ตอนที่ 7 ชื่อเขาตั้งไว้ให้เรียกมิใช่รึ !

“ช้าก่อน ! ข้ามิใช่ทหารสอดแนมของซุยงหนู ข้าสามารถอธิบายเรื่องนี้ได้ ข้าเป็นนักเรียนศึกษาอยู่ที่ไฮสคูลซวนเต๋อ !” อารามตกใจ เธอโพล่งเรื่องประหลาดออกไปด้วยความร้อนรน

 

“เดี๋ยว !” บุรุษผู้ได้รับการขนานนามว่าท่านอ๋องหยุดทหารพวกนั้นไว้ก่อนจะขยับกายลงนั่งบนเก้าอี้หนังพยัคฆ์กลางที่พัก

 

“พูดมา ! เจ้าคือผู้ใด ? ไยจึงโผล่มากลางสมรภูมิรบแห่งซุยงหนู ? แล้วเหตุใดเสื้อผ้าของเจ้าจึงดูแปลกตานัก ?”

 

เธอครุ่นคิดเล็กน้อยจึงสรุปได้ว่า จะอย่างไรก็ไม่สมควรบอกเล่าตามจริง ขอเพียงเอาตัวรอดไปได้ จะพูดอะไรก็พูดส่ง ๆ ไปก่อนเถิด จากนั้นค่อยหาทางออกไปจากยุคโบราณแห่งนี้ ไม่ว่าจะท่านอ๋องผู้นี้ หรือซุยงหนู หรือจะอาณาจักรฮั่นอะไรนั่น ล้วนไม่เกี่ยวกับเธอ

 

“เรื่องเป็นเช่นนี้ ท่านลุงของข้าพาข้าเดินทางมาทำการค้าเล็ก ๆ น้อย ๆ ทว่าท่านลุงถูกพวกซุยงหนูจับตัวไป ข้ามิรู้จะไปตามหาที่ใด ได้ยินผู้คนกล่าวกันว่าแถวนี้เป็นที่ตั้งฐานรบพุ่งกับซุยงหนู ข้าจึงเข้ามาตามหาท่านลุง ทว่ากลับถูกเข้าใจผิดว่าเป็นพวกซุยงหนู ซ้ำยังถูกคนของท่านจับตัวมา ข้าหาใช่ทหารสอดแนมไม่ ! ดูสิ ตัวผอมแห้งอย่างข้านี้เหมือนกองสอดแนมตรงไหนกัน…”

 

กล่าวไป เธอก็หันไปหาบุรุษผู้นั่งอยู่เบื้องหน้า พลางโอดครวญด้วยสีหน้าท่าทางน่าเห็นใจยิ่ง “ท่านอ๋อง ท่านก็ค้นตัวข้าไปแล้ว มิเห็นพบเจอสิ่งใดไม่ใช่หรือ ?”

 

“ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ อย่างได้ทรงฟัง มันขโมยม้าของเราควบหนีด้วยนะพ่ะย่ะค่ะ !” เสียงอุธรณ์ของรองผู้บัญชาการขัดขึ้นทันที

 

“เฮ้ ! ก็คนของท่านจะฆ่าข้า จะให้ข้ายืนหัวโด่รอความตายรึไงเล่า ? ขนาดจะฆ่าหมู หมูมันยังรู้จักวิ่งหนี แล้วนับประสาอันใดกับคนเล่า…” เธอจ้องอีกฝ่ายตาเขียวปัด ทั้งยังไม่ลืมโยนความผิดกลับไปหารองผู้บัญชาการด้วยน้ำเสียงขอความเห็นใจเต็มที่

 

“ฆ่าหมู ?” แววตาคมกริบไร้ความประหวั่นพรั่นพรึงใดของท่านอ๋องหนุ่มจับจ้องอยู่กับชีชีตลอดเวลา “เปิ่นหวางเชื่อว่าเจ้าหาใช่หน่วยสอดแนมไม่ แต่กระนั้นช่วงนี้เจ้าก็ยังมิอาจไปจากค่ายนี้ได้เช่นกัน”

 

“ได้ไง ?”

 

“เรากำลังอยู่ระหว่างการทำศึกกวาดล้างพวกซุยงหนู กองทัพยังต้องการไพร่พล เจ้าเองก็แลดูเฉลียวฉลาดไม่น้อย เช่นนั้นก็อยู่ช่วยทัพไปก่อน”

 

“อยู่ทัพ ?” ในหัวหญิงสาวเริ่มคิดประเมินสถานการณ์ โดยตรรกะแล้ว หากจะไปก็ยังมิรู้จะไปที่ใด ช่วงศึกสงครามเช่นนี้หากถูกพวกซุยงหนูจับได้คงจบไม่สวยแน่ !

 

“ขอบใจ ๆ ท่านอ๋อง อย่างไรก็ช่วยคลายจุดให้ข้าหน่อยได้ไหม ? อึดอัดจะแย่แล้ว !”

