ตอนที่ 25 ทุกคนหลบ !

“เช่นนั้น ไม่อาจมีสตรีในทัพได้เลยกระนั้นหรือ ? ดังเช่นคนพิเศษบางคน !”



“แน่นอนว่าย่อมมี ครอบครัวของแม่ทัพ หรือท่านอ๋องย่อมสามารถเดินทางร่วมในค่ายทหารได้ตราบเท่าที่พวกเธอไม่เข้ามาก้าวก่ายการศึก !”



“เหยียดเพศชัด ๆ !” ชีชีกำหมัดชกใส่ขาท่านอ๋องหนุ่มด้วยอารมณ์ที่เกรี้ยวกราด



เมื่ออีกฝ่ายต้องเจ็บตัวจึงลุกพรวดพราดขึ้นมาคว้าคอเสื้อหนุ่มน้อยผู้รับใช้จนตัวลอย “ต้องให้เปิ่นหวางสับหัวเจ้าให้เละเสียก่อนหรือไร เจ้าจึงจะยอมรับใช้เปิ่นหวาง !”



“เช่นนั้นก็ออกคำสั่งให้คนมาบั่นศีรษะข้าสิ อย่างไรข้าก็ไม่มีบ้านจะกลับอีกแล้ว !” กล่าวไปนัยน์ตาผู้เอ่ยกล่าวก็แดงก่ำ ดวงตาคู่งามที่ร้อนแผดเผาแทบปล่อยควันออกมาได้เขม็งจ้องหลิวจ่งเทียน



ท่านอ๋องหนุ่มครุ่นคิดไปว่า หากใบหน้าของชีชีมิได้ด่างพร้อยเต็มไปด้วยแผลเป็นสีเหลืองปูดเป็นทาง ดวงหน้านี้ย่อมต้องหล่อเหลาอย่างถึงที่สุด ดวงตางามคู่นั้นเปี่ยมเสน่ห์คล้ายสามารถดึงดูดจิตวิญญาณผู้คนให้ใหลหลงอย่างลืมตัว ครั้นเมื่อรู้สึกตัว เขาจึงรีบปล่อยมือหนุ่มน้อย แสร้งทำหงุดหงิดหัวเสีย



“ออกไปได้แล้ว !” หลิวจ่งเทียนหันหลังแสดงท่าทีเย็นชา



เสี้ยวนาทีหนึ่งเขาคิดอยากสังหารเธอ ทว่าเพียงอีกเสี้ยวนาทีถัดมาก็กลับมาผลักไสไล่ส่ง ท่านอ๋องผู้นี้ช่างแปลกคนเสียจริง ชีชีรีบลุกหลีกออกจากกระโจมใหญ่ในทันที



ต้องตรากตรำเดินทางแสนเหนื่อยยากแล้ว ชีชียังต้องมานอนปะปนกับนายทหารทั้งหมู่ ตลอดทั้งตัวตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าเต็มไปด้วยบุรุษกลิ่นกายแรงแทบสลบ ให้หวนนึกถึงคืนวันในอดีตที่ผ่านมา ช่วงชีวิตในฐานะทายาทผู้สืบทอดบริษัทยักษ์ใหญ่ที่หรูหราราวกับราชนิกูลชีชีก็ยิ่งชอกช้ำใจ เธอกระเสือกกระสนไต่คลานกระดุบกระดิบออกจากกระโจม ที่สุดจึงต้องออกมานอนดูฟ้าที่กลาดเกลื่อนไปด้วยหมู่ดวงดาราอยู่ด้านนอก



ภาพความงดงามสดใสเบื้องหน้าทำให้หวนนึกถึงคุณปู่ ทุกครั้งที่คุณปู่พบหน้าชีชี คุณปู่จะยิ้มไม่หุบด้วยความสุขใจ สีหน้าของคุณปู่แสดงให้เห็นชัดว่าไม่มีหลานคนใดจะน่ารักไปกว่าเธออีกแล้ว แต่เมื่อคุณพ่อแต่งงานใหม่เมื่อสามปีที่แล้ว คุณปู่จึงตัดสินใจยกทรัพย์สินมรดกทั้งหมดให้แก่ชีชี ทรัพย์สมบัติทั้งหมดที่คุณปู่ยกให้นั้นเรียกได้ว่าเป็นอนาคตของตระกูลเว่ยเลยทีเดียว



