ตอนที่ 5 สวรรค์ช่วย !

“นี่ ! พรรคพวก เปิดประตูเดี๋ยวนี้ นี่เป็นเรื่องเข้าใจผิด ฉันคือเว่ยชีชี คือนักเรียนจากไฮสคูลซวนเต๋อ ปล่อยฉันเร็วเข้า ฉันอยากกลับบ้านแล้ว !”

 

เสียดายที่ไม่มีแม้สักคนเดียวที่ฟังเธอ แม้หญิงสาวจะเกรี้ยวกราดอย่างหนัก กระนั้นเธอก็ยังคงไม่หยุดตีโพยตีพาย

 

“ฉันคือเว่ยชีชี ฉันมิใช่คนยุคนี้ ฉันบังเอิญหลุดเข้ามาด้วยความผิดพลาดบางอย่าง” หลุดมาด้วยความผิดพลาดงั้นรึ ? ตลกสิ้นดี กระทั่งตัวเธอก็ยังมิรู้เลยว่าตนมาโผล่อยู่ในที่ประหลาดเช่นนี้ได้อย่างไร

 

“มีใครอยู่ตรงนั้นบ้างไหม ? ปล่อยฉันออกไปเดี๋ยวนี้ ฉันอยากไปจากที่บ้า ๆ นี่จะแย่อยู่แล้ว ! ฉันมิใช่ชาวซุยงหนู !”

 

“ไอ้ลูกหมา ! ไอ้หัวเต่า !”

 

“หลิวจ่งเทียน ! แน่จริงก็ย้ายก้นออกมาปล่อยฉันเดี๋ยวนี้ !

 

สีหน้าของทหารซุยงหนูผู้นั้นหม่นมัวทันที เมื่อเห็นอีกฝ่ายแหกปากร้องตะโกนลั่นไม่หยุด “บ้าไปแล้วรึ กล้าดีอย่างไรไปเรียกพระนามของท่านอ๋องเช่นนั้น ? ไม่กลัวถูกบั่นหัวหรือไร ?”

 

“ด้วยเหตุผลใดเล่า ? เรื่องอะไรต้องมาตัดหัวกันด้วย ? ฉันมิใช่ชาวซุยงหนูเสียหน่อย !  ใคร ๆ เขาก็เรียกชื่อกันทั้งนั้นขนาดประธานาธิบดียังเรียกชื่อเลย นับประสาอันใดกับหลิวจ่งเทียน คิดว่าชื่อตนวิเศษกว่าผู้อื่นงั้นรึ ? ชิ ! กะอีแค่เศษฝุ่นในหน้าพงศาวดาร !”

 

เชลยศึกชาวซุยงหนูผู้นั้นเริ่มรู้ตัวแล้วว่าอยู่ให้ห่างจากเจ้าคนวิปริตผู้นี้ไว้เป็นดี หาไม่แล้ว เจ้าบ้านี่คงได้ลากเขาไปหาความอับโชคอย่างที่สุดเป็นแน่

 

และเป็นดังที่คาด ลูกกรงเหล็กถูกเปิดออก นายทหารจำนวนมากกรูกันเข้ามาด้วยความเกรี้ยวกราดราวพายุ “ไอ้ทุเรศที่ไหนกล้าแหกปาก ! นี่พวกเจ้าไม่อยากมีชีวิตกันแล้วใช่หรือไม่ ? ไอ้บ้าที่ไหนกล้าเอ่ยเรียกพระนามของท่านอ๋องสาม ? !”

 

“ฉันเอง ! ไปเลย พาฉันออกไปเลย !”

 

“ไอหย่า ขวัญกล้ายิ่งนัก ไม่อยากเหลือชีวิตอีกแล้วใช่หรือไม่ ?”

 

ทหารผู้นั้นตรงเข้ามาจิกหัวลากตัวออกไป เสียดายที่ผมของเว่ยชีชีสั้นเกินไปจึงหลุดมือ หญิงสาวรีบฉวยโอกาสหลบหนีทันที

 

“จับตัวไอ้ซกมกนั่นเร็ว !”