 

“ท่านอ๋อง !” แม้รองผู้บัญชาการอยากจะขัดหลิวจ่งเทียน หากทว่าก็มิกล้าฝ่าฝืนคำสั่ง กระบี่ของเขาชักออกจากฝัก และพร้อมเด็ดชีวิตไอ้หนุ่มเบื้องหน้าทุกเมื่อ

 

หลิวจ่งเทียนตรงเข้ามาหาเว่ยชีชี คลายจุดที่สกัดไว้บนร่างของเธอก่อนจะจ้องดวงตาคู่นั้นอีกครา

 

“เจ้ามีนามว่ากระไร ?”

 

“เว่ยชีชี ! ส่วนท่านคือ หลิวจ่งเทียนงั้นรึ ?”

 

“บังอาจ ! ใครให้เจ้าเรียกพระนามของท่านอ๋องโดยตรง ? เบื่อจะหายใจแล้วใช่หรือไม่ ?” รองผู้บัญชาการที่ยืนข้างหญิงสาว เหลือจะอดกับพฤติกรรมชวนปวดหัวของอีกฝ่าย

 

“เอ้า ! ชื่อเขาตั้งไว้ให้เรียกกันไม่ใช่รึ !” เธอขยับกายลุกขึ้นเชิดคางใส่ผู้เป็นรองหัวหน้าอย่างไร้ความหวั่นเกรง

 

“นับแต่นี้ไป จงเรียกเปิ่นหวางว่าท่านอ๋อง หาไม่แล้วก็เตรียมระวังศีรษะเจ้าไว้ให้ดี !”

 

ชายหนุ่มกลับเข้าไปนั่งประจำที่ “แต่นี้ไปจงอยู่ภายใต้การปกครองของท่านรองหลิว”

 

“ไม่เอา !” เธอเบิกตากว้าง จะให้ไปติดตามเจ้าคนดุร้ายดิบเถื่อนผู้นี้เนี่ยนะ ! จากพฤติกรรมที่เห็น ๆ กันอยู่นี่ ก็รู้แล้วว่าคนผู้นี้พร้อมจะเอาชีวิตเธอทุกเมื่อ ขืนไปติดตามมัน คงมีหวังได้กลายเป็นผีก่อนได้กลับโลกอนาคตเป็นแน่

 

“นี่เจ้ากล้าขัดพระบัญชาท่านอ๋องกระนั้นรึ ?” รองผู้บัญชาการตรงปรี่เข้ามาพร้อมลงมือ ขณะที่อีกฝ่ายก็รีบถอยกรูดกลับไปถึงสามก้าว

 

“มิใช่เช่นนั้น…ทว่าควรใช้คนให้เหมาะกับงานต่างหาก เหตุใดท่านจึงป่าเถื่อนเช่นนี้ ?”  เธอรีบหาข้ออ้างแก้ตัวเป็นพัลวัน

 

“ใช้คนให้เหมาะกับงาน ?” หลิวจ่งเทียนขมวดคิ้ว “เช่นนั้นก็บอกมาสิว่าเจ้าทำอะไรได้บ้าง ?”

 

“โอ้ย ! ข้ารู้อะไรตั้งมากมายก่ายกอง เพียงมิรู้จะพูดให้พวกท่านเข้าใจกระจ่างได้อย่างไรเท่านั้น” เธอยกมือเกาหัวแกรก ๆ อันที่จริง ทำอะไรได้บ้าง ขนาดตัวเธอก็ยังไม่รู้เลย อย่างเธอ ตั้งแต่เด็ก จะกินข้าวก็มีคนป้อน จะกินน้ำก็มีคนริน ที่ถนัดเห็นจะมีแค่เพียงเล่นซนป่วนผู้คนไปวัน ๆ ก็เท่านั้น…

 

“เช่นนั้นเจ้าก็อยู่ช่วยคุ้มกันเปิ่นหวางไปก่อน เมื่อไรที่เปิ่นหวางรู้ว่าเจ้ามีความถนัดเรื่องใดจึงจะใช้สอยเจ้า ประจวบเหมาะพอดี เปิ่นหวางยังไม่มีอารักขาส่วนตัว”

 

“ได้เลย เช่นนี้ดี !” เธอรีบตอบตกลง ไยต้องหยุดคิด “ข้าปกป้องท่านได้แน่ !”

 

รองผู้บัญชาการที่ยืนอยู่ด้านข้างจ้องอารักขามือใหม่ด้วยสายตาดูแคลนน้ำเสียงหมิ่นหยาม “อย่างเจ้าเนี่ยนะ อารักขาท่านอ๋อง ? อ้อนแอ้นตัวบางเยี่ยงนี้ หากมิใช่เพราะใบหน้าทุเรศของเจ้า ข้าต้องเข้าใจว่าเจ้าเป็นหญิงไปแล้ว !”

 

 

***จบตอน ชื่อเขาตั้งไว้ให้เรียกมิใช่รึ !***

Novel
Novel
Novel