พ่อของชีชีสมรสครั้งใหม่กับหญิงวัยกลางคนผู้งดงาม สตรีผู้นั้นมีบุตรสาวติดมาด้วย เด็กสาวมีอายุน้อยกว่าชีชีสองปี นับแต่หญิงผู้นั้นล่วงรู้ว่าทรัพย์สมบัติของคุณปู่ถูกยกให้แก่ชีชีทั้งหมด เธอผู้นั้นก็นึกฉงนสงสัย กระทั่งพ่อของชีชียังอดไถ่ถามข้อเท็จจริงจากคุณปู่มิได้ ทว่ายามนี้ คงไม่มีผู้ใดต้องมานั่งคิดถึงทรัพย์มรดกประจำตระกูลเว่ยอีกแล้ว เมื่อเธอมิใช่ผู้ที่อยู่ในยุคสมัยนั้นอีกต่อไป จากหญิงสาวผู้งดงามโดดเด่นเหนือผู้ใด เนรมิตทุกอย่างในโลกได้ดังใจปรารถนากลับต้องกลายมาเป็นทหารชั้นต่ำ สามัญชนคนธรรมดาในอาณาจักรฮั่นที่ยิ่งใหญ่ ทั้งยังต้องเสียรูปโฉมอันงดงามไปอีกด้วย



เมื่อมองหมู่ดวงดาราที่ล่องลอยอยู่กลางท้องนภา ชีชีก็อยากจะกระโจนขึ้นฟ้าไปส่องดูให้มันรู้เสียทีว่าโลกนี้มันเกิดอันใดขึ้นกันแน่ อีกเพียงครู่หญิงสาวก็เริ่มสัปหงก และจมดิ่งลงสู่ห้วงนิทราอย่างไม่รู้ตัว



วันถัดมา ท่านอ๋องสามหลิวจ่งเทียน และท่านแม่ทัพชือต่างนั่งประจำที่อยู่กลางทะเลทราย เพื่อชมการสาธิตสร้างแผงระเบิดปราการของเว่ยชีชี หลิวจ่งเทียนหรี่ตามองชีชีผู้กำลังง่วนอยู่กับการจัดเตรียมอุปกรณ์ด้วยความนึกฉงนว่าเจ้าหนุ่มอัปลักษณ์ผู้นี้จะสร้างความประหลาดใจใดให้แก่เขาอีกในครานี้



ชีชีสอนเหล่าทหารให้บรรจุน้ำมันปลาใส่ไหก่อนจะปิดฝาโปรยฝุ่นบางอย่างด้านบน ทิ้งสายเชือกยาวมากลากออกมา



พ่อหนุ่มตัวน้อยจัดการฝังไหบรรจุน้ำมันลงไว้ในทะเลทรายก่อนจะร้องตะโกนลั่น “ทุกคนหลบ !”



ชีชีนั้นเปี่ยมด้วยความมั่นใจอยู่ลึก ๆ เมื่อสมัยครั้งเรียนไฮสกูลเธอเคยเล่นสร้างระเบิดเช่นนี้หลายครา ยังมีคราหนึ่งเกือบทำโกดังไหม้ ยังดีที่คุณปู่อยู่ด้วยพอดีจึงช่วยไว้ได้ทัน มิคิดเลยว่าในวันนี้เธอจะต้องมาแสดงฝีมือโชว์ระเบิดกัมปนาทอีกครั้ง



ทุกคนต่างหลีกหลบตามคำแนะนำของผู้แสดงฝีมือ ส่วนชีชีก็เดินตรงเข้าไปใช้คบเพลิงจุดปลายเชือกด้วยความระมัดระวัง ก่อนจะรีบซอยเท้าวิ่งหนีหน้าตั้งออกมาอย่างไม่คิดชีวิต บ้าชะมัด ! แค่ผละออกมาได้ไม่กี่ก้าวหญิงสาวก็รู้ตัวแล้วว่าทิ้งเชือกสั้นเกินไป ตามกันมาติด ๆ นั้นคือเสียง ตูม ดังสนั่นหวั่นไหว ผงทรายคลุ้งตลบฟุ้งขึ้น น้ำมันปลาทะลักกระเซ็น เปลวเพลิงพลุ่งโพลงสว่างเจิดจ้าทั่วท้องนภา ผืนทะเลทรายอันกว้างใหญ่ถูกชะโลมโชกชุ่มไปด้วยเปลวเพลิง



