ตอนที่ 13 หญิงฉลาดต้องรู้จักเอาตัวรอด

หญิงสาวหยิบยืมแสงจันทร์แหงนเงยมองดูบุรุษเบื้องหน้า ครั้นแล้วกลับต้องประหลาดใจเมื่อคนผู้นั้นคือ ท่านอ๋องสาม หลิวจ่งเทียน ! ดวงตาที่สุกใสกระจ่างดั่งหมาป่าคู่นั้นจ้องกลับมาที่เธอด้วยความเกรี้ยวกราดอย่างเหลือทน  เธอตกใจตาค้างเข่าอ่อนร่วงลงก้นจ้ำ แต่แล้วก็กระเด้งกลับขึ้นมาราวกาน้ำชาที่เดือดพล่าน “โอ้ย ! บ้าจริง ! เจ็บชะมัด !”

 

หลิวจ่งเทียนวาดกระบี่เก็บกลับเข้าฝัก พลางขยับเข้ามาหาหนุ่มน้อยตรงหน้า รองผู้บัญชาการหลิวนำนายทหารเข้ามาพอที เพียงปราดตามาเห็นชีชี ดวงตาของเขาก็เบิกโพลงด้วยแทบไม่อยากเชื่อ

 

“เจอตัวแล้ว ! ท่านอ๋อง มันเป็นหน่วยสอดแนมจริง ๆ พ่ะย่ะค่ะ ! แต่แรกกระหม่อมก็คิดไว้แล้วเชียว กระหม่อมเล็งไม่ผิดตัวจริง ๆ”

 

“อะไรนะ ? หน่วยสอดแนม ?” ยิ่งฟังก็ยิ่งงุนงง นี่เธอกลายเป็นหน่วยสอดแนมไปอีกแล้วรึ ? กะอีแค่หนีออกมาจากค่ายแค่เนี้ย เจ้าทหารบ้องตื้นพวกนี้ก็เพ้อไปว่าเธอคือหน่วยสอดแนมได้กระนั้นหรือ ?

 

ท่านอ๋องหนุ่มหันมาจ้องชีชีเขม็งด้วยสายตาเย็นชา “จับมันกลับไปที่ค่าย ทำการสอบสวน !”

 

“นี่ ๆ ! ข้าใช่หน่วยสอดแนมอะไรนั่นเสียเมื่อไร…”

 

จะมีผู้ใดสนใจฟังคำทัดทานของเธอกันเล่า และด้วยเหตุนี้ หญิงสาวในสภาพหนุ่มน้อยจึงถูกลากตัวกลับเข้าค่ายฮั่นอันเกรียงไกรอีกรอบ ทว่าครานี้เธอถูกมัดแน่นหนา ทั้งมิรู้ว่าไอ้บ้าที่ไหนช่วยเตะอัดบั้นท้ายส่งให้อีกหน เจ็บเหลือจะทนจนเหงื่อกาฬแตกพล่าน

 

“คุกเข่า !” รองผู้บัญชาการหลิวกดร่างชีชีลงนั่ง

 

เธอทั้งแอบบ่นแอบด่าสาดเสียเทเสียใส่หลิวจ่งเทียนไม่มีซ้ำคำอยู่ในใจ ไว้ให้เธอเป็นอิสระได้เสียก่อนเถิด แม่จะกลับมากระทืบเจ้าอ๋องขี้เก๊กนี่ให้จมธรณี ให้เจ้าหน้าหล่อนี่เลียรองเท้าเธอให้เงาเลี่ยมเลยทีเดียว !

 

“แผนที่ยุทธศาสตร์อยู่ที่ใด ?”

 

ชีชีตวาดกลับอย่างสุดจะทน “จะให้ข้าต้องย้ำอีกกี่คราว่าข้าหาใช่หน่วยสอดแนมไม่ เจ้างั่ง !”

 

“ยังจะกล้าปฏิเสธอีกรึ ! ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ เราควรใช้บทลงทัณฑ์ขั้นสูงสุดแล้วนะพ่ะย่ะค่ะ !”

 

ผู้ถูกเรียกว่าท่านอ๋องขมวดคิ้วมุ่นก่อนจะขยับฝ่าเท้าก้าวเข้ามา  พร้อมกันนั้นหญิงสาวได้ยินเสียงท่านอ๋องหนุ่มผ่านลงมาจากด้านบนเหนือศีรษะ

 

“เราเพิ่งเสียแผนที่ยุทธศาสตร์ทางการทหาร ส่วนเจ้ากลับหายตัวไปในช่วงเวลาเดียวกัน อย่าบอกนะว่าเจ้าคิดว่าค่ายทหาร คือสถานที่ซึ่งเจ้าสามารถเข้าออกได้ตามใจชอบ !”

 

“ถูกแล้ว ! ข้ามิได้ต้องการอยู่ที่นี่ ถูกโบยเสียก้นบาน ซ้ำยังถูกใช้แรงงานดั่งทาส คนเยี่ยงข้า เว่ยชีชี ต้องมาตรากตรำทนทุกข์ถึงเพียงนี้ตั้งแต่เมื่อไรกัน !”

 

“เจ้าจึงเลือกออกจากค่ายไปในยามค่ำคืนกระนั้นรึ ?”

 

“แล้วอย่างไร ? ข้าจะไป ต้องรายงานท่านด้วยรึ ?”

