋นไปเสีย เช่นนี้ย่อมพอเป็นไปได้มิใช่หรือท่านพ่อ ?”

 

เฟิ่งเฉียนเสวี่ยเผยรอยยิ้มขึ้นเล็กน้อย

 

แม้วิธีการเช่นนี้จะมิใช่วิธีการที่ดีนัก หากทว่าในยามนี้ย่อมไม่มีหนทางใดยอดเยี่ยมไปกว่านี้

 

เฟิ่งเฉาหยางไตร่ตรองอย่างถ้วนถี่ครู่หนึ่ง ก่อนจะผงกศีรษะรับ

 

“ดี ลงมือได้”

 

ด้านนอก ลวี้จูผู้เก็บงำพลังวัตรได้เก็บจำทุกถ้อยคำในบทสนทนาที่ผ่านหูไปเมื่อครู่เรียบร้อยแล้ว

 

เพียงได้ยินว่าอีกฝ่ายคิดใช้ปรมาจารย์โอสถขั้นต้น ลวี้จูยังอดหัวเราะเยาะหยันในใจมิได้

 

ฝีมือแค่เพียงปรมาจารย์โอสถขั้นต้นยังคิดริอ่านมาจัดการคุณหนูของนางกระนั้นหรือ ?

 

ฝันไปเถิด !!

 

ทันทีที่เฟิ่งเฉียนเสวี่ยเดินออกมาจากห้อง ลวี้จูรีบผละหลบก่อนจะหลีกหายไปในทันที…

 

คล้อยบ่าย ตระกูลอวิ๋นก็ส่งคนมาตามนัดหมาย

 

บรรยากาศทั่วเรือนตระกูลเฟิ่งกลับคึกคักขึ้นอีกครา

 

โคมแดงและผ้าไหมสีแดงสดถูกแขวนประดับประดาเหนือศีรษะ ให้ความรู้สึกถึงบรรยากาศแห่งการออกเรือนของบุตรีแห่งสกุล

 

ไม่ว่าจะอย่างไร พวกเขาต้องรักษาหน้า มิให้คนนอกนำไปติฉินนินทาว่าไร้ธรรมเนียมได้

 

บ่าวไพร่ในเรือนตระกูลเฟิ่งล้วนมากมาย เช่นนั้นเพียงค่อนวัน ก็สามารถตระเตรียมทุกสิ่งได้เสร็จสรรพ

 

ทั่วท้องนภาค่อย ๆ ถูกความมืดกลืนกิน

 

ครั้นแสงสุดท้ายแห่งอาทิตย์ยามอัสดงกำลังจะลาลับ เพลิงกองใหญ่ก็ถูกก่อขึ้นด้านนอกเรือนน้อยสายนที

 

เปลวเพลิงแผ่กระจายราวไฟป่า มันลุกโชติช่วงส่องประกายแปลบปลาบ ประหนึ่งพร้อมจะถูกสายลมหอบพาเอาประกายไฟล่องลอยไปติดต้องเป็นเชื้อเพลิงกองใหม่ได้ทุกเมื่อ

 

ผู้คนในตระกูลเฟิ่งแตกตื่นอลหม่านราววิหคแตกรังในทันที

 

***จบตอน เล่ห์กลเฟิ่งเฉียนเสวี่ย***

Novel
Novel