ตอนที่ 33 ไอ้บ้านี่ใคร ?

ขณะที่อู๋จงอวี้กำลังพูดจาอย่างโอ้อวดวางท่าอยู่นั้น ชีชีก็วิ่งเหงื่อท่วมเข้ามาชนพอดี ครั้นเธอเห็นคนแปลกหน้าเข้ามาอยู่ในกระโจม คำกล่าวที่กำลังจะหลุดจากปากก็พลันถูกเก็บกลับเข้าไปในทันที

 

ไอ้บ้านี่ใครกัน ? วางท่าเสียราวกับเทพจากสวรรค์

 

“ผู้นี้ก็คือ ?” อู๋จงอวี้มองอีกฝ่ายตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า เท่าที่เห็นก็ดูคล้ายชาวเมืองอื่น ทว่ากลับสวมใส่ชุดเกราะแม่ทัพ เด็กหนุ่มผู้นี้ยังเยาวว์วัยทั้งใบหน้าก็แสนอัปลักษณ์ยิ่ง ข้อฉงนสงสัยพรั่งพรูขึ้นมากมาย

 

“ข้าคือเว่ยชีชี ฟูกัวโย่วเจียงจวินคนใหม่ !” ชีชีรายงานชื่อเสียงเรียงนามพร้อมตำแหน่งด้วยท่าทีองอาจ

 

หลิวจ่งเทียนกุมขมับหนักใจ เห็นทีเรื่องการแต่งตั้งชีชีขึ้นเป็นแม่ทัพจะปิดซ่อนไว้ไม่อยู่เสียแล้ว* เรื่องชักเริ่มเลยเถิด หากข่าวนี้ล่วงรู้ไปถึงพระเนตรพระกรรณเสด็จพี่ และยิ่งหากเสด็จพี่ทรงทราบว่านางคืออิสตรี เรื่องทั้งหลายจะยิ่งใหญ่โตบานปลาย

*การแต่งตั้งในทัพครานี้เป็นการแต่งตั้งชั่วคราว เนื่องจากต้องกราบทูลฮ่องเต้จึงจะได้รับการแต่งตั้งอย่างสมบูรณ์

 

“อ้อ เป็นท่านแม่ทัพคนใหม่นี่เอง เอ… แล้วไยกระหม่อมมิเคยได้ยินท่านอ๋องตรัสถึงเรื่องนี้เลยเล่าพ่ะย่ะค่ะ ? เรื่องสำคัญเช่นนี้สมควรเร่งกราบทูลฝ่าบาท เมื่อพวกเรากำชัยชนะกลับไป ย่อมต้องทูลเกล้าความดีความชอบ และโทษทัณฑ์อันควรได้รับของทุกฝ่าย” ท่านผู้ตรวจทัพเอ่ยกล่าวด้วยท่าทีทรงความเป็นธรรม

 

หลิวจ่งเทียนส่งสายตาถมึงทึงมาที่เว่ยชีชี ทว่าอีกฝ่ายกลับยังไม่เข้าใจว่าเหตุใดอ๋องสามผู้นี้จึงจ้องเธอเช่นนี้ อ้าว… คราวนี้เซ่อซ่าไปทำอันใดผิดอีกเล่า ? ว่าแล้ว หญิงสาวก็แลบลิ้นแผลบให้หนึ่งทีก่อนจะค่อย ๆ แอบดอดชิ่งถอยออกมาอย่างเงียบเสียง

 

วันถัดมา ทหารทั้งหลายต่างติดอาวุธพร้อม หลิวจ่งเทียนยังนึกแปลกใจที่เขาไม่เห็นแม้เพียงเงาของชีชี

 

หรือนางนึกกลัว ? สตรี จะอย่างไรก็ยังคงเป็นอิสตรี ธรรมชาติสตรีเพศย่อมขลาดเขลาเป็นธรรมดา

 

การบุกเข้าทะเลทรายไม่อาจขึ้นขี่ม้า หลิวจ่งเทียนสวมใส่ชุดเกราะอ่อนสืบฝ่าเท้าเดินก้าวยาวเข้ามาตรวจตราทัพ สำรวจดูนายทหารทั้งหลายผู้พร้อมจะบุกเข้าสู่ทะเลทราย ฉับพลัน สายตาของท่านอ๋องหนุ่มก็ตวัดมาเห็นนายทหารผู้ก้มหน้างุด ๆ พยายามหลบสายตาเขาตลอดเวลา เพียงเห็นร่างเล็ก ๆ ของทหารนายนั้นเขาก็รู้ได้ทันทีว่าเว่ยชีชีหาเรื่องป่วนอีกแล้ว

 

“ออกมา !” เขาเดินเข้าไปหา

 

นางเดินออกมาทำหน้านิ่วพลางเงยหน้าขึ้นจ้องอีกฝ่ายอย่างไม่สบอารมณ์

 

“ข้าจะไปด้วย ! ข้าก็ดำรงตำแหน่งโย่วเจียงจวินนะ !”

 

“กลับไป หาไม่ เปิ่นหวางจะสั่งคนมาลากตัวเจ้าไป !” เขากระซิบข้างหูนาง

 

หญิงสาวเบ้ปาก “นี่จะไม่ให้ข้าไปจริง ๆ หรือ ?”

 

“จริง !”

