ตอนที่ 2 เว่ยชีชี

ชื่อ : เว่ยชีชี

อายุ : 17 ปี

 

รูปลักษณ์ : ผมซอยสั้น สูง 169 ซม. ชื่นชอบการสวมเสื้อเชิ้ตกางเกงยีนส์ รองเท้าสนีกเกอร์ ทะลึ่งตึงตังโผงผาง ทว่ากลับแฝงไว้ด้วยเสน่ห์แพรวพราวที่จะทำให้คุณหลงรักอย่างไม่รู้ตัว

 

อาชีพ : ไฮสคูลปีสาม โรงเรียนหญิงล้วนซวนเต๋อ

 

อุปนิสัย : ร่าเริงแจ่มใส บ้าพลัง อึดพร้อมลุยทุกสถานการณ์ ป๋ามาก ชอบปกป้องผู้ที่อ่อนแอกว่า

 

งานอดิเรก : แช้มป์มวยจีนสายแข็งยึดสังเวียนอยู่เนืองนิจ คือเธอ ไม่เท่านั้น สายดนตรียังต้องซูฮกเพราะนี่คือ สาวกสายร็อคตัวจริงเสียงจริงไม่อิงนิยาย

 

ฐานะ / สถานภาพ : ทายาทแต่เพียงผู้เดียวของบริษัทเว่ยยักษ์ใหญ่ธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ ลูกพี่หัวโจกขาโจ๋ประจำโรงเรียนหญิงล้วนซวนเต๋อ

 

คติประจำใจ : อดีตอาจมีวีรสตรีผู้กล้า ทว่ายุคนี้มันต้องเว่ยชีชีผู้นี้เท่านั้นเฟ้ย !

 

**           **           **           **

 

“เฮ้ย ๆ พอได้แล้ว ๆ เว่ยชีชีมาโน่นแล้ว…”

 

ณ ปากประตูทางเข้าโรงเรียนไฮสคูลซวนเต๋อ กลุ่มเด็กหนุ่มรีบเก็บนิตยสารซึ่งลงประวัติโดยย่อของเว่ยชีชีซุกไว้ด้านหลัง พลางผลักกันไปดันกันมาต่างยื้อแย่งมองลอดช่องผ่านบานประตูเข้าไปในโรงเรียน

 

กลุ่มเด็กนักเรียนสาวนับโหลพากันเดินหัวร่อต่อกระซิกกันอย่างร่าเริงผ่านมาทางสวนภายในโรงเรียน เด็กสาวหัวหน้ากลุ่มมีรูปร่างสูงโปร่ง ใบหน้างดงามหมดจด ผิวพรรณขาวกระจ่างละเอียดเนียนอ่อนเยาว์ นัยน์ตากลมโต เพียงเธอแย้มยิ้ม มวลบุปผาทั้งหลายประดุจจะเบ่งบานน้อมรับ ปลายจมูกที่งดงามได้ส่วน รับกับริมฝีปากแดงระเรื่อสดใส เพียงแวบเดียวที่ยลเห็นก็สามารถดูดกลืนจิตใจผู้คนให้ถวิลหามิรู้ลืม

 

และนั่นก็คือ เว่ยชีชี ‘ลูกพี่วัยโจ๋’ แห่งซวนเต๋อ เด็กสาวผู้เปี่ยมเสน่ห์แฝงแรงดึงดูดให้โหยหาใฝ่ปอง พี่ใหญ่ผู้ได้รับการซูฮกจากเหล่าบรรดาศิษยานุศิษย์ร่วมสถานศึกษา ในตอนนี้เว่ยชีชีเพิ่งเลิกเรียน และกำลังเดินออกมาพร้อมกลุ่มเพื่อนทั้งโขยง

 

“ชีชี มีคนคนอยากมาขอสวามิภักดิ์พวกเราอีกแล้ว…” สหายคนหนึ่งบั๊มก้นเย้าเธอ ผู้ถูกกล่าวถึงจึงส่งสายตาปราดไปหากลุ่มเด็กหนุ่มที่กำลังยกศอกถองพยักพเยิดกันไปมาคล้ายเริ่มจะปอดแหก

 

ชีชีเบ้ปากหัวเราะร่วน “ขี้ขลาดตาขาวราวกับหนูตะเภา แค่เสนอหน้ามาแนะนำตัวสักคำสองคำก็ยังไม่กล้า ไม่ต้องไปสนใจพวกมัน !”