 

เว่ยชีชีคือผู้รู้ทักษะมวยจีน ผู้หญิงอย่างเธอใช่สาวอ่อนแอทำตัวออเซาะไปวัน ๆ เสียเมื่อไร เพียงกวาดตามองไปทั่วทิศ ร่างน้อย ๆ นั้นก็พุ่งพรวดออกไปราวสายลมเป้าหมายดิ่งตรงไปหาบริเวณที่ตั้งค่าย เสียงตะโกนโหวกเหวกร้องเรียกกันไปมาโกลาหล ทุกหน่วยเตรียมการป้องกันรับมืออย่างเต็มที่

 

ซวยล่ะ ! ผิดแผน ! พวกกองทหารเฝ้าเวรยามตามไล่หลังมาติด ๆ ข้างหน้าคือทางตัน ทำอย่างไรดี ? ในเสี้ยวนาทีวิกฤตินั้นเอง สายตาของเธอพลันเหลือบไปเห็นค่ายพักทางด้านขวา เว่ยชีชีพุ่งร่างพรวดเข้าไปอย่างไม่ลังเล เพียงมุดเข้าไปด้านใน ทหารสองคนก็เดินเข้ามาประจำตำแหน่งคล้ายเฝ้าอารักขา โชคดีชะมัด ! เป็นช่วงผลัดเปลี่ยนเวรยามพอดี !

 

“พวกเจ้าเห็นไอ้หนุ่มผมสั้นท่าทางเอาเรื่องวิ่งหนีมาทางนี้ไหม ?”

 

“ไม่เลยขอรับ ! ทางนี้ปลอดภัยดีขอรับ !”

 

“จับตาดูให้เข้มงวด หากมีเรื่องผิดพลาด จงเตรียมระวังหัวพวกเจ้าไว้ได้เลย !”

 

“รับทราบ !”

 

เว่ยชีชีถอนใจยาว ซวยจริง ๆ ! ไหงจู่ ๆ มาโผล่ในยุคฮั่นเช่นนี้ได้ ? ไม่มีทางกลับไปจริงล่ะหรือ ? ใครจะไปอยากอยู่ในสถานที่พิลึกพิลั่นนี่กัน ไฮเวย์ก็ไม่มี ตึกหรู ๆ สูง ๆ ไว้ชมวิวแจ่ม ๆ แจ๋ว ๆ ก็ไม่มี ที่สำคัญ ทั้งรถคันงาม ทั้งลุงเหยียน ทั้งมิสเตอร์บีน ทั้งอินเตอร์เน็ตล้วนไม่เหลือ สววรค์ช่วย ! จะให้เธออยู่ได้ยังไง !

 

เว่ยชีชีพึมพำอธิษฐานเบา ๆ “โอย ! ท่านเทพเซียนบนสววรค์โปรดหายตัวมาช่วยฉันที พาฉันกลับบ้านทีเถิด ! ฉันเป็นถึง ‘พี่ใหญ่’ แห่งโรงเรียนซวนเต๋อ เป็นทายาทบริษัทเว่ยเชียวนะ !”

 

“ใคร ? นั่นใคร ?”

 

เสียงดังมาจากด้านใน เว่ยชีชีตื่นตกใจ อายพลังที่รุนแรงแผ่ออกมาจากด้านหลัง คอเสื้อด้านหลังถูกคว้าดึงจนตัวลอย คนผู้นั้นรัดลำคอเธอด้วยท่อนแขนเปลือยเปล่าที่หยดน้ำยังไหลย้อยลงเป็นสาย สิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าหญิงสาวคือบุรุษผู้กำลังเปลือยเปล่าคล้ายเพิ่งอาบน้ำเสร็จหมาด ๆ…

 

ชีชีรีบหันหน้าหลบไปทางอื่น แม้ใบหน้าจะแดงฉานจนลามไปถึงใบหู ทว่าเธอกลับมิกล้าส่งเสียงเอะอะด้วยเกรงทหารด้านนอกจะแตกตื่น แต่… ที่อยู่ตรงหน้าคือ ไอ้หนุ่มล่อนจ้อน !

 

แม้จะพยายามขยับหนี หากทว่าท่อนแขนของบุรุษผู้นั้นกลับยิ่งรัดแน่นเข้า ผืนผ้าบางบนลำตัวส่งให้หญิงสาวรับรู้ได้ถึงอายความร้อนจากอีกฝ่าย แรงกำลังหนักหน่วงที่รัดตรึงทำให้เธอมิอาจปลดปล่อยร่างของตนออกจากการกักกันนั้นได้ ยิ่งดิ้นรนหนี กลับยิ่งถูกรัดแน่นหนักเข้า

 

“เจ้าคือผู้ใด ? ถึงกับกล้าบุกเข้าที่พักเปิ่นหวาง*เชียวรึ ! คิดจะเข้ามาลอบสังหารอย่างนั้นรึ ?”

*เปิ่นหวาง คำเรียกแทนตนเองของท่านอ๋อง

 

***จบตอน สวรรค์ช่วย !***

Novel
Novel
Novel