ตอนที่ 11 หาบเข้าไป ! น้ำน่ะ !

หลิวจ่งเทียนยังย้ำคำอีกครา “นับแต่นี้ไป จงปฏิบัติตามกฎทัพอย่างเคร่งครัด ทั้งอย่าสร้างเรื่องก่อกวนในค่ายขึ้นเป็นอันขาด !”

 

หญิงสาวซบหน้าลงกับท่อนแขนของตน เชอะ ! กฎบ้ากฎบออันใดกัน ไร้สาระทั้งเพ เธอคือเว่ยชีชีผู้ไม่มีความเกี่ยวพันกับผู้ใดในฐานทัพ สิ่งที่ต้องการมีเพียงเร่งหาหนทางกลับบ้านเท่านั้น

 

หลิวจ่งเทียนหาได้ใส่ใจฟังคำประท้วงงึมงำ ๆ ของอีกฝ่ายไม่ เขาเดินเข้ามาดูหนุ่มน้อยจอมหาเรื่องจึงได้เห็นเจ้าตัวเล็กกำลังนอนคว่ำหน้าก้นโด่งหายใจฟืดฟาด เห็นทีแรงโบยจะหนักไม่เบา “รอหน่อย เปิ่นหวางจะไปตามหมอมาทายาให้ !”

 

“ไม่ต้อง ๆ !” อีกฝ่ายรีบแหงะหน้าอ้าปากเหวอทันที “อาการแค่ประติ๋ว ไม่ต้องให้ท่านห่วงกังวลหรอก !”

 

หลิวจ่งเทียนยิ้มเยาะก่อนใบหน้าหล่อเหลาจะปั้นแต่งเป็นเคร่งขรึม “ประติ๋วกระนั้นรึ ? ดี เช่นนั้นก็ไปตักน้ำมาให้เต็มถัง เปิ่นหวางจะชำระกาย ! น้ำอาบจำต้องอุ่นกำลังสบายด้วย เข้าใจแล้วใช่หรือไม่ ?”  เขาเคาะหน้าผากหนุ่มน้อยคราหนึ่งก่อนจะกล่าวทิ้งท้าย “เจ้าเองก็ควรไปชำระกายให้สะอาดเสียก่อนจะมาตระเตรียมน้ำให้เปิ่นหวางเช่นกัน !”

 

หนุ่มน้อยตัวมอมงอนหันหน้าหนีไปทางอื่น เสียงกัดฟันแน่นดังกรอดกรอด นี่เธอถูกโบยหนักหนาถึงเพียงนี้ยังจะต้องมาหาบน้ำอีกกระนั้นหรือ ? คุณหนูผู้อู้ฟู่ร่ำรวยแห่งบริษัทเว่ยต้องกระเด็นมาอยู่ในยุคสมัยฮั่น เพียงเพื่อจะเป็นที่รองมือรองเท้าผู้อื่นกระนั้นหรือ ?

 

ชีชีลุกขึ้นด้วยท่าทีกระฟัดกระเฟียด เมื่อยามนี้เธอซวยซ้ำซวยซ้อนต้องมาตกอยู่ในเขตอิทธิพลของหลิวจ่งเทียนเข้าแล้ว คงต้องทำใจยอมจำนนให้แก่คนผู้นั้นแต่โดยดี

 

ชีชีมาถึงริมน้ำ สายน้ำช่างสะอาดใสน่าอาบ ทัศนียภาพเบื้องหน้าช่างงดงามจนอยากกระโจนลงดำผุดดำว่ายให้ชื่นใจ หากแต่คงเป็นได้แค่ในฝัน เมื่อทั้งค่ายพักทหารมีเพียงบุรุษเพศ ย่อมเป็นการไม่สะดวกอย่างยิ่ง อีกทั้งยามนี้ เธอมาเพื่อตักน้ำอาบให้ท่านอ๋องขี้เก๊ก ย่อมไม่ใช่เวลาอันสมควร

 

ท่านรองหลิวผ่านมาทางแม่น้ำพร้อมกลุ่มทหารจำนวนมาก เสียงนายทหารผู้น้อยร้องตะโกนลั่น “เฮ้ ! เว่ยชีชี ไยไม่กระโดดน้ำอาบเล่า !”

 

“สงสัยตูดจะบานเป็นบุปผาอยู่กระมัง จะอาบน้ำได้อย่างไรเล่า ฮ่าฮ่าฮ่า…” ทหารที่เหลือต่างพากันร่วมประสมโรง

 

“จริง ! จริง !”

 

หญิงสาวพยายามสะกัดกั้นความโกรธ เธอยกถังไม้จุ่มลงตักน้ำ นายทหารอีกคนก็ปราดเข้ามาชะโงกดูน้ำในถัง

 

“ทีอาละวาดฟาดหางล่ะเก่งนัก ถุย ! ยามนี้กลับมานั่งตักน้ำทีละครึ่งถังราวกับอิสตรี !”

 

“หากมันเป็นสตรีนี่สงสัยจะเรื่องใหญ่ รูปร่างหน้าตาเช่นนี้เห็นทีจะไม่มีวันได้ออกเรือน ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า !”

 

ชีชีกระแทกถังน้ำลงพื้น พาดฝ่าเท้าขึ้นทับด้านบนส่งสายตาเขียวปั้ดใส่กลุ่มทหารที่มากับรองผู้บัญชาการ หากพวกมันยังตามตอแยเธอมิเลิก เธอจะอัดพวกมันให้น่วมจริง ๆ สิเอ้า ! กะอีแค่ถูกโบยอีก 20 ไม้จะเป็นไรไป ?

