ตอนที่ 19 มาเลย ๆ เจ้าสายฟ้า

จะบ้า ! นี่ยังไม่หลับอีกรึ ? แล้วเมื่อกี้กรนทำไมซ้ำยังจับได้อีกว่าเธอกำลังจะย่องหนี อย่างนี้จะต้องนวดไปถึงเมื่อไรกันนี่ ?

 

ชีชีจำต้องลงนั่งนวดขาให้อีกฝ่ายจนแสนจะเบื่อหน่าย เรื่องไร้สาระเช่นนี้ดำเนินต่อไป กระทั่งหญิงสาวค่อย ๆ ส่งเสียงกรนตามมาด้วยอีกคน สวรรค์เท่านั้นที่ล่วงรู้ว่าผ่านไปเนิ่นนานเพียงไร เมื่อเธอฟุบหลับลงกับท่อนขาของหลิวจ่งเทียน

 

โดยปกติหลิวจ่งเทียนเป็นคนรู้สึกตัวเร็ว แม้ยามหลับใหลเกิดเหตุการณ์ใดขึ้นเขาก็จะรู้สึกตัวตื่นทันที แม้ยามต้องปราบปรามซุยงหนู เขาก็สามารถรับศึกได้สองสามวันอย่างต่อเนื่องโดยไม่หลับไม่นอน เพียงงีบพักสักชั่วยาม (2 ชั่วโมง) ก็สามารถปลุกตนให้รู้สึกตัวตื่นได้ทันที

 

ทว่าในวันนี้เขากลับหลับตลอดทั้งวัน กว่าจะรู้สึกตัวอีกคราก็ค่ำมืดดึกดื่น ครั้นเมื่อลุกขึ้นจึงเพิ่งรู้สึกตัวว่าเว่ยชีชีกำลังกอดก่ายขาเขาหลับอุตุชนิดไม่รู้เรื่องรู้ราว

 

เดิมทีท่านอ๋องหนุ่มคิดจะกระตุกขาดีดเว่ยชีชีให้รู้สึกตัวสักที ทว่าเมื่อเห็นอีกฝ่ายหลับลึก กระทั่งส่งเสียงกรนเต็มที่เช่นนั้น เขาก็อดมิได้ ที่สุดกลับอุ้มเธอขึ้นไปนอนบนเตียงตน ก่อนจะเดินออกไปยืดเส้นยืดสายด้านนอก

 

วันนี้เกิดอันใดขึ้นกับเขากันนี่ ? ไยวันนี้เขาจึงหลับสนิทไม่รู้ตัวเช่นนี้ ได้หลับลึกยาวนานเพียงนี้ช่วยให้รู้สึกกระปี้กระเปร่ามีพลังอย่างเต็มที่

 

เห็นที จะหลับลึกอีกเมื่อไร คงต้องตามตัวเว่ยชีชีมาช่วยนวดขาให้เสียแล้ว

 

เว่ยชีชีรู้สึกตัวขึ้นมาอีกคราก็เมื่อได้ยินเสียงฟ้าผ่าสนั่น หญิงสาวตื่นตกใจรีบกระโดดลงจากเตียง จึงเห็นฟ้าแลบแปลบปลาบ สายฟ้าฟาด เสียงกระหึ่มก้องอยู่นอกกระโจม หรือสวรรค์จะเป็นใจให้เธอจริง ! ต้องรีบไปที่ต้นไม้ใหญ่นั่นให้เร็วที่สุด

 

ชีชีกระโจนลงจากเตียงรีบวิ่งพรวดพราดออกไปทันที หากทว่ากลับถูกหลิวจ่งเทียนยึดตัวไว้ “ด้านนอกพายุกรรโชก เจ้าจะทำอันใด ?”

