ตอนที่ 6 ข้ามิใช่มือสังหาร

น้ำเสียงของคนผู้นั้นดังก้องสะท้านในหู เสียงของเขาทุ้มต่ำ ก้องกังวานทรงพลังอำนาจดุดันสมชายชาตรี กระทั่งทำให้ชีชีนึกถึงบรรดาพระเอกหนุ่มรูปหล่อที่เห็นตามหน้าจอทีวีทั้งหลายต่างก็มีน้ำเสียงเช่นนี้ ยิ่งคิดก็ยิ่งนึกอยากยลโฉมบุรุษหนุ่มเบื้องหน้า

 

“ไยไม่กล่าวคำ ? ออกแรงเพียงนิด คอน้อย ๆ ของเจ้าก็หักคามือเปิ่นหวางแล้ว”

 

“อย่า…อย่านะ ปล่อยข้าก่อน ข้าหาใช่มือสังหารไม่ ข้าบังเอิญถูกจับมา ล้วนเป็นเรื่องเข้าใจผิด ข้าอยากกลับบ้าน !”

 

“กลับบ้าน ?”

 

“ใช่ ๆ ข้าคิดถึงบ้านแล้ว !”

 

“เจ้ามิใช่มือสังหารจริงกระนั้นหรือ ?” คล้ายยังมิเชื่อคำ ฝ่ามือทั้งสองของชายหนุ่มเริ่มคลำไปตามส่วนต่าง ๆ บนร่างของอีกฝ่าย  ชีชีบิดกายหลบเลี่ยงไปมา เธอ ! เว่ยชีชี ! ทายาทตระกูลเว่ย กลับต้องมาถูกล่วงเกินลามปามเช่นนี้ โดยปกติ เพียงเอ่ยปาก ชีวิตของคนผู้นั้นก็ไม่เหลือแล้ว…

 

ครั้นฝ่ามือลุกลามมาถึงบั้นเอว หญิงสาวจึงมิอาจอดกลั้น  เธอรีบยึดมืออีกฝ่ายพร้อมเสยหมัดสวนเข้าปลายคางชายหนุ่มอย่างรวดเร็วประดุจพายุ

 

หากเป็นสถานการณ์โดยปกติทั่วไป หรือหากอีกฝ่ายเป็นเพียงคนธรรมดาสามัญ เชื่อว่ามันผู้นั้นคงได้ลงไปนอนนับดาวกลางวันแสก ๆ แล้ว หากทว่า บุรุษผู้อยู่เบื้องหน้า เพียงเอียงคอเล็กน้อยก็สามารถหลบหลีกหมัดสอยชมดาวของเธอได้อย่างง่ายดาย เช่นนั้นเขาจึงไม่ลงไปนอนหงายแผ่หราดั่งที่คาดคิด หญิงสาวเตรียมสำเร็จโทษอย่างต่อเนื่องด้วยลูกถีบมหากาฬ หากทว่ายังมิทันขยับขาปล่อยลูกถีบ ร่างของเธอก็กลับถูกจับลอยเคว้งขึ้นกลางอากาศ เพื่อประจันหน้ากับอีกฝ่ายอย่างเต็มตา

 

บุรุษผู้นี้รูปร่างสูงโปร่ง เส้นผมถูกรัดรวบเป็นมวยสูงอยู่ด้านบน ใบหน้าของเขาเรียบเนียนประดุจชิ้นหยก สองคิ้วคมเข้ม ดวงตาแจ่มกระจ่าง สรุปแล้วนี่คือ ใบหน้าหนุ่มหล่อกระชากใจ บุรุษหล่อล่ำสมบูรณ์แบบเร้าใจสุดชีวิต ชายผู้ทรงเสน่ห์พาใจให้หลอมละลายยิ่งจ้องน้ำลายก็ยิ่งหก อายรัศมีที่แผ่ออกให้ความรู้สึกแห่งผู้ทรงอำนาจที่ทำให้สาว ๆ ทั้งหลายยอมใจสยบอยู่แทบเท้า

 

ดวงตาคู่นั้นเกรี้ยวกราดประหนึ่งพร้อมจะปลิดชีวิตน้อย ๆ ของเว่ยชีชีได้ทุกเมื่อ หญิงสาวแอบหรี่ตามองบุรุษเบื้องหน้าอีกครา ร่างของเขากำยำฟิตเปรี๊ยะ มัดกล้ามเนื้อเรียงตัวงดงามเด่นชัด หญิงสาวรีบหลับตาปี๋ไม่กล้ามองต่อด้วยความเขินอาย

 

ชายผู้นั้นจี้สกัดจุดเธอก่อนจะโยนส่งไปด้านข้าง และขยับไปหลังม่านฉากเพื่อสวมใส่อาภรณ์อยู่ด้านหลัง

 