 

ยิ่งฟังผู้เป็นอ๋องก็ยิ่งเกรี้ยวกราด คิ้วคมเข้มทั้งสองจิกเข้าหากันจนเป็นร่อง ชายหนุ่มยกมือขึ้นโบกพลางเดินไปหน้าโต๊ะหนังสือ เสียงตะคอกเหี้ยมเกรียมตวาดลั่น “โบย ! โบยจนกว่ามันจะยอมพูด !”

 

“พ่ะย่ะค่ะ !”

 

ทหารสองนายแบกไม้โบยขนาดใหญ่เดินตรงเข้ามา ความหวาดกลัวทำให้หยาดเหงื่อเย็นผุดพรายทั่วร่างเว่ยชีชี หญิงฉลาดต้องรู้จักเอาตัวรอดมิใช่รึ ?

 

“พูดแล้ว ๆ พูดก็ได้ ข้าเอาแผนที่เน่า ๆ ที่เจ้าพูดถึงไปเอง…”

 

ทัณฑ์โบยทำให้เธอต้องยอมจำนน เมื่อเว่ยชีชีได้รับความซาบซึ้งใจกับบทเรียนโบยบุปผาบานมาแล้วคราหนึ่ง ไม่ว่าจะด้วยเหตุใดเธอรู้แค่เพียงเธอไม่อาจทนรับเจ้าไม้ตีมหากาฬนั่นได้อีกต่อไปแล้ว

 

“เจ้าคือหน่วยสอดแนมของซุยงหนูใช่หรือไม่ ?” ท่านอ๋องสามทุบโต๊ะลั่น น้ำเสียงเย็นชาประดุจน้ำแข็งดั่งที่ทุกคนไม่เคยประสบพบเห็นมาก่อน หนุ่มน้อยหน้าอัปลักษณ์ผู้นี้สามารถอำพรางตัวตนที่แท้จริง กระทั่งท่านอ๋องเยี่ยงเขาก็ยังถูกรูปร่างที่ผ่ายผอมท่าทางที่อ่อนแอไร้กำลังวังชา หลอกให้หลงเชื่อเสียสนิทใจ

 

“ข้าไม่ใช่กองสอดแนมของซุยงหนู ! เพียงเอาแผนที่ไปก็เท่านั้น ทว่าข้ามิใช่กองสอดแนม !” เธอไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าเหตุใดจึงไม่สามารถสลัดตนให้พ้นจากการถูกยัดเยียดให้เป็นกองสอดแนมได้เสียที

 

รองผู้บัญชาการหลิวคว้าเชือกที่มัดหนุ่มหน้าอัปลักษณ์ขึ้นถามซักไซ้ “แผนที่อยู่ที่ใด ? อยู่กับเจ้าใช่หรือไม่ ?” กล่าวจบมือของเขาก็ตรงเข้าเตรียมค้นตัวอีกฝ่าย

 

มีหรือที่ชีชีจะยอมให้มือของบุรุษล่วงเกินคลำโน่นคลำนี่บนเนื้อตัวเธอ หญิงสาวตวาดลั่น “เขวี้ยงทิ้งไปแล้ว !”

 

“ทิ้งไปแล้ว ? ทิ้งที่ใด ?” ท่านรองหลิวยื่นหน้าเข้ามาถาม

 

“ที่ไอ้พวกหมาป่านั้น ข้าเอามันปาหัวหมา !”

 

“ทหาร ! ไปค้นให้ทั่วเดี๋ยวนี้ จับเว่ยชีชีไปมัดไว้ที่หลักไม้ !” เสียงสั่งการของท่านอ๋องสามเฉียบขาดดุดัน

 

เธอเงยหน้าขึ้นจ้องเขาตาเขียวปั้ด เห็นเขาเพียงนั่งเช็ดคราบโลหิตที่เปรอะเปื้อนอยู่บนปลายดาบอย่างไม่ยี่หระ ประหนึ่งจะย้ำเตือนว่าเว่ยชีชีผู้นี้หาได้มีความสำคัญสำหรับเขาไม่ เขาหาได้ใส่ใจความเป็นไปของเธอ ความอยู่หรือความตายของเธอขึ้นอยู่กับการปริปากของคนผู้นี้เพียงคำเดียว

 

ท่านอ๋องหนุ่มเคลื่อนนัยน์ตาออกจากปลายดาบจึงปะทะเข้ากับสายตาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อของชีชี เขาหรี่ตามองเขม็งจ้องเธอ และนั่นทำให้หญิงสาวหวนนึกถึงแววตาดุร้ายของพวกหมาป่าที่ทำให้เธอหวาดกลัวจนตัวสั่น

 

ผู้ต้องสงสัยว่าเป็นหน่วยสอดแนมจากซุยงหนูถูกลากตัวไปมัดไว้กับหลักไม้กลางค่ายทหาร เธอรู้ดีว่าทหารพวกนั้นไม่มีทางหาแผนที่เจอ เมื่อพวกเขาเหล่านั้นแบกพาข้อกังขากลับมาคาดคั้นอีกครา เธอจะจัดการเช่นไร ? หากไม่ตอบตามตรง เจ้าอ๋องจิตวิปริตผู้นี้คงได้ตัดคอเธอกระเด็นเหมือนเฉือนหัวหมาป่าพวกนั้นเป็นแน่

 

***จบตอน หญิงฉลาดต้องรู้จักเอาตัวรอด***

Novel
Novel
Novel