 

“ข้าต้องไป ! ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้ !” เธอจ้องเขม็งอยู่กับสายฟ้าด้วยท่าทีร้อนรนใจ พร้อมสะบัดมือออกจากฝ่ามือของหลิวจ่งเทียนอย่างเต็มแรง “บ้าชะมัด ! ปล่อยเดี๋ยวนี้ หากสายฟ้าหมดไปคงไม่มีโอกาสอีกแล้ว !”

 

“พูดกันให้รู้เรื่องเสียก่อน เปิ่นหวางจึงจะยอมปล่อยเจ้าไป !”

 

“Ok บอกท่านก็ได้ ข้ากำลังล่อสายฟ้าอยู่ !”

 

“เพื่อการใด ?” เขาเอ่ยถามทันที “เจ้าล่อสายฟ้าได้ด้วยกระนั้นรึ ?”

 

“เรื่องนี้คงต้องอธิบายยาว ข้าต้องรีบไปแล้ว !” เธอจ้องอีกฝ่ายตาเขียวปั้ด อีกฝ่ายดูท่าจะไม่ยอมปล่อยเธอไปแน่ เมื่อถึงตาจนย่อมไม่มีทางเลือก ชีชีกัดแขนท่านอ๋องหนุ่มอย่างเต็มแรง !

 

ความเจ็บทำให้อีกฝ่ายปล่อยแขนเธอทันใด หญิงสาวหมุนตัววิ่งไปทางประตูกระโจมในทันที ทว่าหลิวจ่งเทียนกลับยังไม่ยอมให้เธอไป เขารีบเข้ามาคว้าตัวเธอรัดทั้งร่างเธอไว้ในอ้อมแขนตน เพื่อมิให้เธอสบโอกาสแอบกัดเขาอีก ชายหนุ่มยกมือขึ้นกุมคางเธอแน่น

 

“นี่เจ้ากล้ากัดเปิ่นหวางกระนั้นรึ ?”

 

“ก็ผู้ใดใช้ให้ท่านมาขวางข้าเล่า ! เจ้าอ๋องชั่ว”

 

“นี่เจ้ากล้าด่าเปิ่นหวางกระนั้นรึ !” เขายกมือขึ้นตีบั้นท้ายเธอ

 

อูย ! เจ็บซ้ำเจ็บซากเสียนี่กระไร !

 

“อ๋องหน้าเหม็น อ๋องสารเลว !” ชีชีร้องโหวกเหวกโวยวาย

 

เดิมทีหลิวจ่งเทียนเพียงตีก้นเธออย่างเบามือที่สุด ทว่าเมื่อได้ยินเสียงก่นด่าไม่ขาดปากเขาจึงโกรธเกรี้ยวขึ้นมาจริง ๆ เช่นนั้นฝ่ามือกว้างจึงยกขึ้นสูง ครั้นกำลังจะตีใส่บั้นท้ายนั้นเป็นครั้งที่สอง แสงจากฟ้าผ่าพลันระเบิดลั่นสั่นสะท้านเป็นวงกว้างอยู่นอกกระโจม ลำแสงเจิดจ้าแปรเปลี่ยนราตรีที่มืดมิดให้สว่างไสวดุจกลางวัน เสียงเปรี้ยงปร้างดังสนั่นกึกก้องจนแก้วหูแทบระเบิด

 

ชีชีทุบหลิวจ่งเทียนเต็มแรง จบกัน ! ฟ้าผ่าชุดสุดท้ายสิ้นสุดแล้ว  !

 

หลิวจ่งเทียนประหลาดใจยิ่งนัก เขาคลายมือจากชีชี ก่อนจะเดินออกมานอกกระโจม มองตรงออกไปภายนอกค่ายที่สว่างเจิดจ้าดุจกลางวัน และแปรเปลี่ยนเป็นมืดมิดเพียงพริบตา ปาฏิหาริย์ !

 

เพียงครู่ ท่านรองหลิวก็พรวดพราดเข้ามาคุกเข่าลงตรงหน้าท่านอ๋องสาม

 

“รายงานท่านอ๋อง ทหารของเราพบที่ตั้งของพวกซุยงหนูแล้วพ่ะย่ะค่ะ !”