หลิวจ่งเทียนผู้กำลังชมลุกพรวดขึ้นทั่วทั้งร่างสั่นสะท้าน เบื้องหน้าสายตามีเพียงควันดำโขมงเคล้าฝุ่นทรายตลบฟุ้ง แล้วชีชีเล่า ? เขารีบสาวเท้าก้าวยาวออกไปทันที เมื่อภายในใจเริ่มตระหนักได้ว่า เว่ยชีชีอาจถูกแรงระเบิดโถมใส่กระทั่งกลายเป็นซากศพไปเสียแล้ว


เสียงสำลักไอจามดังขึ้น พร้อมเว่ยชีชีผู้เดินทุลักทุเลออกมาจากกลุ่มควันหนาด้วยใบหน้าที่เลอะไปด้วยเขม่าดำ และเสียงก่นด่าที่ลอยมาตามสายลม “ให้ตายเถอะ ! เกือบได้ตายโหงกันแล้ว ! พลาดไปนิด รีบระเบิดเสียไม่ทันตั้งตัว ข้านี่เกือบกลายเป็นผีไปแล้วไหมเล่า !”



ท่านอ๋องหนุ่มถอนใจยาวด้วยความโล่งอก ก่อนจะกลับมานั่งประจำที่ด้วยท่าทีสงบ เมื่อครู่เขาตกใจจนลืมตัวมากไปหน่อย



“อัศจรรรย์ยิ่งนัก !” แม่ทัพชือลุกขึ้นปรบมือให้ บรรดาทหารทั้งหลายต่างส่งเสียงแซ่ซ้องชื่นชมด้วยความยินดี

 

ชีชีเดินตรงเข้ามาหาหลิวจ่งเทียนด้วยท่าทีกระหยิ่มยิ้มย่อง “ท่านอ๋อง หากเราฝังระเบิดพวกนี้ไว้ใต้ทะเลทรายสัก สิบลูกหรือมากกว่า เมื่อทัพซุยกหนูบุกเข้ามา เราก็แค่จุดปลายเชือกให้ติดไฟเท่านั้น ที่เห็นจะยากก็น่าจะไอ้การจุดเชือกนี่ล่ะ วันนี้ข้ายังเกือบได้ทิ้งชีวิตไปแล้วไหมเล่า ฮ่าฮ่าฮ่า !”



ชีชียกมือขึ้นปาดหยาดเหงื่อบนใบหน้า หยาดเหงื่อชุ่มถูกละเลงเข้ากับเขม่าควันสีดำสนิทจึงเกิดเป็นรอยเส้นสีดำที่ขีดเขียนอย่างเละเทะบนใบหน้าของเธอ ยิ่งดูก็ยิ่งน่าขัน หลิวจ่งเทียนรีบเลี่ยงมองไปทางอื่น เพราะหากเขายังจ้องมองเจ้าหนุ่มน้อยอยู่เช่นนี้คงกลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่เป็นแน่ กิตติศัพท์ของเขานั้นเป็นที่เลื่องลือไปทั่วในความเป็นท่านอ๋องผู้ไร้หัวใจไร้รอยยิ้ม จะให้เขาหลุดหัวเราะออกมาต่อหน้าทหารทั้งหลาย เพียงเพราะเจ้าหนุ่มน้อยผู้หนึ่งได้อย่างไรกัน



“ฮ่าฮ่าฮ่า ! ชีชี ดูสารรูปเจ้าสิ !” รองผู้บัญชาการหลิวหัวเราะร่วน “รีบ ๆ ไปอาบน้ำเถิด หาไม่แล้ว ทุกคนคงได้กลัวแทบตายเป็นแน่ !”

 

***จบตอน ทุกคนหลบ !***

Novel
Novel
Novel