จากนั้นจึงหวนกลับมาหาเว่ยชีชีผู้นอนหมอบที่มุมห้องอีกครา เขาหย่อนเข่าลงข้างหนึ่ง ค่อย ๆ เชยคางเธอเงยขึ้นจ้องมองดวงหน้านั้นทั้งซ้าย และขวาก่อนจะไล่มองลงไปตามเสื้อผ้าอาภรณ์ที่เธอสวมใส่ จึงพบว่า ชุดของผู้บุกรุกคนนี้ช่างแปลกตานัก ดูคล้ายเจ้าวายร้ายตัวน้อยจะยังอยู่ในวัยเยาว์ เนื้อตัวผอมแห้งไม่กำยำ เมื่อสายตาของเขาเบี่ยงกลับมาจ้องหน้าผู้บุกรุกอีกครา คิ้วทั้งสองกลับต้องจิกเข้าหากัน เมื่อได้เห็นเจ้าหนุ่มตัวน้อยที่อยู่เบื้องหน้ามีใบหน้าที่เต็มไปด้วยริ้วรอยแผลเป็น ร่องหลุมลึกนั้นเป็นทางยาวสีเหลือง คล้ายถูกแมลงชอนไชจนให้ความรู้สึกที่น่าสยดสยองเกินบรรยาย

 

ชีชีตาเขียวใส่บุรุษเบื้องหน้า ส่วนคนผู้นั้นกลับจ้องตาเธอกลับด้วยความฉงน ด้วยเขาเพิ่งพบว่าหนุ่มอัปลักษณ์เบื้องหน้าผู้นี้มีดวงตาที่สุกสว่างอย่างล้นเหลือ แววตาคู่นั้นสามารถหยุดลมหายใจ กระชากวิญญาณผู้คนที่ได้ยลเห็นอย่างแท้จริง

 

ความฉงนสงสัยทำให้เขาเอ่ยถาม “ในตัวเจ้าไร้อาวุธ ที่สุดเจ้าคือผู้ใดกันแน่ ?”

 

“ก็บอกแล้วอย่างไรเล่า ว่าข้าถูกจับมาด้วยความเข้าใจผิด รีบปล่อยข้าเดี๋ยวนี้เลย !” ยามนี้เธอเชื่อแล้วว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้ล้วนเป็นความจริง เธอย้อนเวลากลับคืนมาในยุคโบราณ สมัยที่การจี้สกัดจุดมีอยู่จริง

 

“เจ้ารู้วรยุทธ ?”

 

“นั่นมันมวยจีนต่างหาก !” ชีชีให้นึกเสียใจทันทีที่หลุดปากออกไป ยิ่งพูดน้อยเท่าไรก็ยิ่งดี หาไม่แล้วผู้อื่นจะเข้าใจว่าสมองของเธอผิดปกติได้

 

“แม่ทัพเข้ามารายงานว่าวันนี้เราจับหน่วยสอดแนมของซุยงหนูได้ เห็นทีจะเป็นเจ้ากระมัง !”

 

เธอกรีดร้องโวยลั่น “ข้ามิใช่กองสอดแนมของซุยงหนู !” นี่มันเรื่องใดกัน ? เธอมิอาจทนรับข้อกล่าวหาพวกนี้ได้อีกแล้ว หน่วยสอดแนม จะอย่างไรก็คือหน่วยสอดแนมวันยังค่ำ หาใช่คนดีไม่

 

เสียงแผดลั่นทำให้ทหารเวรด้านนอกตื่นตกใจ กองทหารแตกตื่นอลหม่าน รองผู้บัญชาการเหล่าทัพนำนายทหารเข้ามาดูสถานการณ์ด้านในทันที

 

“ท่านอ๋องสามเกิดอันใดขึ้นพ่ะย่ะค่ะ ? เมื่อครู่ มีทหารสอดแนมของซุยงหนูผู้หนึ่งหนีออกมาจากที่คุมขังได้พ่ะย่ะค่ะ !”

 

ทันทีที่กล่าวจบ เขาก็เหลือบมาเห็นชีชีผู้นั่งกองอยู่กับพื้นไม่ไกลออกไป “ท่านอ๋อง มันผู้นี้ล่ะพ่ะย่ะค่ะ !”

 

รองผู้บัญชาการหน้าเสียรีบคุกเข่าลงกับพื้น “ท่านอ๋องโปรดอภัย ! กระหม่อมจะรีบลากตัวมันออกไปเดี๋ยวนี้พ่ะย่ะค่ะ !”

 

อ๋องสามโบกมือส่ง นายทหารพวกนั้นรีบเข้ามาลากตัวชีชีออกไปอย่างรวดเร็ว

 

เมื่อหญิงสาวถูกจี้สกัดจุดไว้ ทั้งเนื้อทั้งตัวจึงอ่อนแรงหมดสภาพ เธอนึกย้อนถึงภาพฉากในละครที่เคยดู ขืนถูกหิ้วปีกออกไปอย่างนี้หัวจะมิกระเด็นหลุดจากบ่าหรอกหรือ ? ยังมิทันได้เป็นสาววัย 18 ขืนต้องมาตายเช่นนี้ก็จบเห่กันพอดี !

 

***จบตอน ข้ามิใช่มือสังหาร***

Novel
Novel
Novel