 

ห่างออกไป รถไครสเล่อร์ลีมูซีนคันหรูกำลังขับมาจอดเทียบอยู่ด้านหลังประตูโรงเรียน คนขับรถวัยกลางคนผู้หนึ่งก้าวออกมาจากลีมูซีนคันยาวพร้อมโน้มกายเปิดประตูออกด้วยอาการนอบน้อม ชีชีโบกมือลากลุ่มสหายพร้อมมุดหัวเข้ารถคันงามไปอย่างคล่องแคล่ว พาหนะสุดล้ำเลิศค่อย ๆ เคลื่อนตัวจากไปอย่างเชื่องช้า

 

เว่ยชีชีนอนเอกเขนกอยู่ในรถหรูส่วนตัวอย่างสบายอารมณ์ เพื่อฆ่าเวลาอันน่าหน่าย พี่ใหญ่ประจำโรงเรียนยกมือขึ้นกดสวิชต์ เปิดวีดีโอดูมิสเตอร์บีนนอนแทะป๊อปคอร์นด้วยความสุขโข สาวน้อยนอนหัวเราะคิกคักสองขาของเธอเหยียดยาว เพื่อคลายความเมื่อยล้าอยู่หน้าจอทีวีในรถคันโต

 

คนขับรถผู้นั้นมองลูกสาวเศรษฐีผู้มีหน้ามีตาในสังคมผ่านบานกระจกหน้ารถ ยามนี้เธอกำลังนอนเอกเขนกอย่างมิรู้ร้อนรู้หนาว เด็กสาวด้านหลังเขาคือทายาทแต่เพียงผู้เดียวของตระกูลเว่ย คือผู้ที่จะได้รับมรดกทรัพย์สินสมบัติทั้งหมดของวงศ์ตระกูล ย่อมเป็นธรรมดาที่ชีวิตของเธอจะพรั่งพร้อมทุกสิ่ง ไม่ต้องอาทรร้อนใจในเรื่องใด ทั้งเสื้อผ้าอาหารล้วนเกินคำว่าสมบูรณ์พร้อม เมื่อเธอคือผู้ที่จมอยู่ในมหาสมุทรแห่งโชควาสนา และความมั่งคั่งจนมิอาจโงหัวพ้นไปได้ทั้งชีวิต

 

ขณะที่มิสเตอร์บีนกำลังมันส์ถึงพริกถึงขิงจู่ ๆ รถกลับกระชากหยุดกึก ชีชีเงยหน้าขึ้นจ้องเขม็งไปด้านหน้าด้วยความแปลกใจ เกิดอันใดขึ้น ? เหตุใดรถจึงหยุดกะทันหันเช่นนี้ ?

 

คนขับรถยกมือขึ้นกุมหัวส่งเสียงร้องเอะอะ “เจ้าแมลงเหลืองพวกนี้โผล่มาจากไหนกัน ? โอย อะไรกันนี่ ในรถมีแต่เจ้าแมลงพวกนี้ !”

 

“ว่าอย่างไรนะ ?” หญิงสาวรีบเปิดประตูหมายจะกระโดดหนีออกนอกรถ ทว่าจู่ ๆ กลับรู้สึกหวิว ๆ  เสียงหญิงสูงอายุสวดบ่นบางสิ่งพึมพำดังก้องในหัว ความเจ็บปวดพลันถาโถมอย่างหนักทั่วใบหน้า ชีชียกมือขึ้นกุมหน้า ความรู้สึกยามนี้ประดุจหมู่แมลงนับล้านกำลังชอนไชกัดกินเข้าไปในเนื้อ ฉับพลันภาพเบื้องหน้ากลับกลายเป็นหมู่แมลงเบียนเหลืองฝูงยักษ์ที่กำลังกรูเข้ามาหาเธอ

 

“ลุงเหยียน ลุงเหยียน !”

 

เพียงคนขับรถได้ยินเสียงร้องเรียกด้วยความแตกตื่นตกใจของชีชี เขาก็รีบวิ่งเข้ามาช่วยคุณหนูแต่เพียงผู้เดียวของตระกูล โดยไม่สนใจว่าสถานการณ์ในยามนี้จะย่ำแย่เพียงไร ทว่าสายไปเสียแล้ว เมื่อเพียงสิ่งเดียวที่เขากระทำได้คือการเป็นสักขีพยานในสภาพการณ์ที่คุณหนูแต่เพียงผู้เดียวของตระกูลถูกห่อหุ้มอยู่ภายใต้ม่านพลังสีแดงที่ร้อนแรงพร้อมสายลมกระโชกแรงที่หอบพาร่างของเธอหลุดลอยไปราวกับเศษฝุ่นผงธุลีที่ปลิดปลิวไปกับอากาศโดยไม่ทิ้งร่องรอยใด ๆ หลงเหลือไว้ เพียงพริบตา ร่างของเว่ยชีชีก็ไม่ปรากฏให้เห็นอีกต่อไป…

 

คนขับรถผู้นั้นได้เพียงยืนนิ่งตะลึงตาค้างด้วยไม่อาจเชื่อสิ่งที่ตนเป็นประจักษ์พยานรู้เห็นในยามนี้  เขายกมือขึ้นขยี้ดวงตาทั้งสองข้างด้วยความฉงนสนเท่ห์ก่อนจะจ้องตรงไปยังภาพฉากเบื้องหน้าอีกครา ที่ตรงเบาะหลังยังคงว่างเปล่า วีดีโอมิสเตอร์บีนยังคงเล่นต่อไม่หยุดยั้ง ทว่าที่ซึ่งเว่ยชีชีเคยปรากฏกายกลับเลือนหาย เจอกับตัวจัง ๆ เช่นนี้ชายวัยกลางคนถึงกับอึ้งพูดไม่ออกเลยทีเดียว

 

***จบตอน เว่ยชีชี***

Novel
Novel
Novel