 

“รีบจัดทัพ พร้อมประจันบาน !” หลิวจ่งเทียนเลิกคิ้วสูง

 

“ไม่จำเป็นแล้วพ่ะย่ะค่ะ พวกมันพากันล้มตายเกลื่อนกลาด คงเหลือรอดได้เพียงหนึ่งหรือสองคนเท่านั้นพ่ะย่ะค่ะ !”

 

ท่านอ๋องหนุ่มให้รู้สึกฉงนสนเท่ห์ยิ่งนัก เขาหันมาหารองผู้บัญชาการ เพื่อไถ่ถามว่าเหตุใดพวกข้าศึกจึงแตกพ่ายรวดเร็วถึงเพียงนี้ ? รองผู้บัญชาการหลิวชำเลืองมองชีชีคราหนึ่ง ก่อนจะเข้ามากระซิบกระซาบข้างหูท่านอ๋องหนุ่ม

 

“พวกมันดักซุ่มเตรียมโจมตีพวกเราอยู่ในราวป่า ทว่าสายฟ้าที่ผ่าลงมาด้วยฝีมือน้องเว่ยใช้แท่งเหล็กผูกติดกับต้นไม้ใหญ่เป็นตัวล่อกลับฟาดใส่พวกมันจนล้มตายเกลื่อนพื้นพ่ะย่ะค่ะ ! ทหารเวรรายงานว่า เห็นลูกไฟขนาดยักษ์พุ่งลงมาจากท้องฟ้า จากนั้นก็เกิดแรงระเบิดครั้งใหญ่ เมื่อพวกเขาเข้าไปดูจึงเห็นซากศพพวกซุยงหนูประมาณ 10 นาย ใกล้บริเวณต้นไม้ที่น้องเว่ยทำการล่อสายฟ้าไว้พ่ะย่ะค่ะ”

 

“ต้นไม้ข้า !” เว่ยชีชีก้าวออกมาด้านหน้าด้วยท่าทีโกรธเกรี้ยว หลิวจ่งเทียนหันไปมองเธอด้วยท่าทางฉงนสงสัย

 

“ทั้งหมดเป็นความผิดของท่านที่เข้ามาขัดขวางข้า ต้นไม้นั่น ข้าเตรียมไว้เพื่อตนเอง ! ผู้ใดอยากฆ่าเจ้าพวกซุยงหนูนั้นกันเล่า !” ยามนี้เธอเศร้าเสียใจยิ่งนัก ความหวังจะได้กลับคืนบ้านกลายเป็นฝุ่นผงไปเสียแล้ว

 

“เจ้าอยากเข้าไปถูกฟ้าผ่าตายกระนั้นรึ ?” หลิวจ่งเทียนเข้ามาจูงมือเธอลากกลับไปที่กระโจมใหญ่ด้วยความเดือดดาล

 

ท่านรองหลิวยกมือขึ้นเกาหัวแกรก มิรู้จริง ๆ ว่าชีชีกำลังจะทำสิ่งใด ทั้งท่านอ๋องก็ดูจะว้าวุ่นใจมิน้อย เห็นทีหลีกไปก่อนน่าจะเป็นการดี เช่นนั้นรองผู้บัญชาการจึงล่าถอยหลบไปอย่างเงียบเชียบ !

 

เว่ยชีชีถูกโยนลงบนพรมข้างชั้นหนังสือ ขณะที่หลิวจ่งเทียนยังคงขมวดคิ้วเข้มแทบผูกปมได้ เขาคว้าปอยผมสั้น ๆ ของอีกฝ่ายดึงเข้ามา “เจ้ารู้วิธีล่อสายฟ้าได้เยี่ยงไร ? แท้จริงเจ้าคือผู้ใดกันแน่ ?”

 

***จบตอน มาเลย ๆ เจ้าสายฟ้า***

Novel
Novel
Novel