 

“พอแล้ว ๆ อย่าก่อเรื่องกันอีก ไปได้แล้ว !” ครั้นรองผู้บัญชาการเห็นว่าพวกทหารเริ่มจะทำเกินไป ทั้งก็เกรงว่าเจ้าพวกนี้จะหาเรื่องปวดหัวมาให้อีก ยิ่งหากไปกวนประสาทเว่ยชีชีจนลงไม้ลงมือถึงขั้นต้องรับทัณฑ์โบยอีก 20 ไม้ ก้นเจ้าหมอนี่คงพังยับเป็นแน่ !

 

เมื่อท่านรองหลิวพากลุ่มทหารเดินจากไป ถังไม้ในมือชีชีก็ลอยละลิ่วน้ำสาดกระเซ็นติดตามไปด้วยแรงเตะของหญิงสาว น่าชังนัก น่าชังที่สุด น่าจะซัดมันให้หมอบให้หายหงุดหงิดสักครา หากทว่าเพราะถ้อยคำขู่ของหลิวจ่งเทียนจึงทำให้เธอต้องเก็บกลั้นความโกรธเกรี้ยวไว้ คำกล่าวนั้นคล้ายมิใช่เพียงคำขู่

 

ชีชีเดินไปเดินมา ประเดี๋ยวเข้า ประเดี๋ยวออกนับครั้งไม่ถ้วน เหน็ดเหนื่อยจนหยาดเหงื่อโทรมกาย หญิงสาวลงนั่งหอบอย่างหมดสภาพอยู่ข้างถังไม้พลางจ้องมองหลิวจ่งเทียนผู้ยังคงนั่งอ่านตำราอยู่บนโต๊ะหนังสือด้วยความรำคาญ คนผู้นี้เห็นทีจะเป็นพวกบ้องตื้น หรืออาจใช้คำจำกัดความว่า “เลือดเย็นไร้หัวใจ” เอ…รึว่า “ไร้มนุษยธรรม” น่าจะเหมาะกว่า

 

“เสร็จแล้ว ! น้ำอุ่นกำลังดีแล้ว !” ยามนี้ชีชีปวดเมื่อยจนหลังแทบหัก หญิงสาวลงคลานราวมีสี่ขากลับไปยังมุมสงบของตน กำลังจะเอาพุงพาดพื้นลงพักกาย เสียงฝีเท้าพลันดังขึ้นจากด้านนอก ท่านแม่ทัพอาวุโสผู้หนึ่งก้าวเข้ามาในกระโจม

 

“ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ ซุ่มโจมตีค่ายซุยงหนูคืนนี้ กระหม่อมคิดว่าพระองค์มิต้องเสด็จไปด้วยองค์เองจะดีกว่านะพ่ะย่ะค่ะ !”

 

“เปิ่นหวางตัดสินใจแล้ว !”

 

“ท่านอ๋อง !” แม่ทัพอาวุโสผู้นั้นยังคงไม่วางใจ เขาพยายามเกลี้ยกล่อมหลิวจ่งเทียนให้เปลี่ยนใจ

 

ท่านอ๋องหนุ่มเดินมาที่กลางกระโจม ก่อนจะผลุบจากไป ชีชีมิรู้จริง ๆ ว่าพวกเขาพูดคุยเรื่องใดกันอยู่…

 

ผ่านไปประมาณ 2 อี๋เค่อ (30 นาที) หลิวจ่งเทียนจึงกลับมา เขาเดินตรงไปหาถังไม้สำหรับแช่กายด้านหลังฉากบังตา ทันทีที่เขายกมือขึ้นจุ่มสัมผัสผิวน้ำ ชายหนุ่มกลับต้องนิ่วหน้า

 

“น้ำเย็นแล้ว ไปเปลี่ยนมา !” จากนั้นเขาก็เดินกลับไปยังโต๊ะหนังสือ และนั่งอ่านตำราต่อ

 

ชีชีเขม่นตาจ้องอีกฝ่ายด้วยความหงุดหงิดหัวเสีย กว่าจะกลับมาก็ผ่านไปตั้ง 2 อี๋เค่อ (30 นาที) แล้วจะไม่ให้น้ำเย็นได้อย่างไรเล่า เป็นท่านอ๋องนี่แสนจะสุขสบายเสียเหลือเกิน อยากทำสิ่งใดก็ล้วนกระทำได้ ทั้งยังเปี่ยมอำนาจบารมี มั่งคั่งภูมิฐานเสียยิ่งกว่าเว่ยชีชีผู้รับสืบทอดมรดกต่อจากต้นตระกูลเสียด้วยซ้ำ

 

เว่ยชีชีตะเกียกตะกายดันร่างขึ้นมาพลางหันไปมองค้อนท่านอ๋องหนุ่มอีกที นอกจากอ่านหนังสือ กรำสงครามแล้ว คนผู้นี้จะทำอันใดได้ ? ดู ๆ ไปแล้ว นอกจากสองเรื่องนี้ คนผู้นี้ก็แค่มีชีวิตอยู่ไปวัน ๆ มีชีวิตเรื่อยเฉื่อยไปเรื่อยเท่านั้น

 

เฮ้อ ! แต่จะอย่างไรก็ต้องไปเปลี่ยนน้ำเสียก่อน ทันทีที่ถังน้ำใบสุดท้ายถูกลากเข้ามาด้านใน เรี่ยวแรงในกายของหญิงสาวก็แทบเหือดแห้ง หยาดเหงื่อเม็ดเป้งร่วงผล็อยลงจากหน้าผาก แสดงให้เห็นถึงความอ่อนล้าสิ้นแรง เธอยกถังน้ำกระแทกใส่อ่างไม้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนถึงความไม่สบอารมณ์ที่ถูกบังคับ

 

***จบตอน หาบเข้าไป ! น้ำน่ะ !***

Novel
Novel
Novel