 

“ย่อมได้ เช่นนั้นพวกท่านก็ไปกันให้หมดเลย ข้าจะตามเข้าไปในทะเลทรายภายหลังก็ย่อมได้ !”

 

“มิได้ ! นั่นยิ่งอันตรายเข้าไปใหญ่ !” เขาขมวดคิ้วเข้ม

 

“เอาไง ? จะพาไปได้รึยัง ?”

 

“เว่ยชีชี !”

 

“จะให้ข้าไปด้วย  รึจะให้ข้าไปเอง ?” ความอ่อนข้อช่างไม่มีให้เห็นแม้ในแววตาของเธอ ก็แน่ละสิ เดาไว้อยู่แล้วว่าจะอย่างไรท่านอ๋องขี้เต๊ะผู้นี้จะต้องไม่ปล่อยให้เธอบุกเดี่ยวลุยทะเลทรายเข้าไปเป็นแน่ สีหน้าเอือมระอาของหลิวจ่งเทียนบ่งบอกชัดว่าเขาหมดหนทางจัดการกับเธอแล้วจริง ๆ

 

“เคลื่อนทัพ !” เขาหันหลังกลับด้วยท่าทีเย็นชาพร้อมส่งเสียงสั่งทัพดังกึกก้องก่อนจะก้าวขายาว ๆ ฉับ ๆ ออกไป

 

เว่ยชีชียกมือขึ้นปิดปากหัวเราะคิก เธอยกมือตบน้ำเต้าบรรจุน้ำที่เหน็บไว้ข้างกายพร้อมก้าวเดินร่วมทัพไปด้วยใบหน้าเริงร่า

 

การเคลื่อนพลเข้าสู่ทะเลทรายเป็นเรื่องหนักหนายิ่ง ยามนี้เว่ยชีชีตระหนักดีแล้วว่านี่มิใช่เรื่องเล่น ๆ ดวงตะวันแรงกล้าสาดแสงอยู่เหนือหัว แรงกระหายน้ำอย่างยิ่งยวดยากจะทัดทาน หญิงสาวยกน้ำขึ้นจิบเป็นระยะ น้ำเต้าบรรจุน้ำแห้งเหือดไปหนึ่งลูกอย่างรวดเร็ว ดีที่เธอรู้ทัน ตระเตรียมไว้อีกหลายลูก ทว่าหากยังต้องย่ำเดินไปเช่นนี้เรื่อย ๆ เห็นทีคงได้เหนื่อยขาดใจตายเสียกระมัง อีกนานไหมกว่าจะถึง ? เฮ้อ ! หากมีเฮลิคอปเตอร์คงถึงไปแต่ไก่โห่แล้ว ไม่ต้องมาเดินย่ำต๊อกกันทีละก้าวสองก้าวเช่นนี้

 

ไยพวกเขาไม่หยุดพักกันเสียบ้าง ? เจ้าอ๋องสามตัวดีนั่นล่ะ ร้อนถึงเพียงนี้ยังไม่รู้จักหยุดจักพัก คิดจะให้ทหารขาดใจตายกันเลยหรือไง ?

 

“เป็นอย่างไร ? เปิ่นหวางให้เจ้ารออยู่ในกระโจม เจ้ากลับยืนกรานขอร่วมรบ ตอนนี้ไม่ไหวแล้วล่ะสิ ?” หลิวจ่งเทียนเดินเข้ามาหา ท่าทางของเขาดูอิดโรยเช่นกัน

 

“พักหน่อยสิท่านอ๋อง ! ร้อนจะตายอยู่แล้ว !” เธอห่อปากเบ้พลางยกมือขึ้นบังแดด

 

“มิได้ พวกเราต้องถึงจุดนัดหมายให้ทันเวลา หากข่าวรั่วไปเราจะกลับกลายเป็นฝ่ายเสียเปรียบ !”

 

“แต่หากเดินหน้าต่อไปเช่นนี้จะต้องมีทหารอีกหลายนายเป็นลมแดด”

 

“พวกเราไม่มีทางเลือก ก่อนอาทิตย์ตกดินเราต้องถึงจุดนัดหมายเพื่อทลายค่ายซุยงหนูให้ได้ตามกำหนดการ !” หลิวจ่งเทียนยกมือขึ้นปาดหยาดเหงื่อบนใบหน้าก่อนจะย้ายมาจับที่บริเวณเอว น้ำที่เขาเตรียมติดตัวมาหมดแล้ว คิ้วทั้งสองของเขาขมวดมุ่นอย่างไม่รู้ตัว อีกชั่วยาม (2 ชั่วโมง) คงได้กระหายน้ำอย่างหนัก

 

“อะ ให้ !” เธอยกน้ำเต้าบรรจุน้ำส่งให้อีกฝ่าย

 

“แล้วเจ้าเล่า ?”

 

“โอ๊ย ! เยอะ !” ว่าแล้วสาวน้อยก็หมุนตัวให้อีกฝ่ายได้ทัศนา หลิวจ่งเทียนจึงเพิ่งเห็นว่ารอบเอวนางมีแต่น้ำเต้า มากเพียงนี้กระทั่งถึงค่ายซุยงหนูแล้วก็ยังดื่มไม่หมด นี่นางไม่หนักบ้างเลยหรือ ? มิสงสัยเลยว่าไยจึงเดินราวจะขาดใจปานนั้น !

 

***จบตอน ไอ้บ้านี่ใคร ?***

Novel
Novel
Novel